ต่อเนื่องกันหลังจากพรีวิว Samsung Galaxy Z Fold3 5G กันไปในบทความก่อน รอบนี้ก็เป็นคิวของ Galaxy Z Flip3 5G มือถือจอพับอีกหนึ่งรุ่นที่นอกจากจะดีไซน์สวยโดนใจคนที่ชอบอะไรเป็นแฟชั่นแล้ว ก็ยังเปิดตัวมาพร้อมราคาที่จับต้องง่ายกว่าเดิมมาก
สารบัญ
ดีไซน์เด่น พกง่าย แถมยังแข็งแรง
Samsung Galaxy Z Flip3 5G ซึ่งเป็นมือถือรุ่นที่ 2 ของตระกูล Galaxy Z Flip ถูกออกแบบตามโจทย์จากทางผู้บริโภคที่อยากได้มือถือที่มีความสดใส, พกพาง่าย และมีความเป็นแฟชั่นในตัว
Galaxy Z Flip3 5G ยังคงคาแรคเตอร์ดีไซน์ให้เป็นมือถือแบบฝาพับ ซึ่งเป็นการออกแบบสุดคลาสสิคที่ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ซึ่งรุ่นนี้มีขนาดความหนาที่ลดลงจากรุ่นที่ผ่านมาทำให้พกพาได้ง่ายขึ้น โดยที่น้ำหนักยังเท่าเดิมที่ 183 กรัม
สัดส่วนตัวเครื่องเมื่อกางออกจะมีขนาด 72.2 x 166 x 6.9มม. เรียกว่าพอๆ กันกับสมาร์ทโฟนทั่วไปในท้องตลาด แต่เมื่อพับเครื่องสัดส่วนจะอยู่ที่ 72.2 × 86.4 × 17.1มม. ขนาดกะทัดรัดเล็กพอๆ กับกระเป๋าสตางค์ทรงมาตรฐานทั่วไป
Z Flip3 5G มีการปรับลุคให้เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยโดยที่รุ่นนี้เปิดตัวในไทย 4 สี ประกอบด้วย Phantom Black, Cream, Green และ Lavender (สีที่เราได้มา) และมีสี Gray, White และ Pink ที่มีขายบน Samsung.com เท่านั้น แตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมาซึ่งเปิดตัวมาแค่ 3 สี
แต่สิ่งที่ทำให้มือถือรุ่นนี้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้นคือตัวเคส ซึ่งแค่เคสที่เป็นของ Samsung เองที่มีให้เลือกกันหลายแบบไม่ว่าจะเป็น เคสหนัง, เคสซิลิโคนมีห่วง, เคสใสมีห่วง, เคสซิลิโคนพร้อมสายแบบสปอร์ต หรือจะเป็นเคสเส้นใยอะรามิด ซึ่งบอกเลยว่าสวยๆ ทั้งนั้นแถมยังเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นแค่ 990 บาท
ด้านวัสดุการประกอบของรุ่นนี้ก็เหมือนกับ Z Fold3 5G ที่เน้นให้ทนทานกว่ารุ่นที่ผ่านมา โดยส่วนที่เป็นโลหะใช้วัสดุ Armor Aluminum ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม 10% สำหรับส่วนที่เป็นกระจกใช้ Gorilla Glass Victus กระจกรุ่นท็อปของ Corning ที่แกร่งกว่า Gorilla Glass 6 ถึง 50% และที่เป็นไฮไลท์ในมือถือจอพับของ Samsung ครั้งนี้คือรองรับมาตรฐานกันน้ำ IPX8 ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคอุ่นใจในการใช้งานมากขึ้น
สำหรับการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนมากนักโดยที่ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์ที่เป็นสแกนลายนิ้วมือในตัวจะอยู่ที่ขอบเครื่องด้านขวา ฝั่งตรงข้ามเป็นช่องใส่ซิมการ์ด
ด้านล่างของเครื่องมีพอร์ต USB-C กับลำโพงหลัก และไมโคโฟน ขณะที่ขอบเครื่องด้านบนมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน
จอหลัก 120Hz และมีจอรองใหญ่ขึ้น
เรื่องของสเปคจอ Samsung Galaxy Z Flip3 5G มีหน้าจอด้านใน (Main Screen) เป็น Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว เท่ากันกับรุ่นก่อน ความละเอียด FHD+ (2640×1080 พิกเซล) มีความหนาแน่นพิกเซล 425ppi และแน่นอนว่าเป็นจอ 120Hz ไถลื่นเนียนตา บนอัตราส่วนการแสดงผล 22:9
สำหรับจอด้านหลัง (Cover Screen) ปรับใหม่เอาใจลูกค้าโดยเพิ่มขนาดจอเป็น 1.9 นิ้ว จากเดิม 1.1 นิ้ว โดยพาแนล Super AMOLED ความละเอียด 260×512 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 425ppi
พื้นที่จอหลังที่เพิ่มมากขึ้น ก็ย่อมมีประโยชน์มากกว่าเดิม เพราะครั้งนี้เราสามารถใช้จอหลังของ Z Flip3 5G ในการอ่านข้อความแจ้งเตือนได้แบบเต็มๆ รวมถึงการปรับตั้งค่าด่วน หรือใช้ดู Widget ต่างๆ อย่างเล่นเพลง, พยากรณ์อากาศ, ปฏิทินนัดหมาย รวมถึง Samsung Pay (ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ใช้งานในบ้านเราสักเท่าไร) และแน่นอนว่าสามารถใช้เป็นจอพรีวิวสำหรับแอปฯ Camera ได้
อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้ Galaxy Z Flip3 5G เป็นมือถือสายแฟชั่นมากขึ้นคือความสามารถในการซิงค์ภาพบนหน้าจอด้านหลัง ให้เป็นแบบเดียวกันกับหน้าปัด Samsung Galaxy Watch
ชิปเซตรุ่นท็อป สเปคกล้องเรือธง
ชิปเซตรุ่นนี้เป็น Snapdragon 888 ประมวลผล Octa-core 2.84GHz โดยเป็นชิปขนาด 5nm RAM 8GB ความจำเครื่อง 128GB/256GB รองรับ 5G ทั้ง SA, NSA และ Sub6/mmWave เรียกว่าแกะกล่องใส่ซิมก็ขึ้น 5G ได้เลย
แบตเตอรี่มีมาให้ 3300mAh รองรับ Fast charging 15W และ Fast wireless charging 9W สำหรับระบบปฏิบัติการเป็น OneUI 3.1 ที่อยู่บนพื้นฐาน Android 11
เมื่อเครื่องสามารถพับได้การทำงานแบบ Hands-Free อย่าง Flex Mode ก็มีให้ใช้เช่นเดิม ซึ่งเมื่อเราพับจอในระดับองศาที่เหมาะสมตัว UX ของแอปฯ ที่รองรับในโหมดนี้ก็จะมีการแบ่งพื้นที่การทำงานของจอออกเป็นสองส่วน ยกตัวอย่างเช่นแอปฯ Camera ที่เมื่อปรับจอเป็น Flex Mode ตัวจอด้านบนก็จะทำหน้าที่เป็นตัวพรีวิวภาพจากกล้อง ขณะที่จอด้านล่างจะเป็นโซนสำหรับควบคุมในโหมดต่างๆ หรือถ้าเป็นแอปฯ ประเภทวีดีโอคอล ตัวครึ่งบนของจอก็จะแสดงผลเป็นภาพจากหน้าจอการใช้งานหรือภาพจากผู้ร่วมประชุมขณะที่จอด้านล่างก็อาจจะเป็นโซนสำหรับแชทหรือคอมเมนท์ เป็นต้น
เรื่องการถ่ายภาพในรุ่นนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล โดยสเปคกล้องหน้าใส่มา 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ขนาดพิกเซล 1.22um
ขณะที่กล้องหลังเป็นเลนส์คู่ประกอบด้วยกล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มุมมองรับภาพ 123 องศา ขนาดพิกเซล 1.12um และกล้อง Wide 12 ล้านพิกเซล โฟกัสแบบ Dual Pixel มี OIS รูรับแสง f/1.8 ขนาดพิกเซล 1.4um ซึ่งเลนส์กล้องหลังคลุมด้วยกระจก Gorilla Glass DX ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น
พร้อมให้เป็นเจ้าของ ในราคาที่จับต้องง่ายขึ้น
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตรงกับข่าวลือและเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภคเมื่อ Samsung Galaxy Z Flip3 5G มีการเปิดราคาในไทยที่ถูกกว่ารุ่นก่อนโดยมีเข้ามาขาย 2 สเปคคือ
- รุ่น RAM 8GB+1285G ราคา 34,900 บาท
- รุ่น RAM 8GB+256GB ราคา 36,900 บาท
นับว่าเป็นราคาที่จับต้องง่ายขึ้นมากเมื่อเทียบกับ Galaxy Z Flip ที่เปิดตัวมากับราคา 44,900 บาท ซึ่งนี้ยังไม่นับรวมราคาโปรโมชั่นจากฝั่งโอเปอเรเตอร์ที่บางเจ้าสตาร์ทราคาแบบติดโปรแค่หมื่นต้นๆ เท่านั้น ใครที่สนใจก็สามารถไปกดจองกันได้แล้ววันนี้ ทั้งบน Samsung.com และกับผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่าย
- รวมโปรจอง GALAXY Z FOLD3 | FLIP3 5G ของ 3 ค่ายมือถือ ดีลไหนคุ้มสุดมาดู
- มาไวทันใจ! เผยราคาไทย SAMSUNG GALAXY Z FOLD3 5G, Z FLIP35G และสินค้าอื่นๆ จากงาน UNPACKED
- เปิดราคาไทย SAMSUNG GALAXY Z FOLD3 5G / Z FLIP 5G THOM BROWNE EDITION เริ่ม 76,000 บาท
































