ปัจจุบันแท็บเล็ตก็ยังคงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่หลายคนให้ความสนใจและหาซื้อมาใช้งานรองจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงาน mxphone นั้นเคยได้นำเสนอบทความเทียบแท็บเล็ตงบหมื่นต้น ๆ ของสองแบรนด์คู่แข่งตลอดกาลอย่าง Samsung Galaxy Tab A8 และ Apple iPad Gen9 ให้ได้ดูกันไปแล้ว

และสำหรับบทความนี้จะเป็นการเทียบกันระหว่าง Samsung Galaxy Tab S8 Ultra และ Apple iPad Pro 12.9” (รุ่นที่ 5) สองแท็บเล็ตรุ่นท็อปสุดในตลาด ณ ปัจจุบัน ซึ่งก็มีสเปคและราคาที่ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ มาให้ทุกคนได้ดูเพื่อประกอบการตันสินใจสำหรับใครที่อาจจะยังลังเลระหว่างสองรุ่นนี้อยู่ ตามมาดูกันได้เลยครับ
ดีไซน์
แน่นอนว่าทั้ง Samsung Galaxy Tab S8 Ultra และ Apple iPad Pro 12.9” นั้นเป็นแท็บเล็ตระดับเรือธงรุ่นท็อปสุดของแต่ละค่ายที่มีราคาค่าตัวเฉียดครึ่งแสน ดังนั้นในเรื่องของงานดีไซน์ตัวเครื่องและวัสดุที่ใช้จึงต้องมีความพรีเมียมสมราคา

เริ่มกันที่ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra นับว่าเป็นครั้งแรกของแท็บเล็ตของ Samsung ที่มีรุ่น Ultra ซึ่งได้รับการพัฒนามาเพื่อเอาใจคนชอบแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ ๆ โดยเฉพาะ โดยมาพร้อมกับสัดส่วนตัวเครื่อง 326.4 x 208.6 x 5.5 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 728 กรัม
ฝาหลังของ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra นั้นใช้วัสดุ Armor Aluminum ขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ทั้งฝาหลังและขอบด้านข้าง ให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ดูพรีเมียมหรูหราดี โดยมาพร้อมกับตัวเลือกสีกราไฟต์ (Graphite) โทนเทาเข้ม ๆ สุดคลาสสิก

ขณะที่ Apple iPad Pro 12.9” ก็ยังคงมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ใครหลายคนคุ้นเคยกันดี โดยมาพร้อมกับสัดส่วนตัวเครื่อง 280.6 x 214.9 x 6.4 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 684 กรัม
ฝาหลังของ Apple iPad Pro 12.9” นั้นก็ใช้วัสดุ Aluminum ขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ทั้งฝาหลังและขอบด้านข้าง ให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ดูพรีเมียมหรูหราเช่นเดียวกันกับ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra โดยมาพร้อมกับตัวเลือกสีเงิน (Silver) และสีเทาสเปซเกรย์ (Space Gray)


และเมื่อนำทั้งสองรุ่นมาเทียบขนาดตัวเครื่องกันแบบชัด ๆ จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Tab S8 Ultra นั้นมีความยาวกว่า Apple iPad Pro 12.9” เยอะมาก อีกทั้งยังมีความบางกว่าด้วย แต่ Apple iPad Pro 12.9” จะมีความกว้างกว่า Samsung Galaxy Tab S8 Ultra เล็กน้อย
หน้าจอ
Samsung Galaxy Tab S8 Ultra มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2960×1848 (WQXGA+) รีเฟรชเรท 120Hz อัตราส่วน 16:10

ขณะที่ Apple iPad Pro 12.9” มาพร้อมกับหน้าจอ Liquid Retina XDR mini-LED LCD ขนาดใหญ่ 12.9 นิ้ว ความละเอียด 2732×2048 (WQXGA+) รีเฟรชเรท 120Hz อัตราส่วน 4:3

และเมื่อนำทั้งสองรุ่นมาเทียบขนาดหน้าจอกันแบบชัด ๆ จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Tab S8 Ultra นั้นมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่สะใจกว่า Apple iPad Pro 12.9” ค่อนข้างมาก และยังมีขอบจอที่บางกว่า จึงทำให้มีพื้นที่ในการแสดงผลที่กว้างเต็มจอมากกว่าอีกด้วย
ประสิทธิภาพ
Samsung Galaxy Tab S8 Ultra จัดเต็มด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 1 ที่เป็นชิประดับเรือธงตัวล่าสุด ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่รวดเร็ว รองรับการใช้งาน 5G (มีรุ่น Wi-Fi อย่างเดียวให้เลือกด้วย) และมีหน่วยความจำ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริม microSD สูงสุด 1TB
นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่แบบจุใจที่ขนาด 11200mAh พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 45W ที่สามารถชาร์จไฟให้เต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียง 82 นาที และแท็บเล็ตรุ่นนี้จะรันด้วย One UI 4.1 บน Android 12

ขณะที่ Apple iPad Pro 12.9” มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple M1 ซึ่งก็เป็นชิปเรือธงที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2020 รองรับการใช้งาน 5G (มีรุ่น Wi-Fi อย่างเดียวให้เลือกด้วย) และมีหน่วยความจำ RAM 8GB ในรุ่นที่มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128GB, 256GB หรือ 512GB และ RAM 16GB ในรุ่นที่มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 1TB หรือ 2TB
สำหรับตัวเลือกความจุพื้นที่จัดเก็บข้อมูลดูเหมือนว่า Apple iPad Pro 12.9” จะมีให้เลือกหลากหลายกว่า เนื่องจากว่าของทางฝั่ง Apple นั้นไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมพวกการ์ด microSD ได้ เช่น ถ้าเราอยากได้ความจุ 1TB ก็ต้องจ่ายค่าเครื่องเพิ่มจากราคาเริ่มต้นไปอีกเกือบเท่าตัว หรือหลายหมื่นบาท
ในขณะที่ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra ถึงแม้จะมีตัวเลือกความจุพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมาให้รุ่นเดียว แต่เราสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยหน่วยความจำเสริม microSD ได้สูงสุด 1TB หรือจ่ายเพิ่มในราคาหลักพันบาทเท่านั้น
การใช้งาน
ในแง่ของการใช้งาน แน่นอนว่าทั้ง Samsung Galaxy Tab S8 Ultra และ Apple iPad Pro 12.9” นั้นเป็นแท็บเล็ตระดับเรือธงที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านการทำงานและบันเทิงได้อย่างครอบคลุมทั้งคู่ แล้วอะไรล่ะคือความต่าง?

ก่อนอื่น เราเชื่อว่าสำหรับผู้ใช้งานที่ซื้อแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูง ๆ ระดับนี้มาใช้ ส่วนมากก็จะเป็นผู้ที่ทำงานค่อนข้างเฉพาะทาง เช่น ครีเอเตอร์ นักเขียน นักวาดภาพ หรือสายทำงานสร้างสรรค์ระดับมือถืออาชีพ เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่คนเหล่านี้ต้องใช้ควบคู่กับแท็บเล็ตก็คือปากกาที่จะมาช่วยเสริมความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

โดย Samsung Galaxy Tab S8 Ultra ก็มาพร้อมปากกา S Pen รุ่นใหม่ที่มีความหน่วงต่ำกว่าเดิม ประสิทธิภาพดีขึ้นและมีอัลกอริธึมคาดคะเนลายเส้นล่วงหน้า ซึ่งจะมอบประสบการณ์การเขียนราวกับการใช้ปากกาจริงเขียนลงบนกระดาษ
อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Air Action ที่สามารถควบคุมการใช้งานต่าง ๆ ของปากกา S Pen ผ่าน Bluetooth เช่น กดเปลี่ยนสไลด์ การแคปภาพหน้าจอ เพิ่มลดเสียง หรือการกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ เป็นต้น


นอกจากนี้พวกแอปพลิเคชันที่ทำงานร่วมกับปากกา S Pen ก็มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้สามารถใช้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวได้ไม่แพ้กันกับของ iOS แล้ว ซึ่งน่าจะถูกใจคนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับการเขียน จดบันทึก หรือวาดภาพต่าง ๆ

การแปลภาษายังกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงใช้ปากกา S Pen ชี้ไปที่ข้อความ ก็สามารถแปลภาษาได้ทันที
ขณะที่ทางฝั่ง Apple iPad Pro 12.9” นั้นก็สามารถใช้งานร่วมกับปากกา Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นปากการุ่นใหม่ที่ปรับปรุงคุณสมบัติมาให้ใช้งานได้ดีและสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ติดตรงที่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่มในราคาถึง 4,490 บาทเลยทีเดียว

แต่ปากกา S Pen ของ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra นั้นแถมมาให้ในกล่องไม่ต้องซื้อเพิ่ม แถมยังมีข้อดีอีกอย่างคือสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องโดนไม่ต้องชาร์จแบต เพราะปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของของผู้ใช้งานแท็บเล็ตทั่วไป คือการใช้ปากกาที่ต้องชาร์จแบตหรือต้องเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้งที่ใช้งาน ทำให้การทำงานสะดุดไม่ต่อเนื่องนั่นเอง




ในแง่ของความบันเทิงทั้ง Samsung Galaxy Tab S8 Ultra และ Apple iPad Pro 12.9” ก็ทำได้สมกับที่เป็นแท็บเล็ตเรือธง สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เต็มอรรถรสจริง ๆ ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม และโดยเฉพาะเรื่องของระบบเสียงที่มีลำโพงถึง 4 ตัวมาให้เหมือนกัน

ส่วนในด้านการทำงาน Samsung Galaxy Tab S8 Ultra สามารถแบ่งหน้าจอการใช้งานได้ 3 หน้าจอ สำหรับการเปิดใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันโดยไม่ต้องสลับไปมาให้เสียเวลา อีกทั้งสามารถปรับเลย์เอาท์ได้ถึง 4 แบบ ได้ตามต้องการผ่านฟีเจอร์ Multi-active Windows
ขณะที่ทางฝั่ง Apple iPad Pro 12.9” จะแบ่งหน้าจอการใช้งานได้เพียง 2 หน้าจอเท่านั้น ผ่านฟีเจอร์ Split View หรือ Slide Over

และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra นั้นดูเหนือกว่า Apple iPad Pro 12.9” นั่นก็คือ DeX Mode ซึ่งฟีเจอร์นี้จะทำให้แท็บเล็ตเครื่องนี้สามารถใช้งานได้เปรียบเสมือนกับเป็นคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือเดสก์ท็อปนั่นเอง

โดยเราสามารถใช้งานฟีเจอร์ DeX Mode ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับจอทีวีหรือมอนิเตอร์ เพื่อใช้งานกับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น รวมทั้งการยกระดับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ด้วยการเปิดหน้าต่าง DeX แยกต่างหากในหน้าจอแล็ปท็อปหรือเดสก์ท็อป ก็จะสามารถใช้งานอุปกรณ์ทั้งสองที่เชื่อมต่อกันแบบไร้สายอยู่ได้พร้อม ๆ กัน
กล้อง
ปกติแล้วเรื่องกล้องถ่ายภาพอาจจะไม่ใช้สิ่งที่บรรดาแท็บเล็ตเน้นมากนัก เนื่องจากความสะดวกและคล่องตัวในการถ่ายรูป แต่หลายคนก็อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้สำหรับการประชุมหรือวิดีโอคอล ซึ่งทั้งสองรุ่นก็ยังคงทำได้ดีในจุดนี้
โดย Galaxy Tab S8 Ultra มาพร้อมกล้องหลังคู่ 13MP (Wide) + 6MP (Ultrawide) และกล้องหน้าคู่ 12MP (Wide) + 12MP (Ultrawide)

ขณะที่ Apple iPad Pro 12.9” ก็มาพร้อมกล้องหลังคู่ 12MP (Wide) + 10MP (Ultrawide) แต่มีกล้องหน้าตัวเดียว 12MP (Ultrawide)
ซึ่งตำแหน่งของการจัดวางกล้องหลังของทั้ง Samsung Galaxy Tab S8 Ultra และ Apple iPad Pro 12.9” จะอยู่ที่บริเวณมุมบนด้านซ้ายเหมือนกัน แต่สำหรับกล้องหน้าของ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra จะเน้นการใช้งานในแนวนอน ซึ่งค่อนข้างเหมาะสำหรับการประชุมหรือวิดีโอคอล ส่วนกล้องหน้าของ Apple iPad Pro 12.9” จะเน้นการใช้งานในแนวตั้งนั่นเอง
ราคา
- Samsung Galaxy Tab S8 Ultra รุ่น WiFi ราคา 38,900 บาท
- Samsung Galaxy Tab S8 Ultra รุ่น 5G ราคา 45,900 บาท
- Apple iPad Pro 12.9” รุ่น WiFi (128GB) ราคา 37,900 บาท
- Apple iPad Pro 12.9” รุ่น WiFi+ (128GB) ราคา 42,900 บาท
บทสรุป

จะเห็นได้ว่าทั้ง Samsung Galaxy Tab S8 Ultra และ Apple iPad Pro 12.9” นั้นเป็นสองแท็บเล็ตรุ่นท็อปสุดในตลาด ณ ปัจจุบัน ที่มีสเปคและราคาค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อกันจริง ๆ ซึ่งประสิทธิภาพและการใช้งานอะไรต่าง ๆ นั้นทำได้ดีไม่แพ้กัน
แต่ทางฝั่งของ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra แน่นอนว่าจะมีหน้าจอที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด และเป็นจอในอัตราส่วนแบบ Widescreen ที่คล้ายกันกับพวกจอทีวี มอนิเตอร์ หรือแล็ปท็อปที่เราคุ้นเคย จึงน่าจะสามารถตอบโจทย์ในแง่ของความบันเทิงได้ดีกว่าอยู่นิด ๆ

อีกทั้งยังมีในเรื่องของปากกา S Pen ที่แถมมาให้แล้วในกล่องแบบไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มเติมให้เสียเงินอีกหลายพันบาทอีกด้วย จึงขอยกความคุ้มค่าที่ให้มาแบบครบจบให้กับทาง Samsung Galaxy Tab S8 Ultra ไป
อย่างไรก็ดี สิ่งที่เรานำเสนอในบทความนี้ก็เป็นแค่องค์ประกอบบางส่วนของแท็บเล็ตทั้งสองรุ่นนี้เท่านั้น แต่เวลาเราจะซื้อแท็บเล็ตสักเครื่องก็คงต้องมองดูภาพรวมในด้านอื่น ๆ หรือความเหมาะสมในการใช้งานของแต่ละบุคคลประกอบกันด้วยนั่นเอง

อ่านบทความอื่น ๆ
รีวิว Samsung Galaxy Tab S8 Ultra ที่สุดของแท็บเล็ตตัวท็อป จอ 14.6 นิ้ว ใหญ่สะใจกว่าใคร