รีวิว Samsung Galaxy Tab S7 แท็บเล็ตระดับเรือธงที่มาตรฐานสูงตั้งแต่ตัวหน้าจอ 11 นิ้ว รีเฟรชเรทระดับ 120Hz ชิปประมวลผลสุดแรง Snapdragon 865+ ครอบคลุมการทำงานรอบด้าน
สเปค Samsung Galaxy Tab S7
- ขนาดเครื่อง 253.8×165.3×6.3 มม. รุ่น WI-Fi หนัก 498 กรัม / รุ่น Wi-Fi+LTE หนัก 500 กรัม
- หน้าจอ LTPS TFT ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2500×1600 พิกเซล) รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz
- ชิป Qualcomm Snapdragon 865+ (7nm) ประมวลผล Octa-core (1×3.09GHz Kryo 585 & 3×2.42GHz Kryo 585 & 4×1.8GHz Kryo 585) มี GPU Adreno 650
- มีสเปคความจำ RAM 6GB+ROM 128GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 1TB
- กล้องหน้าความละเอียด 8MP, f/2.0, 1/4″, 1.12µm
- กล้องหลังคู่
- เลนส์ Wide 13MP, f/2.0, 1/3.4″, 1.0µm, AF
- เลนส์ Ultrawide 5MP, f/2.2, 1.12µm
- รองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 4K@30fps
- มีลำโพงสเตอริโอ 4 จุด ปรับจูนโดย AKG
- รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
- มี Bluetooth 5.0, A2DP, LE
- รองรับ A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO
- มีสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง
- รองรับการทำงานกับปากกา S-Pen ค่าความหน่วง 26ms
- มีเซ็นเซอร์ Accelerometer / Fingerprint Sensor/ Gyro Sensor / Geomagnetic Sensor / Hall Sensor / Light Sensor
- แบตเตอรี่ 8500mAh รองรับ Fast charging 45W
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 คลุมด้วย One UI 2.5
- สีที่ขายในไทย Mystic Bronze / Mystic Black
Galaxy Tab S7 เครื่องที่ได้มารีวิวเป็นเวอร์ชั่น Wi-Fi มากับงานออกแบบระดับพรีเมี่ยมด้านหน้าเครื่องคลุมด้วยกระจก ตัวขอบและฝาหลังเครื่องเป็นอลูมิเนี่ยมให้สัมผัสที่แข็งแรง งานประกอบทำได้ดี ขณะที่สัดส่วนก็เหมาะแก่การพกพาด้วยขนาดเครื่อง 253.8×165.3×6.3มม. หนัก 498 กรัม
หน้าจอเป็น LTPS TFT ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2500×1600 พิกเซล) อัตราส่วนการแสดงผล 16:10 รองรับการแสดงผล HDR10+ ดันความสว่างได้ถึง 500nit มีความหนาแน่นพิกเซล 276ppi มีมาตรฐานช่วงสี NTSC และผ่านการรับรองมาตรฐานถนอมสายตา Eye Care Certification
จุดเด่นของจอรุ่นนี้คือการทำรีเฟรชเรทได้สูงสุด 120Hz ทำให้การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ออกมาลื่นไหล และไม่ต้องกลัวจะเปลืองพลังงานเพราะมีระบบ Auto ปรับรีเฟรชเรทระหว่าง 60Hz กับ 120Hz โดยอัตโนมัติตามรูปแบบคอนเทนท์ที่ใช้งาน
ตัวขอบจอของ Tab S7 ก็บางลงจากรุ่นที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเหลือพื้นที่ให้ถือจับได้ส่วนกล้องหน้าก็มีการปรับตำแหน่งมาไว้ที่ด้านข้างตามแนวยาวขอบจอทำให้ใช้งานวิดีโอคอลได้สะดวกกว่าเดิม
ด้านงานออกแบบฝาหลังก็ทำมาได้ดีโดยใช้เทคนิคการทำสีแบบอโนไดซ์และการพ่นทรายจนได้พื้นผิวที่มีความด้านระดับหนึ่งช่วยให้จับติดมือมากขึ้นโดยสีที่ขายในไทยมี Mystic Bronze กับ Mystic Black ซึ่งเป็นสีที่เราได้มา
ตัวกล้องหลังเลนส์คู่ถูกวางไว้ที่มุมซ้ายบนด้านล่างมีแถบแม่เหล็กสำหรับแปะติดปากกา S Pen ซึ่งแรงดูดระหว่างปากกากับฝาหลังก็ถือว่าแรงติดแน่นพอสมควร แต่ถ้าจะเอาให้ชัวร์ไม่ต้องกลัวปากกาหลุดก็ต้องหาเคสมาช่วยเสริมอีกแรงจะดีที่สุด
สำหรับขอบเครื่องของรุ่นนี้มีการตัดขอบให้เรียบกว่ารุ่นที่ผ่านมาด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็น POGO Pins กับร่องบากเล็กๆ เพื่อใช้เชื่อมต่อกับเคสคีย์บอร์ด
ขอบเครื่องด้านขวาเป็นปุ่มพาวเวอร์ที่เป็นสแกนลายนิ้วมือในตัว พร้อมด้วยปุ่มปรับระดับเสียง และถาดสำหรับใส่หน่วยความจำเสริม
พอร์ต USB-C อยู่ที่ขอบเครื่องด้านล่าง ขอบด้านบนมีไมโครโฟน ส่วนลำโพงมีการติดตั้งมาให้ถึง 4 จุด ปรับจูนเสียงโดย AKG เจ้าเดิม ให้กำลังเสียงกระหึ่ม จะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็เอาอยู่
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือตัวปากกา S Pen ของ Galaxy Tab S7 ที่มากับขนาดใกล้เคียงกับปากกาจริงโดยมีความยาว 147มม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 8.2 มิลลิเมตร หนัก 8 กรัม โดยที่มีด้านหนึ่งแบนเพื่อแปะติดชาร์จแบตฯ แบบไร้สายกับตัวแท็บเล็ต ซึ่งตัวปากกาเองมีแบตฯ 0.35mAh ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ชาร์จได้เต็ม 100%
เรื่องประสิทธิภาพของปากกาจัดว่ายอดเยี่ยมโดยมีการตอบสนองกับหน้าจอได้ไวถึง 26ms เรียกว่าเส้นแทบจะวิ่งตามหัวปากกา และยังตอบสนองต่อแรงกด 4096 ระดับ
อีกฟังค์ชั่นที่ตัวปากกามีให้ใช้คือ Quick Actions ที่นอกจากจะกดปุ่ม หรือตวัด ขึ้น-ลง / ซ้าย-ขวา เพื่อสั่งงานได้แล้ว ตัวผู้ใช้ยังสามารถโบกสะบัดเป็นท่าทางต่างๆได้ 5 รูปแบบเพื่อป้อนคำสั่งได้ด้วย
ด้านชิปเซตภายใน Galaxy Tab S7 จัดของแรงอย่าง Snapdragon 865+ ที่เป็นชิปเรือธงของฝั่ง Android ในตอนนี้ โดยที่ชิปใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7nm ประมวลผลแบบ Octa-core คล็อกสปีดสูงสุด 3.09GHz สเปคความจำเป็น RAM 6GB+128GB รองรับหน่วยความจำเสริมชนิด microSD Card ได้สูงสุด 1TB
เพื่อให้เห็นประสิทธิภาพที่ชัดเจนก็ต้องทดสอบบน Benchmark ซึ่งได้ผลลัพท์ดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 12722 คะแนน
- Geekbench 5 = Single-core : 957คะแนน / Multi-core : 2968คะแนน
- AuTuTu Benchmark v8.4.3 = 584442คะแนน
- AITuTu Benchmark = 451383คะแนน
ในส่วนของแบตเตอรี่ให้มา 8500mAh เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน และยังรองรับชาร์จไว Fast Charging 45W
สำหรับระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 คลุมด้วย One UI 2.5 ที่ถูกปรับปรุงความสามารถและการใช้งานให้สะดวกสบายขึ้น รวมกับหน้าจอขนาดใหญ่ตอบโจทย์การทำงานแบบ Multitasking แบ่งหน้าจอทำงานได้หลายแอปฯ พร้อมกัน
แน่นอนว่าคนที่ซื้อแท็บเล็ตที่มีปากกาติดมาก็ต้องตั้งเป้าการใช้งานลักษณะขีดๆ เขียนๆ หรือออกแบบอะไรบางอย่าง และในแท็บเล็ตรุ่นนี้ก็เตรียมฟังค์ชั่นที่ว่ามาให้ครบไม่ว่าจะเป็น
- Clip Studio Paint : แอปฯ สำหรับวาดเขียนที่มีตัวเลือกหัวแปรง หัวปากกา ให้ใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งในรุ่นนี้ก็มาพร้อมสิทธิ์ใช้งานแอปฯ ได้ฟรี 6 เดือน
- Noteshelf : แอปฯ ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับการจดเลคเชอร์
- Canva : แอปฯ สำหรับสร้างงานออกแบบสวยๆ และงานกราฟฟิกระดับมืออาชีพได้ในเวลาไม่กี่วินาที
- Samsung Note : แอปฯ จดบันทึกพื้นฐานของเครื่องที่มีการอัพเกรดความสามารถทั้ง จดโน๊ตและบันทึกเสียงได้พร้อมกัน, จัดการไฟล์ที่จดรวมถึงจัดทำโฟลเดอร์ได้, จัดการไฟล์ PDF ได้ หรือการแปลงลายมือให้เป็นตัวพิมพ์ รวมถึงการทำ Samsung Live Note Sync เชื่อมต่อการทำงานของไฟล์ต่างๆ บน Samsung Note ผ่าน Samsung Account ได้แบบเรียลไทม์
- Wireless DeX : ทำงาน Samsung DeX ได้แบบไร้สาย
ในส่วนของความบันเทิงอย่างการเล่นเกมด้วยสเปคชิปประมวลผลก็ทำได้ดีไม่มีปัญหาอีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Game Mode เข้ามาช่วยจัดการให้การทำงานลื่นไหลมากขึ้น
แต่ละเกมที่เอามาทดสอบก็รันในระดับสูงได้ไม่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็น Call of Duty: Mobile เข้าถึงเฟรมเรทและกราฟฟิกได้ในระดับ Very High, ROV เปิดเฟรมเรทสูงสุดได้โดยที่ตัวเลขจะวิ่งอยู่ที่ราว 60fps, PUBG Mobile อยู่ในระดับ Ultra HDR หรือจะเป็นเกมใหม่ที่เขาว่าปราบเซียนกินทรัพยากรเครื่องสุดๆ อย่าง Genshin Impact ก็เล่นระดับกราฟฟิก+เฟรมเรทสูงสุดได้ลื่นๆ โดยที่ต้องระวังเรื่องแบตเตอรี่กับอุณหภูมิของเครื่องที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ด้านการถ่ายภาพ Galaxy Tab S7 มีกล้องหลังมาให้ 2 ตัวประกอบด้วย กล้องเลนส์ Wide 13MP, f/2.0, 1/3.4″, 1.0µm, AF + เลนส์ Ultrawide 5MP, f/2.2, 1.12µm สำหรับกล้องหนัา 8MP, f/2.0, 1/4″, 1.12µm
ฟีเจอร์การถ่ายภาพมีมาให้ครบไม่ว่าจะเป็น Scene Optimizer ระบบ AI ปรับแต่งกล้องตามซีนที่ถ่าย, Single Take โหมดถ่ายภาพและวีดีโอแบบสั้นๆ ไปพร้อมกัน ก่อนที่ระบบจะทำใส่ฟิลเตอร์หรือลูกเล่นเลือกช็อตที่ดีที่สุดเพื่อให้เอาไปแชร์ต่อ, Night Mode โหมดถ่ายภาพกลางคืน, Night Hyperlapse ถ่ายภาพ Hyperlapse ตอนกลางคืน หรือจะเป็นการถ่ายวีดีโอที่สามารถสลับไปมาระหว่างกล้องหน้าและกล้องหลังได้ เป็นต้น
ส่งท้ายด้วยราคา Samsung Galaxy Tab S7 มีให้เลือก 2 รุ่น
- RAM 6GB+ROM 128GB (WiFi) = 22,900 บาท
- RAM 6GB+ROM 128GB (LTE) = 26,900 บาท
จากภาพรวมที่ได้ลองใช้มา Galaxy Tab S7 ถือว่าเป็นแท็บเล็ตที่ดีไซน์ได้หรู โดดเด่นด้านการใช้งานโดยเฉพาะจอ 120Hz พร้อมด้วยสเปคการประมวลผลที่แรงรองรับการทำงานรอบด้าน อีกทั้งยังมีปากกาแถมมาให้ในตัว เหมาะกับผู้ใช้หลากหลายกลุ่มตั้งแต่วัยเรียน ยันวัยทำงาน และจัดว่าเป็นแท็บเล็ตระดับท็อปของฝั่ง Android ที่อยากให้ได้ลองสัมผัสกัน



















































