รีวิว Samsung Galaxy S24 Ultra สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงตัวท็อปที่เป็นกระแสประเดิมปี 2024 ด้วยบทบาทใหม่ในฐานะ AI Phone หรือมือถือที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AI สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการมือถือระดับพรีเมี่ยม
สารบัญ
สเปค Samsung Galaxy S24 Ultra
- สัดส่วนเครื่อง 162.3 x 79.0 x 8.6 มม. หนัก 232 กรัม
- มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
- สีที่วางจำหน่าย
- Titanium Gray / Titanium Black / Titanium Violet / Titanium Yellow
- เฉพาะบน Samsung.com : Titanium Blue / Titanium Green / Titanium Orange
- หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+ รองรับรีเฟรชเรท Super Smooth 120Hz (1~120Hz) รองรับเทคโนโลยี Vision booster รองรับ S Pen
- กล้องหน้า 12MP, F/2.2, 26mm (wide), Dual Pixel PDAF
- กล้องหลังสี่ตัว
- 200MP, F/1.7, 24mm (wide), 1/1.3″, 0.6µm, multi-directional PDAF, Laser AF, OIS
- 50MP, F/3.4, 111mm (Periscope telephoto), PDAF, OIS, 5x Optical zoom
- 10MP, F/2.4, 67mm (Telephoto), 1/3.52″, 1.12µm, Dual Pixel PDAF, OIS, 3x Optical zoom
- 12MP, F/2.2, 13mm, 120˚ (Ultrawide), 1/2.55″, 1.4µm, Dual Pixel PDAF, Super Steady video
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy
- CPU 8-core (1×3.39GHz Cortex-X4 & 3×3.1GHz Cortex-A720 & 2×2.9GHz Cortex-A720 & 2×2.2GHz Cortex-A520)
- GPU Adreno 750 (1GHz)
- หน่วยความจำ RAM LPDDR5x + ROM UFS 4.0 (12GB + 256GB / 12GB + 512GB / 12GB + 1TB)
- รองรับการทำงานสองซิมสนับสนุนเครือข่าย 2G GSM / 3G WCDMA / 4G LTE FDD / 4G LTE TDD / 5G Sub6 FDD / 5G Sub6 TDD
- รองรับ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax/be 2.4GHz+5GHz+6GHz, EHT320, MIMO, 4096-QAM
- ใช้ Bluetooth 5.3
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS / Glonass / Beidou / Galileo / QZSS
- มี UWB (Ultra-Wideband) และ NFC
- ติดตั้งเซ็นเซอร์ Accelerometer / Barometer / Fingerprint Sensor / Gyro Sensor / Geomagnetic Sensor / Hall Sensor / Light Sensor / Proximity Sensor
- มีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
- ระบบปฏิบัติการ Android 14 คลุมด้วย One UI 6.1
- แบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh
- รองรับ Super Fast Charging 45W / Fast Wireless Charging 2.0 15W / Wireless PowerShare 4.5W
แกร่งขึ้นด้วยเฟรมไทเทเนียม และกระจก Gorilla Armor
ว่ากันด้วยสัดส่วน Samsung Galaxy S24 Ultra จะไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากนักโดยขนาดจะอยู่ที่ 162.3 x 79.0 x 8.6 มม. และหนัก 232 กรัม ซึ่งถ้าวัดกันด้วยน้ำหนักตอนอยู่บนมือแทบไม่ค่อยต่างจาก S23 Ultra

แต่สิ่งที่ทำให้ดีไซน์รุ่นนี้มีความโดดเด่นขึ้นคือการปรับสัดส่วนความโค้งของเครื่องและจอให้ลดลงทำให้ส่วนตัวมองว่ามีฟีลลิ่งการถือจับบนมือที่ดีและมั่นคงกว่ารุ่นก่อน สำหรับวัสดุกรอบของเครื่องครั้งนี้เปลี่ยนมาใช้ไทเทเนียมที่การันตีเรื่องความทนทานที่มากกว่า Armor Aluminum

อีกสิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนกับรุ่นก่อนคือการที่ Samsung นำวัสดุรีไซเคิลทั้ง พลาสติก, กระจก และอลูมิเนียม มาใช้ในส่วนประกอบภายในและภายนอกของ Galaxy S24 series โดยที่โมเดล Ultra ใช้โคบอลต์รีไซเคิลเป็นส่วนประกอบในแบตเตอรี่อย่างน้อย 50% และใช้แร่แรร์เอิร์ธรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบในลำโพงทั้งหมด ร่วมกับวัสดุที่เป็นเหล็กกล้ารีไซเคิลในสัดส่วน 40% ขณะที่ตัวใช้พลาสติกทีพียูที่เสื่อมสภาพแต่ยังไม่ผ่านการอุปโภคบริโภคเป็นส่วนประกอบด้านข้างและปุ่มเพิ่มลดเสียงอย่างน้อย 10% โดยที่ตัวมือถือยังคงมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68



สำหรับสีที่วางจำหน่ายจะประกอบด้วย Titanium Gray, Titanium Black, Titanium Violet และ Titanium Yellow โดยมี 3 สีพิเศษ Titanium Blue, Titanium Green, และ Titanium Orange ที่จะวางจำหน่ายเฉพาะบน Samsung.com
ในส่วนขององค์ประกอบต่าง ๆ ยังคงถอดแบบมาจากรุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ของกล้องหลังที่ไม่มีพื้นที่โมดูลกล้อง โดยที่กล้องหลังทั้งสี่ตัวจะถูกจัดวางเรียงเป็นแนวตั้งแบ่งกันเป็นสองแถว และมีแฟลช LED อยู่ในแถวที่สอง แต่ของ S24 Ultra ตำแหน่งรูไมค์ที่อยู่บนกล้องหลังจะต่างจากรุ่นก่อนหน้า ใครที่มีแผนจะเอามือถือไปติดกระจกกันเลนส์กล้องแนะนำให้เช็ครุ่นจากทางร้านก่อนติดให้ดี ๆ

ปุ่มพาวเวอร์และตัวปรับระดับเสียงจะอยู่ที่ขอบเครื่องด้านขวา ด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และฐานเครื่องด้านล่างมีช่องเก็บปากกา S Pen ในตัว, ลำโพงหลัก, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟน และช่องใส่ซิมการ์ดซึ่งรองรับการใช้งาน nano-SIM ทั้งคู่ ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม




Samsung Galaxy S24 Ultra เป็นมือถือรุ่นแรกที่ได้ประเดิมใช้งานกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Armor โดยคลุมตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งกระจกรุ่นใหม่ของ Corning มากับคุณสมบัติทนต่อแรงกระแทกได้ดีขึ้นถึง 3 เท่า ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่าเดิม 4 เท่า และมีเทคโนโลยี Superior Anti-Reflective Properties ช่วยลดแสงสะท้อนได้ดีกว่าเดิมถึง 75% ซึ่งให้ประสบการณ์ใช้งานหน้าจอเมื่ออยู่กลางแจ้งที่ดีขึ้น

สำหรับหน้าจอยังดีไซน์แบบ Infinity-O Display เจาะรูใส่กล้องหน้าตรงกลาง และมีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอพาแนลจอใช้ Dynamic AMOLED 2X ขนาดอยู่ที่ 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+ มี Vision Booster ดันความสว่างหน้าจอสูงสุดที่ 2,600nits เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 1750nits ส่วนการรองรับ HDR10+ ก็ยังคงมีเหมือนเดิมรวมถึงเทคโนโลยี Super Smooth ปรับระดับรีเฟรชเรทได้ตั้งแต่ 1-120fps และรองรับ Touch Sampling Rate ได้ถึง 240Hz




Galaxy S24 Ultra ยังคงรองรับการทำงานร่วมกับปากกา S Pen และด้วยสัดส่วนขอบจอที่โค้งน้อยลงอาการเขียนเพลิน ๆ แล้วหัวปากกาลื่นตกขอบก็ลดน้อยลง สำหรับสาเหตุที่ไม่ทำให้จอแบนแบบ 100% ไปเลย ทาง Samsung ได้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการรักษาสัดส่วนของเครื่องให้ยังคงถือจับใช้งานได้ถนัดมือนั้นเอง



ชิป Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy เร็ว แรง ไม่สะดุด
Samsung Galaxy S24 Ultra ใช้ขุมพลังเป็น Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy ชิปเรือธงที่ผ่านการปรับแต่งมาเพื่อมือถือของ Samsung โดยเฉพาะ ซึ่งตัวชิปผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 4nm จัดเรียง CPU แบบ Octa Core กำลังสูงสุด 3.39GHz มี GPU Adreno 750 ที่เรนเดอร์กราฟิกได้เร็วขึ้น 25% และประหยัดพลังงานกว่าเดิม 20 % พร้อม Hexagon NPU ที่ประสิทธิภาพ AI เร็วขึ้นถึง 98%

สำหรับหน่วยความจำให้ RAM LPDDR5x มา 12GB ทำงานกับ ROM UFS 4.0 ตัวเลือกสูงสุด 1TB ส่วนแบตเตอรี่ใส่มาให้ 5,000mAh รองรับ Fast Charge 45W และ Wireless Charge 2.0 กำลัง 15W


ถ้าว่ากันด้วยสเปคนอกจากชิปที่เป็นรุ่นใหม่แล้วส่วนอื่น ๆ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักโดยที่ยังคงเร็ว แรง รองรับการใช้งานได้รอบด้านสมราคามือถือเรือธง แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์และมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างชัดเจนคือระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling ของรุ่นนี้ ที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจนด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น 1.5 เท่า ช่วยลดอุณหภูมิที่ผิวนอกของโทรศัพท์มือถือพร้อมทั้งรักษาประสิทธิภาพการประมวลผลให้แรงได้ต่อเนื่อง

ทางด้านการสอบด้วยแพลตฟอร์ม Benchmark ได้ผลลัพท์ดังนี้
- Geekbench 6 = Single-core 2,204 คะแนน / Multi-core 6,529 คะแนน
- PC Mark = 18,280 คะแนน


ในพาร์ทของการเล่นเกมก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงจอสวย ลำโพงชัด ประมวลผลแรงทั้ง ROV, PUBG Mobile, Call of Duty Mobile ก็เล่นแบบภาพสวยได้แบบลื่น ๆ ด้วยระดับกราฟิกและเฟรมเรทสูงสุดที่เกมรองรับ ขณะที่เกมกินสเปค Genshin Impact พรีเซ็ตการตั้งค่าที่แนะนำคือ Medium เฟรมเรท 30fps แต่ถ้าดันไประดับ High ก็ยังเล่นได้ลื่น ๆ




เก่งกาจแบบ AI Phone มาตรฐานใหม่ของมือถือเรือธง
Galaxy S24 series เปิดตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 14 คลุมด้วย One UI 6.1 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์อัพเกรดหลายด้านซึ่งนอกจากหน้าตาที่ดูน่าใช้มากขึ้นแล้ว ก็ยังมีสิ่งที่ยกระดับมาตรฐานมือถือรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy AI ที่เอาความอัจฉริยะของ AI เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้ทำงาน และใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

คุณสมบัติ Galaxy AI จะมีการทำงานส่วนหนึ่งที่อยู่บนพื้นฐานของ Gauss โมเดล Generative AI ที่ Samsung พัฒนาขึ้นมาเอง และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากความร่วมมือกับ Google เพื่อนำ Google Cloud มาให้ลูกค้าใช้งานผ่านฟีเจอร์ Gemini Pro และ Imagen 2 บน Vertex AI ผ่านระบบคลาวด์บนมือถือ
สำหรับการทำงาน AI บนมือถือของ Samsung เองจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ “On-Device AI” ที่การประมวลผลทั้งหมดจะเกิดขึ้นเฉพาะบนอุปกรณ์ กับ “Cloud-Based AI” ที่การประมวลผลจะต้องใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลบน Cloud โดยที่ฟีเจอร์ต่าง ๆ จะมีดังนี้
Circle to Search
ใช้ AI เพื่อช่วยค้นหารูปภาพ, วีดีโอ หรือ ข้อความบนหน้าจอ มือถือ เพียงแค่กดปุ่ม Home ค้าง แล้ววงกลมหรือทำไฮไลท์รอบสิ่งที่ต้องการค้นหา ระบบก็จะหาข้อมูลบน Google มาเสิร์ฟให้เราทันที พร้อมทั้งแสดงคำแนะนำการค้นหาเพิ่มเติมเพื่อให้เราเอาไปต่อยอดค้นต่อได้อีกด้วย

AI Live Translate
ล่ามแปลภาษาแบบส่วนตัวมือถือ Samsung Galaxy S24 series ที่มีให้ใช้งานตั้งแต่ Chat Assist ระบบส่งข้อความ (Massage) ที่รองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ร่วมกับแอป Third-Party ที่คนไทยนิยมใช้งานอย่าง LINE, Direct Message ของ Instagram, Kakao หรือ WhatApps




แต่สิ่งที่เจ๋งสุด ๆ คือ Call Assist ที่นำระบบแปลภาษามาใช้งานร่วมกับระบบโทรแบบเนทีฟ (Native Call) ของโทรศัพท์ ทำให้เราสามารถโทรสื่อสารกับชาวต่างชาติได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นว่าอีกฝ่ายจะต้องใช้มือถือ Samsung เหมือนกัน ซึ่งตอนที่ใช้ฟีเจอร์นี้ระบบ AI จะช่วยแปลงเสียงพูดของเราให้เป็นภาษาที่ต้องการแปลเพื่อสื่อสารกับอีกฝ่าย และเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมา AI ก็จะแปลงเสียงพูดของทางนั้นกลับมาเป็นภาษาไทย พร้อมแสดงข้อความที่อีกฝ่ายพูดบนหน้าจอ

นอกจากนี้ยังมีระบบ Face to Face หรือการแปลภาษาเวลาสนทนากันแบบต่อหน้า โดยที่มือถือจะแบ่งครึ่งจอแสดงข้อความที่เราพูดเป็นภาษาที่ถูกแปลแล้ว และอีกครึ่งจะเป็นข้อความที่อีกฝ่ายพูดกลับมาโดยแปลเป็นภาษาไทย หรือภาษาที่เรากำหนดไว้ ซึ่งระยะเวลาในการแปลก็จัดว่ารวดเร็วไม่ขัดจังหวะในสนทนา

Samsung Keyboard
ลูกเล่นใหม่บนคีย์บอร์ดของ Samsung ที่จะนอกจากจะช่วยตรวจเช็คคำผิดได้แล้ว ก็ยังมีความสามารถในการสร้างรูปประโยคที่เหมาะสมกับวาระอาทิเช่น โพสต์โซเชียล, ประโยคที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง, ประโยคที่เป็นภาษาทางการเพื่อความสุภาพ หรือประโยคพร้อมอีโมติคอนและแฮชแท็กที่เข้ากัน เป็นต้น


Samsung Internet
บน Samsung Internet จะมีคุณสมบัติการ “Summarise” ที่ช่วยสรุปเนื้อหาจากหน้าเว็บไซต์ทั้งหน้าให้เหลือเฉพาะส่วนที่เป็นใจความสำคัญ แถมยังมีคุณสมบัติการ Translate เพื่อแปลภาษาหน้าเว็บทั้งหน้าให้เป็นภาษาที่เรากำหนดไว้

Samsung Notes
บนแอปจดบันทึก Samsung Notes จะมีฟีเจอร์ Note Assist ที่ใช้ AI ในการช่วยทำงานด้านเอกสารไม่ว่าจะเป็น

- Auto format Text : ฟีเจอร์ช่วยจัดหน้ากระดาษสร้างหัวข้อที่เป็นไฮไลท์เพื่อจะได้อ่านสบายตาดูสวยงามมากขึ้น
- Correct spelling : คุณสมบัติในการช่วยแก้ไขคำหรือไวยากรณ์ที่ผิด
- Summarise : ให้ AI ช่วยสรุปข้อมูลจากหลาย ๆ บรรทัดให้เหลือเฉพาะส่วนที่เป็นใจความสำคัญ




Voice Recorder
เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่รู้สึกว่าน่าสนใจมากตั้งแต่ได้ยินในวันเปิดตัว โดยที่ฟีเจอร์นี้จะเป็นการใช้ AI ในการถอดเทปบันทึกเสียงออกมาเป็นตัวหนังสือ แถมยังสามารถจำแนกเสียงผู้พูดได้สูงสุดถึง 10 คน รองรับการแปลภาษา และใช้สรุปเนื้อหาจากเสียงที่บันทึกมาได้ด้วย

สำหรับระยะเวลาในการถอดเทปอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความยาวของคลิปเสียงที่ต้องการจะถอด ซึ่งจากที่ได้ทดสอบใช้งานมามีความรู้สึกว่าในการถอดเสียงที่เป็น “ภาษาไทย” อาจจะยังทำได้ไม่แม่นยำสักเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับเสียงที่เป็น “ภาษาอังกฤษ” ซึ่งเข้าใจว่าตัวเวอร์ชั่นที่เรารีวิวยังเป็นตัว Beta และการทำงานของ AI เองก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้อีกสักระยะ

Photo Assist
ใช้ความสามารถ AI มาใช้ในการตกแต่งรูปภาพตั้งแต่การเคลื่อนย้าย หรือลบวัตถุ / ตัวแบบ หรือแสงสะท้อนที่อยู่ในภาพ รวมถึงการใช้ AI เพื่อเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไปจากในภาพถ่าย
การใช้งานก็เหมือนกับเราเข้าไปแก้ไขรูปตามปกติ แต่ให้กดเลือกไปที่ “Generative edit” ที่เป็นโลโก้รูปดาวของ Galaxy AI ในกรณีที่ต้องการปรับรูปจากที่เอียงให้กับมาตรงก็แค่ปรับองศาแล้วกดที่ Generate ระบบก็จะทำการแก้ไขแล้วเติมภาพที่ขาดไปบริเวณขอบให้กับเรา

สำหรับการแก้ไขสิ่งที่เป็น วัตถุ / ตัวแบบ ด้วยการลบ, เคลื่อนย้าย หรือ ขยาย/ลด ขนาดก็แค่แตะจุดที่ต้องการแก้ค้างไว้ หรือ ลากเส้นตีกรอบ จากนั้นก็แตะค้างไว้เพื่อลบ หรือเคลื่อนย้ายตำแหน่ง และกด Generate ให้ AI ลบหรือเติมภาพในส่วนที่หายไป


เรื่องความแนบเนียนอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของจุดที่ต้องการแก้ไขถ้าจุดที่จะแก้มีขนาดใหญ่มากหรือมีพื้นที่รอบข้างมีความซับซ้อนก็มีความเป็นไปได้ที่ AI จะสร้างอะไรแปลก ๆ เข้ามาแทนที่ ส่วนใครที่กังวลว่าจะมีคนเอารูปภาพที่ใช้ AI ตกแต่งทำอะไรที่ไม่ดี อันนี้ก็วางใจได้ เพราะรูปที่ใช้ Photo Assist ตกแต่งจะมีสัญลักษณ์ดาว “Galaxy AI” ขึ้นอยู่ที่มุมซ้ายล่างภาพ

เรื่องคุณสมบัติ Galaxy AI แน่นอนว่าทาง Samsung ไม่ได้จะจำกัดให้ใช้เฉพาะใน Galaxy S24 series เท่านั้น แต่ยังมีแผนที่จะอัพเดตให้กับบรรดาเรือธงรุ่นเก่า ๆ ได้ใช้งานด้วยซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะอัพเดตกันเมื่อไร และจะได้ใช้ทุกคุณสมบัติเหมือนกับ S24 series หรือไม่ รวมถึงข่าวคราวที่ว่า Galaxy AI จะใช้ฟรีได้จนถึงสิ้นปี 2025 นั้นจะมีการอัพเดตอะไรเพิ่มเติมจากทาง Samsung บ้าง
แต่สิ่งหนึ่งที่คนใช้ Samsung Galaxy S24 series จะได้รับประโยชน์กันแบบเต็ม ๆ คือจะเป็นรุ่นแรกของค่ายนี้ที่อัปเดตได้นาน 7 ปีทั้งระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัย เรียกว่าคุ้มค่ากันสุด ๆ
กล้องสี่ตัวเหมือนเดิม แต่ซูมได้คมขึ้น
Galaxy S24 Ultra ยังเป็นตัวท็อปด้านการถ่ายภาพโดยที่กล้องหลังตัวหลักเลนส์ Wide ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.7 มีเทคโนโลยี Super Quad Pixel autofocus พร้อม OIS และ Super Clear Lens ซึ่งเซ็นเซอร์มีเทคโนโลยีรวมพิกเซล Tetra Square เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแสงเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย

ขณะเดียวกันรุ่นนี้ยังคงติดตั้งกล้อง Dual Telephoto ประกอบด้วยกล้อง Tele ระยะ X3 ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.4 กับกล้อง Tele ระยะ X5 ที่รอบนี้เพิ่มความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/3.4 เป็นเลนส์ Periscope สามารถทำ Digital zoom ได้ 100 เท่า ส่วนกล้องเสริมอีกตัวยังเป็นกล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.2 มี Dual Pixel autofocus พร้อมมุมมองรับภาพ 120 องศา

ส่วนกล้องหน้าให้มา 12 ล้านพิกเซล มี Dual pixel autofocus รูรับแสง F/2.2


เรื่องการซูม หรือการถ่ายในที่แสงน้อยแน่นอนว่า Samsung สามารถทำได้ดีมาตั้งแต่รุ่น Galaxy S23 Ultra ซึ่งเรื่องนี้การันตีได้จากชาวบัตรดอย แต่สำหรับ Galaxy S24 Ultra ที่อัพเกรดความละเอียดกล้องซูมให้สูงขึ้นเป็น 50 ล้านพิกเซล และลดระยะลงมาเป็น 5 เท่า ทำให้การถ่ายในระยะซูมทำได้ดีขึ้น ได้ระยะเลนส์ที่ตรงกับการใช้งานมากขึ้น แถมยังมี Space ZOOM ทำให้ภาพออกมาสวยงามแม้ในที่แสงน้อยและในทุกระยะการซูม




สำหรับการถ่ายวีดีโอรวมถึงการถ่ายภาพวิดีโอ Galaxy S24 Ultra ก็มีระบบกันสั่น พร้อมคุณสมบัติช่วยลดนอยซ์ เพิ่มความคมชัด และ AI ช่วยแยกแยะความเคลื่อนไหวได้อีกด้วย โดยที่กล้องรองรับการถ่ายวีดีโอในระดับความละเอียดสูงสุด UHD 8K (7680 x 4320) @30fps

ในพาร์ทของการถ่ายภาพและวีดีโอด้วยระยะเวลาการใช้งานที่จำกัดจึงต้องขออภัยที่ในบทความรีวิวชิ้นนี้จะยังไม่มีโอกาสไปเก็บภาพในสถานการณ์ต่าง ๆ มากนัก แต่แนะนำให้กดติดตามช่อง YouTube ของ MXPhone กันไว้เดี่ยวเราทำเจาะลึกรายละเอียดพร้อมตัวอย่างภาพและวีดีโอจากสถานการณ์ต่าง ๆ เอามาให้ได้ชมกันอย่างแน่นอน
ตัวอย่างภาพจากกล้อง Samsung Galaxy S24 Ultra



















สรุปการใช้งาน
ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาวงการสมาร์ทโฟนไม่ได้มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจมากสักเท่าไรนัก และจากที่ได้ลองใช้งาน รีวิว Samsung Galaxy S24 Ultra มาระยะเวลาหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ามือถือรุ่นนี้เหมือนเป็นตัวยกระดับมาตรฐานใหม่ ๆ ให้วงการมือถือระดับพรีเมียมได้มีอะไรมาแข่งขันกันมากกว่าการทำกล้องเทพ ซูมหนัก ชิปแรง หรือจอสวย ๆ ซึ่งเชื่อว่าในช่วงปีหรือสองปีนี้ก็น่าจะเห็นการแข่งขันกันทำมือถือ AI มากขึ้น

เรื่องของดีไซน์ Samsung Galaxy S24 Ultra ถ้าดูด้วยตาจะไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้ามากนักแต่ด้วยความโค้งที่ลดลงทำให้ฟีลลิ่งการจับถือมันดีขึ้นมากจริง ๆ และที่ประทับใจที่สุดคือเรื่องการจัดการความร้อนที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนซึ่งส่งผลบวกไปถึงประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ ทั้งการประมวลผล หรือการจัดการพลังงาน สายเล่นเกมหรือกลุ่มคนที่ใช้งานหนัก ๆ ก็น่าจะถูกใจในจุดนี้

ทางด้านการถ่ายภาพถ้าใครที่ถูกใจกับความสามารถของ Galaxy S23 Ultra 5G อยู่แล้ว ก็แนะนำให้ลองเล่นกล้องของ Galaxy S24 Ultra ดูเพราะคุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นด้วยกล้องซูมระยะ x5 ที่ถูกเพิ่มความละเอียดให้สูงขึ้นเป็น 50 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีช่วยในการถ่ายในสภาพแสงน้อย

ปิดท้ายด้วยเรื่องของราคา Samsung Galaxy S24 Ultra วางขาย 3 สเปคดังนี้
- Samsung Galaxy S24 Ultra (RAM 12GB + 256GB) ราคา 46,900 บาท
- Samsung Galaxy S24 Ultra (RAM 12GB + 512GB) ราคา 52,900 บาท
- Samsung Galaxy S24 Ultra (RAM 12GB + 1TB) ราคา 62,900 บาท
Galaxy S24 Series สามารถพรีออเดอร์ได้แล้ววันนี้ ถึง 30 ม.ค. 2567ผ่าน , Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ รับโปรแรงถึง 3 ต่อ ได้แก่
- ต่อที่ 1 ฟรีเพิ่มความจุเป็น 2 เท่า มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท
- ต่อที่ 2 ลดเพิ่มสูงสุด 6,000 บาท เมื่อนำเครื่องเก่ามาแลก (ลดเพิ่มจากราคาประเมิน 6,000.- เมื่อซื้อ Galaxy S24 Ultra และ 5,000.- เมื่อซื้อ Galaxy S24+ l S24 )
- ต่อที่ 3 ลด 30% สำหรับซื้อ Galaxy Watch6 และ Galaxy Buds
พิเศษ! เฉพาะที่ Samsung.com เท่านั้น
- เมื่อสั่งซื้อสีพิเศษ รับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
- สามารถใช้ คะแนน Samsung Rewards แลกเป็นส่วนลดได้บน สูงสุด 30% ของราคาสินค้า
- สั่งซื้อครั้งแรก บน Samsung Shop App กรอกโค้ด NEWMEM รับส่วนลด 1,000.-
สำหรับทุกการสั่งซื้อหรือการจองจากทุกช่องทาง เพิ่มเติมไปอีก!!!
รับสิทธิ์ซื้อประกันจอแตก Samsung Care+ ในราคาพิเศษ ลด 50% หรือฟรี 1 ปี สำหรับผู้ลงทะเบียนแสดงความสนใจล่วงหน้า เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
ชี้ช่อง! ราคา GALAXY S24 SERIES ทุกรุ่น จากค่ายมือถือ เจ้าไหนลดเยอะ คุ้มสุด!!