พูดถึง Galaxy S24 / Galaxy S24+ ไปแล้ว จะไม่พูดถึงพี่ใหญ่อย่าง Samsung Galaxy S24 Ultra เลยก็คงไม่ได้ ซึ่งต้องบอกว่าในการเปิดตัวครั้งนี้ตัวพี่ใหญ่น่าจะเป็นรุ่นที่เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดที่สุดเมื่อเทียบกับสองรุ่นก่อนหน้า
ดีไซน์
พี่ใหญ่ Samsung Galaxy S24 Ultra ในภาพรวมจะดูไม่ค่อยต่างจาก Galaxy S23 Ultra สักเท่าไรแต่ถ้าได้ลองสัมผัสและสังเกตรายละเอียดดี ๆ แล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ จุด
จุดแรกที่ชัดเจนที่สุดคือวัสดุกรอบเครื่องที่ครั้งนี้ Samsung ทำให้มันพรีเมี่ยมขึ้นโดยใช้วัสดุกรอบเครื่องที่เป็นไทเทเนียมที่การันตีเรื่องความทนทานที่มากกว่า Armor Aluminum ส่วนกระจกเป็น Corning Gorilla Armor สีที่วางจำหน่ายจะประกอบไปด้วย Titanium Black, Titanium Gray, Titanium Yellow และ Titanium Violet โดยที่มี 3 สีพิเศษที่ขายเฉพาะบน Samsung.com อย่าง Titanium Blue, Titanium Green, และ Titanium Orange




ทางด้านสัดส่วนตัวเครื่องรอบนี้มีความแบนราบมากขึ้น โดยที่ขนาดจะอยู่ที่ 79 x 162.3 x 8.6 มม. หนัก 232 กรัม และมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68

ในส่วนขององค์ประกอบต่าง ๆ ยังคงถอดแบบมาจากรุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ของกล้องหลังที่ไม่มีพื้นที่โมดูลกล้อง โดยที่กล้องหลังทั้งสี่ตัวจะถูกจัดวางเรียงเป็นแนวตั้งแบ่งกันเป็นสองแถว และมีแฟลช LED อยู่ในแถวที่สอง

ปุ่มพาวเวอร์และตัวปรับระดับเสียงจะอยู่ที่ขอบเครื่องด้านขวา ด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และฐานเครื่องด้านล่างมีช่องเก็บปากกา S Pen ในตัว, ลำโพงหลัก, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟน และช่องใส่ซิมการ์ด




สำหรับหน้าจอยังดีไซน์แบบ Infinity-O Display เจาะรูใส่กล้องหน้าตรงกลาง และมีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แต่ที่เป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้และร้านที่รับติดฟิลม์ คือมือถือรุ่นนี้มีการปรับสัดส่วนขอบจอให้โค้งน้อยลงกว่าเดิมจนเกือบจะแบนราบ ซึ่งสาเหตุที่ไม่ทำให้แบนแบบ 100% ไปเลย ทาง Samsung ให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการรักษาสัดส่วนของเครื่องให้ยังคงถือใช้งานได้ถนัดมือ

ทางด้านพาแนลจอใช้ Dynamic AMOLED 2X ขนาดอยู่ที่ 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+ มีเทคโนโลยี Super Smooth ปรับระดับรีเฟรชเรทได้ตั้งแต่ 1-120fps รองรับ Touch Sampling Rate ได้ถึง 240Hz มี Vision Booster ดันความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ 2,600nits


แน่นอนว่ามือถือรุ่นนี้ยังคงรองรับการทำงานร่วมกับปากกา S Pen โดยที่ตัวปากกาจะมีการปรับดีไซน์เล็กน้อยตรงบริเวณตูดปากกาจากเดิมที่จะมีความโค้งก็ปรับให้เป็นทรงแบนราบรับกับดีไซน์ฐานเครื่อง


สเปค
Samsung Galaxy S24 Ultra ใช้ขุมพลังเป็น Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy ชิปเรือธงที่ผ่านการปรับแต่งมาเพื่อมือถือของ Samsung โดยเฉพาะซึ่งตัวชิปผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 4nm จัดเรียง CPU แบบ Octa Core กำลังสูงสุด 3.39GHz มี GPU Adreno ที่เรนเดอร์กราฟิกได้เร็วขึ้น 25% และประหยัดพลังงานกว่าเดิม 20 % พร้อม Hexagon NPU ที่ประสิทธิภาพ AI เร็วขึ้นถึง 98%

สำหรับหน่วยความจำให้ RAM มา 12GB และมี ROM สูงสุด 1TB แต่ที่เป็นไฮไลท์เลยคือ Galaxy S24 Ultra 5G มีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling ที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ส่วนแบตเตอรี่ใส่มาให้ 5,000mAh รองรับ Fast Charge 45W และ Wireless Charge 2.0 กำลัง 15W




ทางด้านระบบปฏิบัติการใช้ Android 14 คลุมด้วย One UI 6.1 การันตีอัพเดตระบบปฏิบัติการต่อเนื่อง 7 ปี รองรับการเชื่อมต่อ 5G / LTE, Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.3 พร้อมด้วยฟีเจอร์ไฮไลท์อย่าง Galaxy AI ที่เป็นการนำความสามารถของ AI มาช่วยเหลือผู้ใช้ตั้งแต่การแปลภาษา, สรุปเนื้อหา หรือการแต่งภาพ ซึ่งเราทำบทความแยกในส่วนนี้เอาไว้ให้แล้ว


การถ่ายภาพ
Galaxy S24 Ultra ยังเป็นตัวท็อปของซีรีส์ด้านการถ่ายภาพโดยที่กล้องหลังตัวหลักเลนส์ Wide ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.7 มีเทคโนโลยี Super Quad Pixel autofocus พร้อม OIS และ Super Clear Lens ซึ่งเซ็นเซอร์มีเทคโนโลยีรวมพิกเซล Tetra Square เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแสงเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย

รุ่นนี้ยังคงติดตั้งกล้อง Dual Telephoto ประกอบด้วยกล้อง Tele ระยะ X3 ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.4 กับกล้อง Tele ระยะ X10 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/3.4 สามารถทำ Digital zoom ได้ 100 เท่า โดยด้วยความละเอียดของกล้องซูมที่เพิ่มขึ้นแถมยังมีเทคโนโลยี Tetra Square เหมือนกับกล้องหลักเมื่อถ่ายในระยะซูม 5 เท่า ประกอบกับระบบกันสั่นที่ดีขึ้นถึง 2 เท่า ก็ทำให้การถ่ายระยะซูมในที่แสงน้อยของรุ่นนี้ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมตอบโจทย์ชาวบัตรดอยที่อยากได้มือถือซูมหนัก ๆ ไปส่องเมนของตัวเอง







สำหรับกล้องเสริมยังเป็นกล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.2 มี Dual Pixel autofocus พร้อมมุมมองรับภาพ 120 องศา ส่วนกล้องหน้าให้มา 12 ล้านพิกเซล มี Dual pixel autofocus รูรับแสง F/2.2





** ตัวอย่างภาพดังกล่าวมาจากเครื่องสำหรับการพรีวิวก่อนงานเปิดตัวที่เฟิร์มแวร์ยังไม่ใช่เวอร์ชั่นสมบูรณ์ ทำให้คุณภาพของรูปจะยังไม่ตรงกับที่วางขายจริง **
ราคาและการวางจำหน่ายในไทย
- Samsung Galaxy S24 Ultra (RAM 12GB + 256GB) ราคา 46,900 บาท
- Samsung Galaxy S24 Ultra (RAM 12GB + 512GB) ราคา 52,900 บาท
- Samsung Galaxy S24 Ultra (RAM 12GB + 1TB) ราคา 62,900 บาท
Galaxy S24 Series สามารถพรีออเดอร์ได้แล้ววันนี้ ถึง 30 ม.ค. 2567ผ่าน samsung.com, Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ รับโปรแรงถึง 3 ต่อ ได้แก่
- ต่อที่ 1 ฟรีเพิ่มความจุเป็น 2 เท่า มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท
- ต่อที่ 2 ลดเพิ่มสูงสุด 6,000 บาท เมื่อนำเครื่องเก่ามาแลก (ลดเพิ่มจากราคาประเมิน 6,000.- เมื่อซื้อ Galaxy S24 Ultra และ 5,000.- เมื่อซื้อ Galaxy S24+ l S24 )
- ต่อที่ 3 ลด 30% สำหรับซื้อ Galaxy Watch6 และ Galaxy Buds
พิเศษ! เฉพาะที่ samsung.com เท่านั้น
- เมื่อสั่งซื้อสีพิเศษ รับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
- สามารถใช้ คะแนน Samsung Rewards แลกเป็นส่วนลดได้บน samsung.com สูงสุด 30% ของราคาสินค้า
- สั่งซื้อครั้งแรก บน Samsung Shop App กรอกโค้ด NEWMEM รับส่วนลด 1,000.-
คลิกสั่งจองได้ที่ https://smsng.store/Galaxy–S24–Ultra
สำหรับทุกการสั่งซื้อหรือการจองจากทุกช่องทาง เพิ่มเติมไปอีก!!!
รับสิทธิ์ซื้อประกันจอแตก Samsung Care+ ในราคาพิเศษ ลด 50% หรือฟรี 1 ปี สำหรับผู้ลงทะเบียนแสดงความสนใจล่วงหน้า เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
พรีวิว Samsung Galaxy S24 / S24+ เรือธงรุ่นใหม่ที่เน้นอัพสเปคภายในเน้น ๆ