ตัวเครื่องภายนอก



วัสดุของตัวเครื่องเป็นโพลีคาร์บอเนตทั้งเครื่อง ขอบเครื่องข้างๆมีการพ่นสีและเคลือบเงา มีการเก็บรายละเอียดที่ดีรอยต่อแบบน่าเกลียดไม่มีให้เห็น ถือแล้วไม่ลื่นมือและยังดูเงาสวยงาม แต่อาจจะดูไม่ค่อยทนทานเท่าไรนัก

หน้าจอของเครื่องมีขนาดใหญ่ 8 นิ้วเป็น TFT LCD ธรรมดาๆ ความละเอียด 1280×800 พิกเซลที่ 189ppi ถ้าวัดกันที่ความคมชัดต้องบอกว่าตัวเครื่องทำได้ดี ตัวหนังสือที่ต่างๆเอาจริงๆถ้ามองแล้วยังรู้สึกว่าน่าจะละเอียดได้มากกว่านี้ แต่สำหรับผมถือว่าในเกณฑ์นี้พอใจแล้ว ส่วนเรื่องรูปแบบของหน้าจอต้องบอกเลยว่าที่ความละเอียดขนาดนี้ทำให้ icon และ Widget ต่างๆมีขนาดที่ใหญ่กันถ้วนหน้า ก็เหมาะกับผู้ที่ใช้งานอยู่กับบ้านหรือผู้ใหญ่ที่ไม่อยากใช้สายตาเพ่งมาก แต่สำหรับวัยรุ่นหรือวัยทำงานหน้าจออาจจะเป็นอะไรที่ยังไม่โดน 100%


รอบๆเครื่องให้ปุ่มต่างๆมาครบ ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง, ไมค์ตัดเสียงรบกวนและ Power/Wake อยู่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายจะเป็นพวกช่องใส่ microSIM และ microSD Card (เครื่องทดสอบที่ได้มางานประกอบตรงฝาปิดช่องใส่ microSD Card มีปัญหา เปิดได้แต่ปิดไม่สนิท)


ด้านบนมีช่องใส่หูฟัง 3.5 มม. และด้านล่างมีลำโพง 2 ตัว, ไมค์ช่องเชื่อมต่อ microUSB

ปุ่มควบคุมด้านหน้ามีให้ 3 ปุ่มแบบ Capacitive 2 ปุ่มและปุ่ม Home แบบ Physical ซึ่งปุ่ม Capacitive ทั้ง 2 อย่าง Menu และ Back นี้เองสามารถใช้ปากกา S Pen จิ้มเพื่อสั่งการได้เลยทันทีไม่ต้องเปลี่ยนมาใช้นิ้วแล้วมา

มุมขวาล่างของเครื่องมีปากกา S Pen ขนาดเท่ากับของ Galaxy Note 10.1 ซ่อนอยู่ ซึ่งจุดนี้เองไม่ได้เปลี่ยนหรืออัพเกรดเทคโนโลยีอะไรเข้ามาใหม่

ปากกา S Pen เวลาดึงออกมาเครื่องจะเปิดขึ้นมาเองและเข้าสู่โหมดทางลัดของ S Pen ทำให้เราสามารถเข้าถึงโปรแรกมต่างๆที่สามารถใช้ร่วมกับ S Pen ได้ทันที โดยเฉพาะส่วนของ S Note ที่สามารถเลือก Template ได้เลยทันที ส่วนด้านล่างก็มีโปรแกรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาให้



การตอบสนองของปากกา เท่าที่ทดสอบดูพบว่ายังไม่ค่อยต่างจาก Galaxy Note 10.1 เท่าไรในเรื่องความเร็วหรือการวัดน้ำหนักการเขียน แต่ที่ดีคือสามารถใช้ปากกา S Pen กดที่ปุ่ม Back และ Menu ได้แล้ว แต่ถ้าใครถนัดใช้ Gesture < เพื่อ Back และ ^ เพื่อกด Menu ก็แล้วแต่ครับ เพราะยังมีให้ใช้กันอยู่ ส่วนเรื่องความสามารถนั้นเป็นการรวมของ Galaxy Note 2 และ Galaxy Note 10.1 เข้าด้วยกัน ทั้ง ไอเดียสเก๊ตซ์, ดูดสีออกจากภาพและการปรับเปลี่ยนหัวปากกาตามลำดับที่ตั้งไว้ ยังมีมาให้ครบ



ส่วนฟังก์ชันเดิมที่มีก็คือ การสร้างรูปร่าง เช่น วาดวงกลมไม่ตรง มันก็จะปรับให้ตรงได้, การสร้างสมการและสามารถหาคำตอบผ่านการคำนวณผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทันทีและความสามารถ Write to text ที่สามารถเขียนอักษรอะไรก็ได้เป็นภาษาเขียน แล้วมันจะแปลเป็นตัวพิมพ์ให้ ซึ่งใน Galaxy Note 10.1 และ 2 ยังไม่สามารถใช้งานส่วนของภาษาไทยแบบเต็มรูปแบบได้ ได้แค่ทีละตัว แต่สำหรับ Galaxy Note 8.0 ตัวนี้มีการอัพเดทตัว Handwriting recognition ของภาษาไทยให้ใช้งานได้แบบสมบูรณ์แล้ว คือสามารถเขียนเป็นคำได้ทันที