ทดสอบใช้งานตัวเครื่อง


การรับสัญญาณต่างๆทั้งฝั่งสัญญาณเครือข่ายและ Wi-Fi นั้นจากที่ทดสอบดูผ่านโปรแกรม อันนี้ไม่ติดปัญหาอะไรสัญญาณมีแกว่งบ้างแต่โดยรวมก็ค่อนข้างเสถียร แต่ภาคการใช้งานจริงอันนี้เองไม่ประสบปัญหาอะไรน่าหนักใจ ลองทดสอบกับเครือข่าย AIS ไม่พบพวกสายหลุดอะไรให้น่าหงุดหงิด รวมถึง Wi-Fi ที่มีระยะการรับสัญญาณได้ดีปกติถ้าเทียบกับรุ่นอื่นๆ ถือว่าไม่ต่างกัน




ทางด้านความสามารถอื่นๆในแง่การเชื่อมต่อยังคงมีมาให้ครบเช่น Bluetooth, Wi-Fi Direct, S Beam (Android Beam), Personal Hotspot, AllShare mirror และ DLNA ซึ่งที่ว่ามาเหล่านี้ดูจะมีมากกว่ายี่ห้ออื่นเค้าซะด้วยซ้ำ


เรื่องหน่วยประมวลผลของเครื่องตัวนี้ยังคงมาพร้อมกับชิพเซตของทาง Samsung อย่าง Exynos ซึ่งเป็นรุ่น 5 Octa เหมือนกับบน Galaxy S4 แต่มีการอัพเกรดตัวสัญญาณนาฬิกาให้เครื่องเร็วแรงขึ้น โดยตัว Cortex-A15 ทั้ง 4 core จะอยู่ที่ 1.9GHz และตัว Cortex-A7 ทั้ง 4 Core จะอยู่ที่ 1.5GHz ซึ่งถือว่าเป็นการปรับให้แรงขึ้นทั้ง 2 ส่วน แต่สำหรับการใช้งานทั่วๆไปจากที่ทดสอบดูยังไม่เห็นผลเท่าไรนัก แต่ตามหลักแล้วตัวเครื่องจะสามารถใช้เวลาการ Process ของ Apps เร็วขึ้นนิดนึง แต่เอาจริงๆก็แทบสังเกตอะไรไม่ได้ครับ

RAM บน Galaxy Note 3 ตัวนี้ให้มาเยอะมาก เยอะที่สุดในบรรดา Smartphone ตอนนี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ RAM 3GB นั่นเอง โดยตัวระบบจากที่เช็คดูมีเหลือให้ใช้อยู่ประมาณ 800MB ฟังดูน้อยจัง แต่เอาจริงๆเราก็ใช้งานกันค่อนข้างเหลือเฟือมากๆแล้ว แต่ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเครื่องมันกิน RAM ไปเยอะจังเลย มันเอาไปทำอะไรหนอ?

ฝั่ง Samsung Galaxy Gear อันนี้จากที่ทดสอบใช้งานพบว่าตัวเครื่องทำงานได้เร็วใช้ได้ ไม่ช้าจนหน่าหงุดหงิด ส่วนเรื่องของการค้างอะไรพวกนี้เท่าที่ใช้มายังไม่เจอ แต่เท่าที่พบก็คือมีปัญหากับการเชื่อมต่อถ้าเราเลือกลง App ผ่านไปยัง Galaxy Gear ด้วย Gear Manager พอหลังจากเลือกลงแล้วจะพบปัญหาก็คือตัว Galaxy Gear ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Note 3 ได้อีกเลย ต้อง Reset เจ้า Galaxy Gear ใหม่ถึงจะเชื่อมต่อได้อีกครั้งครับ
การใช้งานฟังก์ชั่นโทรศัพท์และรายชื่อ



หน้าตาโทรศัพท์ยังคงใช้ UX เดิมของ Samsung คือสีสันเยอะสวย ปุ่มขนาดใหญ่ Call log ที่เข้าใจง่ายและใช้งานง่าย รวมถึงการเข้าหารายชื่อก็ทำได้ไม่ยากครับ โดยรวมไม่ต่างจากรุ่นเก่าแต่ก็ยังดีครบเครื่องเหมือนเดิม




ส่วนบน Galaxy Gear นั้น อย่างที่ทราบกันว่าเจ้านาฬิกาตัวนี้มันสามารถโทรได้ด้วย ซึ่งตัวหน้าจอสามารถเลือกกดเบอร์โทรออกได้เลย หรือว่าจะเป็นการค้นหารายชื่อและโทรออกได้ทันที ทั้งนี้ก็สามารถเลือกดูบันทึกการโทรต่างๆและสามารถกดเพื่อโทรออกไปได้ทันทีเช่นกันครับ ถือว่าเป็นนาฬิกาที่โอเคเครื่องนึงเลยทีเดียว ตอนเด็กๆฝันอยากได้นาฬิกาที่โทรได้อยู่เหมือนกันครับ
การใช้งาน Internet และ Email




การใช้งานท่องอินเตอร์เน็ตผ่าน Galaxy Note 3 มี 2 โปรแกรมคือ Chrome และ Internet ของเครื่อง ซึ่งเหมือนกันจะใช้โปรแกรมไหนก็ได้เล่นได้ไม่ต่าง รวมถึงตัวฟังก์ชันที่ครบทั้งคู่ไม่ว่าจะเป็น Bookmark, Download, Save offline page เป็นต้น แต่ Chrome จะสามารถ Sync กับ Chrome บนคอมพิวเตอร์ได้ด้วยนั่นเอง และจากที่ทดสอบดูผ่านหน้าเว็บหลักๆเช่น Sanook, Kapook, Mthai, Mxphone และ Soccersuck ที่โหลดหนักๆแล้วไม่พบปัญหาอะไร แต่ตรงนี้ไม่มี Adobe Flash แล้วดังนั้นหน้าเว็บที่ใช้ Flash จะไม่สามารถใช้งานได้




การใช้งาน E-Mail แยกเป็น 2 โปรแกรมเหมือนกันคือ Gmail กับ E-Mail โดยทั้ง 2 โปรแกรมมีหลักการใช้งานแตกต่างกันนิดหน่อย โดยโปรแกรม GMail ก็จะใช้ได้กับเฉพาะ Gmail หรือ Google Account อื่นๆ ส่วน E-Mail อันนี้ Add ได้หมดไม่ว่าจะเป็น POP3/Exchange/Imap เป็นต้น แต่หน้าที่ของมันทั้งคู่คือการเปิดอ่าน/ส่งอีเมลล์ โดยทั้ง 2 โปรแกรมทำหน้าที่ได้ครบถ้วนทั้งหมด การเปิดอ่าน E-Mail ตัวโปรแกรม GMail จะมีพวกตัวอักษรที่แสดงผลเล็กกว่า แต่ทั้งคู่แสดงผลได้ดีไม่มีปัญหาทั้งอักษรธรรมดา, Link, html ได้หมด ส่วนเรื่องการแนบไฟล์ตัวโปรแกรม Gmail ทำได้เฉพาะกับภาพและวีดีโอ แต่โปรแกรม E-Mail สามารถ Add ไฟล์อะไรก็ได้ตามขนาดที่ไม่เกิน 10MB ครับ


ส่วนที่อุปกรณ์เสริมอย่าง Galaxy Gear ซึ่งตัวมันมีหน้าที่สำคัญเลยก็คือเรื่องของ Notification ก็คือพวกการแจ้งเตือนต่างๆทั้ง เรื่องโทรศัพท์, E-Mail, SMS/MMS และอื่นๆที่เป็นการแจ้งเตือนอย่าง Facebook โดยจากที่ทดสอบดูพบว่าตัว Gear นั้นมีการ Sync Notification ได้ไว และสามารถเปิดอ่านข้อมูลต่างๆได้ทันที แต่ในส่วนของ Facebook/Twitter ยังทำได้แค่การแจ้งเตือน เวลาเปิดอ่านยังไม่สามารถอ่านได้แต่เวลาเปิดอ่านแล้วมันจะเด้งเปิดโปรแกรม Facebook บน Galaxy Note 3 ให้เองครับ ถือว่าทำได้ดี