ทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก พกง่าย ให้งานโซเชียลสบายๆ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากตระกูล Galaxy J Series อันได้แก่ Samsung Galaxy J6 (2018) และ Samsung Galaxy J4 (2018) ที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่ชอบงานดีไซน์ทั้งแบบสมัยใหม่ และสายคลาสสิคกับราคาที่กำลังน่าคบ

| สเปค | Galaxy J4 | |
|---|---|---|
| ขนาด | 151.7 x 77.2 x 8.1 มม. | 149.3 x 70.2 x 8.2 มม. |
| น้ำหนัก | 175กรัม | 154กรัม |
| หน้าจอ (พิกเซล) | sAMOLED 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD(720 x 1280) อัตราส่วนแสดงผล 16:9 | จอ Full view display sAMOLED 5.6 นิ้ว ความละเอียด HD+(720 x 1480) อัตราส่วนแสดงผล 18.5:9 |
| CPU | Exynos 7570 (Quad-core 1.4GHz Cortex-A53) | Exynos 7870 (Octa-core 1.6GHz Cortex-A53) |
| GPU | Mali-T720 MP2 | Mali-T830 MP1 |
| RAM | 2GB | 3GB |
| ROM | 32GB | 32GB |
| microSD Card | ↑256GB | ↑256GB |
| กล้องหลัง | เลนส์เดี่ยว 13 ล้านพิกเซล AF รูรับแสง f/1.9 แฟลช LED รองรับวีดีโอ FHD (1920×1080)@30fps | เลนส์เดี่ยว 13 ล้านพิกเซล AF รูรับแสง f/1.9 แฟลช LED รองรับวีดีโอ FHD (1920×1080)@60fps |
| กล้องหน้า | 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 แฟลช LED มีฟีเจอร์ 3-Step Lighting รองรับวีดีโอ FHD (1920×1080) | 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 แฟลช LED มีฟีเจอร์ 3-Step Lighting และ Selfie Focus รองรับวีดีโอ FHD (1920×1080) |
| ฟีเจอร์พิเศษ | Bixby Home | Bixby Home/ระบบเสียง Dolby Atmos/มีสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า |
| รันกับ Android เวอร์ชั่น | Android 8.0 Oreo (Samsung Experience 9.0) | Android 8.0 Oreo (Samsung Experience 9.0) |
| แบตเตอรี่ | ถอดได้ 3000mAh ชาร์จผ่านพอร์ต microUSB 2.0 | ถอดไม่ได้ 3000mAh ชาร์จผ่านพอร์ต microUSB 2.0 |
| รองรับสัญญาน | 2G GSM/ 3G WCDMA/ 4G LTE FDD/4G LTE TDD | 2G GSM/ 3G WCDMA/ 4G LTE FDD/ 4G LTE TDD |
| เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง | GPS/Glonass/Beidou | GPS/Glonass/Beidou |
| สนับสนุนการเชื่อมต่อ | Bluetooth 4.2/Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4GHz | Bluetooth 4.2/Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4GHz |
| สีที่วางขาย | ดำ/ทอง/ม่วง | ดำ/ทอง/ม่วง |
| ราคาเปิดตัว | 5490 บาท | 6990 บาท |
- ดีไซน์ Samsung Galaxy J4 / J6 (2018)
งานออกแบบของทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เริ่มจากตัว Galaxy J4 (2018) กันก่อน รุ่นนี้จะเป็นงานแนวคลาสสิคสไตล์ของ Samsung ขอบเครื่องเป็นโลหะ ขณะที่ฝาหลังเป็นโพลีคารีบอเนตสามารถแกะออกได้ สัดส่วนตัวเครื่อง 151.7 x 77.2 x 8.1 มม. หนัก 175 กรัม

หน้าจอเป็นชนิด sAMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD(720 x 1280 พิกเซล) อัตราส่วนการแสดงผลเป็นแบบเก่า 16:9 ซึ่งจะมีพื้นที่ด้านกว้างมากหน่อย และรองรับ Multi-touch ได้ 10 จุดตามมาตรฐาน


ส่วนขอบบนของจอจะเป็นพื้นของแฟลช LED, ลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์ และ กล้องหน้า ขณะที่ด้านล่างเป็นปุ่ม Home ประกบข้างด้วยปุ่ม Recent App และ ปุ่ม Back

พลิกมาด้านหลังจะเป็นกล้องหลังเลนส์เดียวติดตั้งกลางเครื่อง ถัดมาด้านล่างเป็นแฟลช LED มีช่องลำโพงหลักอยู่ข้างกล้อง เมื่อแกะฝาหลังออกมาจะพบกับแบตเตอรี่ที่ถอดเปลี่ยนได้เอง โดยที่ด้านบนมีช่องใส่ซิมการ์ดที่ซิมหลักจะแยกมาอยู่ทางด้านซ้าย ขณะที่ช่องขวาจะสำหรับใส่ซิมที่ 2 กับช่องใส่ microSD ซึ่งฝาหลังของรุ่นนี้ก็แกะได้ง่ายๆครับไม่ต้องใช้แรงมาก

ขอบเครื่องด้านขวาเป็นปุ่ม Power ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่ทางขวา ขอบด้านล่างเป็นพอร์ต microUSB, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

มาดูฝั่ง Galaxy J6 (2018) กันบ้าง งานดีไซน์ของรุ่นนี้จะเป็นแนวสมัยใหม่ตัวเครื่องเป็นโพลีคาร์บอเนตแบบไร้รอยต่อขอบโลหะ สัดส่วนเครื่อง 149.3 x 70.2 x 8.2 มม. หนัก 154 กรัม

ตัวจอดีไซน์แบบไร้ขอบสไตล์ของ Samsung ที่เรียกว่า Full View Display อัตราส่วน 18.5:9 ใช้แผงจอ sAMOLED ขนาด 5.6 นิ้ว ความละเอียด HD+(720 x 1480 พิกเซล) อัตราส่วนแสดงผล 18.5:9 ทำให้เครื่องมีลักษณะทางกว้างน้อยกว่า Galaxy J4 ส่วน Multi-touch รองรับ 5 จุด


ขอบบนของจอจะเป็นพื้นของแฟลช LED, ลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์ และ กล้องหน้า ขอบด้านล่างปล่อยว่างตัวแถบ Navigation Bar สำหรับ Back, Home และ Recent App ใช้เป็นแบบสัมผัสบนจอ

ส่วนด้านหลังตัวฝาไม่สามารถถอดได้ มีกล้องติดตั้งตรงกลางฝั่งขวาเป็นแฟลช LED ด้านล่างเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่ส่วนตัวมองว่าวางชิดกับกล้องหลังไปนิดจังหวะสแกนนิ้วมีโอกาสพลาดไปโดนหน้าเลนส์ง่ายมากๆ

ขอบด้านขวาของเครื่องเป็นปุ่ม Power และลำโพง ส่วนขอบด้านซ้ายส่วนด้านบนจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง ด้านล่างเป็นช่องสำหรับใส่ซิมหลัก กับช่องใส่ซิมที่สองและหน่วยความจำเสริม และขอบด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. กับพอร์ต microUSB มีช่องไมโครโฟนอยู่ด้านข้าง

- สเปคภายใน
Samsung Galaxy J4 ชิปเซตเลือกใช้ Exynos 7570 (Quad-core 1.4GHz Cortex-A53) มี GPU Mali-T720 MP2 ติดตั้ง RAM 2GB ความจุตัวเครื่อง 32GB รองรับหน่วยความจำเสริมชนิด microSD ได้สูงสุด 256GB แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้เองใส่มาให้ 3000mAh


ขณะที่รุ่น Samsung Galaxy J6 ชิปเซตจะอัพเป็น Exynos 7870 (Octa-core 1.6GHz Cortex-A53) ใช้ GPU Mali-T830 MP1 มีสเปค RAM 3GB ความจุตัวเครื่องเท่ากัน 32GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD ได้สูงสุด 256GB แบตเตอรี่ไม่สามารถถอดได้ 3000mAh

ทั้งสองรุ่นรองรับการทำงานสองซิม แยกสล็อตซิมหลักออกจากสล็อตเสริมสำหรับซิมที่สองกับหน่วยความจำเพิ่มเติมสนับสนุนเครือข่าย 2G GSM, 3G WCDMA, 4G LTE FDD และ 4G LTE TDD โดยที่ตัว Galaxy J6 จะสนับสนุนคลื่นความถี่แบบ 4G ได้กว้างกว่า ขณะที่ระบบการเชื่อมต่อแบบไร้สายใช้ Bluetooth 4.2 และ Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4GHz มีเทคโนโลยีระบุพิกัดเป็น GPS, Glonass และ Beidou

ระบบปฏิบัติการทั้งคู่เป็น Android เวอร์ชั่น 8.0 Oreo คลุมด้วย Samsung Experience 9.0 เรื่องของฟีเจอร์การใช้งานที่เป็นพื้นฐานก็มีให้ทั้ง

- Secure Folder : ระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยการ เข้ารหัสข้อมูล และแยกพื้นจัดเก็บข้อมูล

- Multi-window : แบ่งการทำงานเป็นสองหน้าจอ

- App Pair : จับคู่แอปที่ใช้งานบ่อยๆไว้บนหน้าจอหลักเพื่อให้เปิดแสดงผลพร้อมกันได้สองหน้าจอ เช่น เปิดวีดีโอ และแชทพร้อมกัน

- Dual Message : เชื่อมต่อบัญชีสังคมออนไลน์ได้ 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว

- Bixby Home : หน้าต่างแบบพิเศษที่จะรวบร่วมข้อมูลจากตัวแอปฯ และผู้ให้บริการต่างๆมาไว้ในหน้าเดียว

- Game Launcher : แอปฯจัดระเบียบเกมที่มีในเครื่องมาไว้ในที่เดียวกัน พร้อมด้วยเครื่องมือปรับแต่งประสิทธิภาพของเครื่อง และฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกม

สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยตัว Galaxy J6 จะจัดเต็มกว่าเพราะมีเสริมมาทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้ว และเซ็นเซอร์สแกนใบหน้า ขณะที่ตัว J4 จะเป็นมีแค่ระบบพื้นฐาน Pattern กับ Pin Lock ที่ติดมากับระบบของเครื่องเท่านั้น

ตัวเซ็นเซอร์ตามที่เปิดดูด้วยแอปฯ Sensor Box ทั้งสองรุ่นใส่มาให้เหมือนกันทั้ง

- Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
- Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
- Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
ขณะที่คะแนนการทดสอบบนแพลตฟอร์ม Benchmark ของแต่ละรุ่นได้ผลลัพท์ดังนี้
| Benchmark | ||
|---|---|---|
| PCMark for Android (Work 2.0) | 3525 | 3923 |
| Geekbench 4 | Single-Core = 623 / Multi-Core = 1784 | Single-Core = 723 / Multi-Core = 3625 |
| AuTuTu Benchmark v7.0.7 | 45024 | 62169 |
Samsung Galaxy J4 (2018)

Samsung Galaxy J6 (2018)

การใช้งานทั่วไปของทั้งสองรุ่นทำได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหา ขณะที่การเล่นเกมจากการทดสอบด้วยเกมแนว Tactical-FPS Survial Open World ที่กินสเปกอย่าง PUBG Mobile ทั้งสองรุ่นจะบังคับให้เปิดกราฟฟิกได้สูงสุดที่ระดับกลาง ซึ่งก็เล่นได้ไม่มีปัญหาแต่อาจจะมีกระตุกบ้างในบางจังหวะ

- การถ่ายภาพ Samsung Galaxy J4 / Galaxy J6
สเปคกล้องของทั้งสองรุ่นจัดว่าใกล้เคียงกันครับและอาจจะมีแตกต่างกันบ้างที่ตัวฟีเจอร์บางอย่างกล้องหลังของ Galaxy J4 และ Galaxy J6 เป็นเลนส์เดี่ยวความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัสค่ารูรับแสงให้มา f/1.9 และมีแฟลช LED ทั้งคู่

ขณะที่การถ่ายวีดีโอตัว Galaxy J4 รองรับวีดีโอ FHD (1920×1080)@30fps ขณะที่ J6 จะเพิ่มเฟรมเรทเป็น 60fps

สำหรับโหมดการถ่ายภาพด้วยกล้องหลังมีมาให้ไม่แตกต่างกันทั้ง Panorama, Continuous shot, HDR, Night, Sport, Beauty ที่ปรับแต่งสีผิว ใบหน้า กับ ดวงตา ได้ 8 ระดับ และโหมด Pro (EV+-2 / ISO 100-800/ WB)

มาที่กล้องหน้าก็จะเริ่มมีความต่างให้เห็นกันอย่างรุ่น Galaxy J4 จะมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขณะที่รุ่น Galaxy J6 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 แต่ที่ทั้งสองรุ่นมีเหมือนกันคือมีแฟลช LED ที่มาพร้อมฟีเจอร์ 3-Step Lighting ปรับระดับความแรงของแฟลชได้ ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับ Display Flash และรองรับวีดีโอ FHD (1920×1080)


ส่วนโหมดถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าสิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือโหมด Stamp และ Wide Selfie ขณะที่รุ่น Galaxy J6 จะเหนือกว่าด้วยการมีโหมด Selfie Focus ซึ่งเป็นการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอด้วยกล้องหน้า พร้อมด้วย AR Sticker ที่มีให้เลือกเล่นเป็นสีสัน


- ตัวอย่างภาพจากกล้อง Samsung Galaxy J4 (2018)

- ตัวอย่างภาพจากกล้อง Samsung Galaxy J6 (2018)

มาที่เรื่องของราคา Galaxy J4 (2018) เปิดตัวมาที่ 5,490 บาท ส่วน Galaxy J6 (2018) เปิดตัวมาที่ 6,990 บาท เรียกว่ามีส่วนต่างห่างกันตามสเปค ซึ่งภาพรวมของทั้งคู่ถือว่าเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เน้นพกพาง่าย จอใหญ่ใช้เล่นโซเชียลได้ไม่มีปัญหา เป็นกลุ่มมือถือราคาประหยัดอีกสองรุ่นที่น่าสนใจครับ