Galaxy Buds4 Pro หูฟังไร้สายระดับพรีเมียมรุ่นใหม่จาก Samsung ที่เปิดตัวมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนเรือธง Galaxy S26 Series ในงาน Galaxy Unpacked ที่ผ่านมา โดยรอบนี้ Samsung ตั้งใจยกระดับประสบการณ์การใช้งานหูฟังให้ครบทั้งเรื่องเสียง ดีไซน์ และความฉลาดของระบบ AI เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
จุดเด่นของ Galaxy Buds4 Pro อยู่ที่การผสานคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi เข้ากับดีไซน์ที่ออกแบบมาให้สวมใส่สบาย ใช้งานได้นานตลอดวัน ตัวหูฟังยังมาพร้อมดีไซน์ที่ดูทันสมัยขึ้น พร้อมเทคโนโลยีด้านเสียงใหม่ ๆ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงให้ดียิ่งกว่าเดิม

ภายในหูฟังใช้ระบบลำโพงคู่แบบ Dual Driver ที่ช่วยถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้ครบทุกย่าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงเบสที่แน่นลึก เสียงกลางที่ชัด หรือเสียงแหลมที่ใสคม ทำให้การฟังเพลงมีมิติมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ Adaptive ANC ที่สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ ช่วยให้การฟังเพลงหรือการสนทนามีความสมจริงและต่อเนื่องมากขึ้น
ขณะเดียวกัน Samsung ยังนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มความฉลาดให้กับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การฟังเพลง หรือการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Galaxy ใน Ecosystem เดียวกัน ทำให้ Galaxy Buds4 Pro ไม่ได้เป็นแค่หูฟังสำหรับฟังเพลงเท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยเสริมไลฟ์สไตล์การใช้งานตลอดทั้งวันได้อย่างลงตัว

ในบทความรีวิวนี้ เราจะพาไปดูแบบเจาะลึกว่า Galaxy Buds4 Pro ทำได้ดีแค่ไหน ทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง ระบบตัดเสียงรบกวน ดีไซน์การสวมใส่ รวมถึงฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ตามไปดูกันเลยครับ
แกะกล่อง

ตัวกล่องของ Galaxy Buds4 Pro มาในโทนสีดำดีไซน์เรียบหรู โดยด้านหน้ากล่องมีภาพตัวหูฟังและชื่อรุ่นระบุไว้อย่างชัดเจน ภายในกล่องจะประกอบด้วย ตัวหูฟังไร้สาย Galaxy Buds4 Pro เคสชาร์จ จุกซิลิโคนสำรอง 2 คู่ และคู่มือเริ่มต้นใช้งานแบบย่อ แต่จะไม่มีสายชาร์จ USB Type-C แถมมาให้นะครับ
ดีไซน์


เคสชาร์จของ Galaxy Buds4 Pro มากับดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมขอบโค้งมน ขนาดกะทัดรัดเพียง 51 × 51 × 28.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 44.3 กรัม พกพาสะดวก โดยในรุ่นนี้ Samsung เติมความโดดเด่นให้กับตัวเคสชาร์จด้วยฝาปิดแบบใสคล้ายกล่องจิวเวลรี่ ช่วยให้มองเห็นตัวหูฟังภายในได้ เพิ่มความทันสมัยและเอกลักษณ์ให้กับดีไซน์โดยรวม


บริเวณด้านหน้าของเคสชาร์จมีไฟ LED สำหรับแสดงสถานะแบตเตอรี่ พร้อมโลโก้ Samsung ส่วนด้านหลังจะมีพอร์ตชาร์จแบบ USB-C และปุ่มสำหรับใช้เชื่อมต่อหรือจับคู่อุปกรณ์
เมื่อเปิดฝาเคสชาร์จจะพบช่องสำหรับวางหูฟังซ้ายและขวาที่แยกชัดเจน ภายในมีระบบแม่เหล็กช่วยดูดล็อกตัวหูฟังให้แน่นกับช่องเก็บ ทำให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และช่วยป้องกันไม่ให้หูฟังหลุดออกจากตำแหน่งแม้ตัวเคสจะถูกกระแทก

สำหรับตัวเลือกสี Galaxy Buds4 Pro มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ White และ Black ที่มาในผิวสัมผัสแบบแมตต์ และสีพิเศษ Pink Gold ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะผ่านช่องทาง Samsung.com เท่านั้น


ถัดมาที่ตัวหูฟัง Galaxy Buds4 Pro ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูพรีเมียมและทันสมัยยิ่งขึ้น โดยใช้ดีไซน์แบบ Canal-fit พร้อมก้านหูฟังที่เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยแถบวัสดุโลหะ Metal Blade บริเวณด้านข้าง ช่วยเสริมความโดดเด่นให้ตัวหูฟัง นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Pinch Control ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่งงาน ค้นหา หรือปรับการตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกเพียงบีบที่ก้านหูฟัง


ตัวหูฟังแต่ละข้างมีขนาดอยู่ที่ 18.1 × 19.6 × 30.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 5.1 กรัม ทำให้มีความเบาและสวมใส่ได้สบาย โดยการออกแบบนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลรูปทรงหูของผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านชุดข้อมูล รวมถึงการจำลองการใช้งานกว่า 10,000 ครั้ง เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่เพรียวบางและเข้ากับสรีระของผู้ใช้มากที่สุด

อีกทั้งหัวหูฟังยังถูกปรับให้มีขนาดเล็กลง เพื่อเพิ่มความกระชับและความมั่นคงในการสวมใส่ สามารถใช้งานได้อย่างสบายตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกัน Galaxy Buds4 Pro ยังรองรับการถอดเปลี่ยนจุกซิลิโคน เพื่อให้เหมาะกับขนาดรูหูของผู้ใช้แต่ละคน โดยภายในกล่องจะมีจุกซิลิโคนสำรองมาให้อีก 2 คู่ เพื่อให้เลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมและช่วยเพิ่มความกระชับในการสวมใส่ได้ดียิ่งขึ้นครับ
ฟีเจอร์การใช้งาน

สำหรับผู้ที่ใช้งานที่มีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต Galaxy อยู่แล้ว การเชื่อมต่อกับ Galaxy Buds4 Pro สามารถทำได้อย่างง่ายดายผ่าน Bluetooth โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอป Galaxy Wearable เพียงเปิดฝาเคสหูฟัง ระบบก็จะแสดงหน้าต่างสำหรับการเชื่อมต่อบนหน้าจออุปกรณ์ทันทีผ่านเมนูลัดหรือ Quick Panel ช่วยให้สามารถจับคู่และเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ขั้นตอน
Galaxy Buds4 Pro ยังรองรับการสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ใน Ecosystem ของ Galaxy ได้อย่างราบรื่นผ่านฟีเจอร์ Auto Switch ซึ่งช่วยให้หูฟังสามารถเปลี่ยนการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ที่กำลังใช้งานอยู่ได้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น หากเรากำลังทำงานอยู่บน Galaxy Tab หรือ Galaxy Book แล้วมีสายโทรเข้าที่สมาร์ทโฟน Galaxy หูฟังจะสลับไปรับสายจากโทรศัพท์ทันที เมื่อวางสายแล้วระบบก็จะสลับกลับไปยังอุปกรณ์เดิมที่ใช้งานอยู่โดยอัตโนมัติ ทำให้การทำงานหรือความบันเทิงต่อเนื่องไม่สะดุด และช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลภายใน Ecosystem ของ Galaxy อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม Galaxy Buds4 Pro ยังสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนอื่น ๆ ได้หลากหลายแบรนด์ ทั้งระบบ Android และ iOS แต่สำหรับ iOS อาจจะสามารถใช้ได้บางฟีเจอร์เท่านั้นเนื่องจากไม่รองรับแอป Galaxy Wearable
ประสิทธิภาพ

ต้องบอกว่า Galaxy Buds4 Pro ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นหูฟังที่ตอบโจทย์ทั้งการฟังเพลง ดูคอนเทนต์ ไปจนถึงการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยจุดเด่นสำคัญคือระบบเสียงแบบ Dual Driver การตัดเสียงรบกวนด้วย AI และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

หนึ่งในจุดเด่นหลักของ Galaxy Buds4 Pro คือระบบลำโพงแบบ Dual Driver ที่แบ่งหน้าที่ของลำโพงออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน เพื่อให้เสียงแต่ละย่านทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย Woofer ทำหน้าที่สร้างเสียงต่ำและเสียงกลางต่ำ ให้เบสที่หนักแน่นและอิ่มขึ้น ขณะที่ Tweeter จะดูแลเสียงกลางสูงและเสียงแหลม ช่วยให้รายละเอียดของเสียงมีความใส คม และชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้การฟังเพลงมีมิติครบทั้งย่านต่ำ กลาง และสูง
Woofer ของรุ่นนี้ยังมีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 19.8% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้เสียงเบสมีพลังมากขึ้น ขณะเดียวกัน Samsung ยังออกแบบขอบลำโพงให้บางลงเพื่อรักษาความสบายในการสวมใส่ แม้จะเพิ่มขนาดลำโพงก็ตาม

นอกจากฮาร์ดแวร์ด้านเสียงที่ได้รับการพัฒนาแล้ว Galaxy Buds4 Pro ยังใช้ AI เข้ามาช่วยปรับแต่งคุณภาพเสียงผ่านระบบ Adaptive EQ ที่ทำงานในช่วงความถี่ 2kHz ซึ่งเป็นย่านความถี่สำคัญของเสียงพูดและเสียงร้อง ระบบจะวิเคราะห์ลักษณะการสวมใส่ของผู้ใช้และปรับ EQ ให้เหมาะสม เพื่อให้เสียงร้องฟังดูเป็นธรรมชาติและสมจริงมากยิ่งขึ้น ทำให้ประสบการณ์การฟังเพลงมีความสมจริงคล้ายกับได้ฟังนักร้องอยู่ใกล้ตัว
AI ภายในระบบยังสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ใช้ โดยตรวจสอบเสียงที่อาจรั่วไหลจากการสวมใส่หูฟังผ่านไมโครโฟนทั้งด้านในและด้านนอก ก่อนจะปรับสมดุลเสียงและระบบตัดเสียงรบกวนให้เหมาะสมแบบเรียลไทม์ ทำให้การตัดเสียงมีความเนียนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์




ในด้านการตัดเสียงรบกวน Galaxy Buds4 Pro มาพร้อมระบบ Adaptive ANC 2.0 ที่ทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อให้การตัดเสียงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวหูฟังใช้ระบบไมโครโฟน 3 ตัวในการตรวจจับเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบตัว




นอกจากนี้ยังมี VPU หรือ Voice Pickup Unit ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนของขากรรไกรในขณะพูด เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ระบบสามารถแยกเสียงพูดของผู้ใช้จากเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การสนทนาโทรศัพท์มีความชัดเจนแม้จะอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง เช่น ริมถนนหรือพื้นที่สาธารณะ




อีกหนึ่งความน่าสนใจของหูฟังรุ่นนี้คือการนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ตัวอย่างเช่นฟีเจอร์ Head Gesture ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับสายหรือวางสายได้เพียงแค่พยักหน้าหรือส่ายหัว แม้ในสถานการณ์ที่มือไม่ว่าง เช่น กำลังถือของหรือพิมพ์งานอยู่ ก็ยังสามารถจัดการสายโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้เรายังสามารถเรียกผู้ช่วย AI อย่าง Gemini ผ่านหูฟังได้โดยตรง ทำให้สามารถถามข้อมูล ค้นหาสิ่งต่าง ๆ หรือสั่งงานด้วยเสียงได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้งาน




Galaxy Buds4 Pro ยังรองรับฟีเจอร์ Interpreter ที่ช่วยแปลภาษาแบบเรียลไทม์ได้ถึง 22 ภาษา ครอบคลุมภาษาหลักที่ผู้คนทั่วโลกใช้มากกว่า 80% ช่วยให้การเดินทางหรือการประชุมกับชาวต่างชาติสะดวกมากขึ้น เพียงใส่หูฟังก็สามารถเข้าใจบทสนทนาได้ทันทีครับ






ในด้านแบตเตอรี่ Galaxy Buds4 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ข้างละ 61mAh ขณะที่เคสชาร์จมีความจุ 530mAh ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดทั้งวัน
สำหรับการฟังเพลง สามารถใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 6 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และสามารถยืดเวลาได้ถึง 7 ชั่วโมงหากปิด ANC ส่วนเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จจะช่วยเพิ่มระยะเวลาใช้งานรวมได้สูงสุด 26 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และสามารถยาวนานได้ถึง 30 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC

ขณะที่การใช้สำหรับสนทนา สามารถคุยโทรศัพท์ได้นานสูงสุดประมาณ 4.5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และสูงสุดราว 5 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC ส่วนเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จจะช่วยเพิ่มระยะเวลาใช้งานรวมได้สูงสุด 20 ชั่วโมง และสามารถยาวนานได้ถึง 22 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC
ข้อมูลสเปก Galaxy Buds4 Pro

- ขนาด
– หูฟัง: 18.1 × 19.6 × 30.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 5.1 กรัม
– เคสชาร์จ: 51 × 51 × 28.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 44.3 กรัม - แบตเตอรี่
– หูฟัง: 61mAh
– เคสชาร์จ: 530mAh - ฟังเพลง
– เปิด ANC: 6 ชั่วโมง / ใช้ร่วมกับเคสชาร์จ 26 ชั่วโมง
– ปิด ANC: 7 ชั่วโมง / ใช้ร่วมกับเคสชาร์จ 30 ชั่วโมง - สนทนาโทรศัพท์
– เปิด ANC: 4.5 ชั่วโมง / ใช้ร่วมกับเคสชาร์จ 20 ชั่วโมง
– ปิด ANC: 5 ชั่วโมง / ใช้ร่วมกับเคสชาร์จ 22 ชั่วโมง - ลำโพง Dual Driver 11 3.5t (WF) / 5.5×3.5×0.9T (TW)
- ไมโครโฟน HSNR Digital (x2) / Digital (x1)
- คุณภาพเสียง Ultra High Quality (UHQ) สูงสุด 24bit/96kHz
- มี Adaptive ANC, ANC, Ambient Sound, Adaptive EQ
- การเชื่อมต่อ Bluetooth 6.1
- การทนน้ำ IP57 (เฉพาะตัวหูฟัง)
- สี Black / White / Pink Gold (จำหน่ายที่ Samsung.com เท่านั้น)
สรุป
โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy Buds4 Pro ถือเป็นหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนทั้งในด้านคุณภาพเสียงและความอัจฉริยะของระบบ AI ด้วยระบบ Dual Driver ที่ช่วยให้เสียงมีมิติครบทุกย่าน ทั้งเบสที่หนักแน่น รายละเอียดเสียงที่คมชัด และการปรับเสียงอัตโนมัติด้วย Adaptive EQ ทำให้การฟังเพลงมีความสมจริงมากขึ้น ขณะที่ระบบ Adaptive ANC ก็ช่วยตัดเสียงรบกวนได้เงียบและเนียนกว่าเดิม

เมื่อผสานกับฟีเจอร์ AI อย่างการเรียกผู้ช่วยเสียง การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ รวมถึงการควบคุมผ่าน Head Gesture ทำให้ Galaxy Buds4 Pro ไม่ได้เป็นเพียงหูฟังสำหรับฟังเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ช่วยยกระดับการใช้งานในชีวิตประจำวันให้สะดวกและล้ำสมัยยิ่งขึ้นของจริงเลยครับ
ทั้งนี้ Galaxy Buds4 Pro เปิดตัวมาในราคา 7,990 บาท และยังมี Galaxy Buds4 อีกรุ่นในซีรีส์สำหรับคนที่ชอบหูฟังแบบ Open ear ที่เปิดตัวมาในราคา 5,990 บาท
โดยเริ่มเปิดให้ Pre-order ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2569 ใส่โค้ด WEARPO รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อ Galaxy Buds4 Series ที่ https://smsngshop.com/buds4-pro_Pre-order และจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2569 ทั่วประเทศ
ซัมซุง เปิดไฮไลต์ Galaxy S26 Ultra ครั้งแรกของโลกกับมือถือจอกันเผือก พร้อม Galaxy AI ที่เข้าใจผู้ใช้มากที่สุด
ใหม่! ซัมซุง เปิดสั่งจองล่วงหน้า Galaxy S26 Ultra ครั้งแรกของโลก Privacy Display จอมือถือเพื่อความเป็นส่วนตัว
จับเครื่องจริง! Galaxy S26 Ultra เรือธง AI Phone ตัวเก่งแห่งปี จาก Samsung – MX | Power ON
พรีวิว Samsung Galaxy S26 Series นิยามใหม่แห่ง AI Phone พร้อมจอกันเผือกครั้งแรกของโลกบนรุ่น Ultra
เปิดตัว Samsung Galaxy S26 Series ที่สุดแห่ง “AI Phone” รุ่น Ultra โชว์จอกันเผือกครั้งแรกของโลก!