มีโอกาสได้สัมผัสกันสักทีกับเจ้าตัวหูฟัง True Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดของค่าย Samsung อย่างตัว Galaxy Buds ที่แน่นอนว่ายังได้รับการปรับแต่งเสียงจากค่าย AKG และมีราคาเปิดตัวที่เบากว่า Gear IconX
สเปค Galaxy Buds
- สัดส่วนหูฟัง 19.2×17.5×22.5 มม. หนัก 6 กรัม
- สัดส่วนตัวเคส 26.5x70x38.8 มม. หนัก 40 กรัม
- เชื่อมต่อสัญญาน Bluetooth 5.0 (A2DP,AVRCP,HFP)
- มีไมโครโฟน 2 จุด พร้อมฟีเจอร์ Ambient sound
- เซ็นเซอร์บนตัวหูฟัง Accelerometer/Hall Sensor/Proximity Sensor
- ความจุแบตเตอรี่หูฟัง 58mAh
- ความจุแบตเตอรี่เคส 252mAh
- สีที่วางขาย White / Black / Yellow
- ราคาขายในไทย 4,990 บาท
เริ่มจากตัวแพ็คเกจของ Galaxy Buds ก็เป็นกล่องเล็กๆ ซึ่งสีที่ได้มาเป็นสีขาว (White) อุปกรณ์ที่ให้มาข้างในประกอบด้วย
- ชุด Eartips & Wingtips วัสดุซิลิโคน 3 ขนาด (S, M, L)
- ใบคู่มือการใช้งานเบื้องต้น / ใบรับประกันสินค้า
- สาย USB-C
- หูฟัง Galaxy Buds พร้อม Charging case
ดีไซน์ Galaxy Buds
Charging case ของ Galaxy Buds เป็นทั้งกล่องเก็บหูฟังและอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ในตัว รูปทรงแคปซูลขนาดพกพาง่ายไซส์ประมาณตลับใส่คอนแทคเลนส์ ขณะที่ด้านหลังจะมีช่องสำหรับเสียบสาย USB-C เพื่อชาร์จไฟ
บนตัวเคสจะมีไฟบอกสถานะอยู่ 2 จุด จุดแรกคือไฟด้านหน้ากล่องจะเป็นตัวบอกสถานะแบตเตอรี่ของเคสซึ่งมีไฟ 3 สี คือ สีแดง (<30%), สีเหลือง (30-60%) และสีเขียว (60-100%) ส่วนอีกจุดจะอยู่ด้านในเป็นตัวบอกสถานะการชาร์จไฟให้หูฟังโดยที่สีแดง (กำลังชาร์จ) และสีเขียว (ชาร์จเต็ม)
ด้านในกล่องเป็นช่องสำหรับใส่หูฟังซึ่งทำมาพอดีกับขนาดหูฟังมีช่องบอกซ้าย-ขวา (L-R) อย่างชัดเจน และมีตัวแม่เหล็กเพื่อดูดหูฟังให้ล็อคติดกับช่องทำให้การชาร์จไฟเข้าสู่หูฟังมีความต่อเนื่องไม่หลุดเวลาที่กล่องถูกกระแทก
การดีไซน์หูฟังของ Galaxy Buds ใช้หลักการเดียวกันกับ Gear IconX (2018) คือเป็นไปตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้เข้ากับรูปทรงใบหูของผู้ใส่ได้อย่างพอดี
เพื่อประสบการณ์ด้านเสียงที่มีคุณภาพและความกระชับขณะสวมใส่ภายในกล่องก็มีอุปกรณ์จุกหูฟัง (Eartips) กับ ปีกหูฟัง (Wingtip) ให้เลือกเปลี่ยนกันได้ 3 ขนาด
ส่วนประกอบของหูฟังแต่ละข้างจะมีตัว TouchPad สำหรับสั่งงานหูฟังอยู่ด้านนอก พร้อมด้วยไมโครโฟนติดตั้งอยู่ทั้งสองข้าง
ขณะที่ด้านในจะเป็นจุดของเซ็นเซอร์ต่างๆ และขั้วชาร์จมีการบอกข้างหูฟัง L-R อย่างชัดเจน
การเชื่อมต่อ และการใช้งาน
สำหรับใครที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung อยู่แล้วก็บอกเลยว่าทำได้ง่ายมากๆ โดยที่การเชื่อมต่อครั้งแรกจะมีขั้นตอนดังนี้
- หยิบหูฟังออกจากเคส
- เปิดหน้าจอมือถือเข้าเมนู Bluetooth
- เลือกเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ชื่อ Galaxy Buds
- หน้าจอมือถือจะเด้งไปที่หน้าแอปฯ Galaxy Wearable เพื่ออัพเดตเฟิร์มแวร์, สอนการใช้งานเบื้องต้น และตั้งค่าการใช้งานหูฟัง
ในครั้งต่อไปที่เอาออกมาใช้แค่เปิดฝาเคส และหยิบเจ้า Galaxy Buds ขึ้นมาใส่ ตัวระบบก็เชื่อมจะต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนให้เองทันทีแถมทำได้ไวมากๆ หรือใครที่อยากจะเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับอุปกรณ์ใหม่ก็ทำได้โดยการแตะที่ TouchPad ทั้งสองข้างพร้อมกัน
บนหน้าแอปฯ Galaxy Wearable ก็จะมีการบอกสถานะแบตเตอรี่ของหูฟัง พร้อมด้วยฟีเจอร์ตั้งค่าต่างๆ อาทิเช่น
- ตั้งค่าการแจ้งเตือน
- ปรับแต่งโทนเสียงที่มีอยู่ 5 แบบ (Bass boost / Soft / Dynamic / Clear / Treble boost)
- ตั้งค่า Touch pad หรือปุ่มสัมผัสข้างหูฟังทั้งสองข้าง
- เปิด/ปิด โหมด Ambient sound หรือการเปิดรับเสียงรอบข้าง
- โหมด Find my Earbuds สำหรับค้นหาหูฟัง
การสั่งงานที่ตัว TouchPad ของ Galaxy buds ก็เป็นแบบมาตรฐานของหูฟังไร้สายประเภท True Wireless อาทิเช่น
- แตะ 1 ครั้ง เล่น/หยุดเพลง หรือ รับสาย/วางสาย
- แตะ 2 ครั้ง เล่นเพลงถัดไป หรือ รับสาย/วางสาย
- แตะ 3 ครั้ง ย้อนกลับไปเล่นเพลงก่อนหน้า
นอกจากนี้ตัวผู้ใช้ยังสามารถเลือกตั้งค่าเพิ่มเติ่มได้ตามชอบสำหรับคำสั่งการแตะค้างไม่ว่าจะเป็น
- เรียกใช้งานคำสั่งเสียง (Bixby หรือ Google Assistant)
- เปิดฟีเจอร์ Ambient sound
- เพิ่ม (R)/ลด (L) ระดับเสียง
แบตเตอรี่ และคุณภาพเสียง
ตามสเปคระบุว่า Galaxy Buds สามารถใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมง และเมื่อชาร์จกับ Charging case จะเพิ่มอายุการใช้งานไปได้อีกประมาณ 7 ชั่วโมง ถ้าไม่ใช่คนที่ต้องใส่หูฟังไว้ในหูตลอดทั้งวันก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน ขณะที่ตัวเคสเองนอกจากจะชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C ได้แล้ว ก็ยังรองรับการชาร์จไร้สายด้วยแท่นชาร์จปกติ รวมถึงการชาร์จผ่านฟีเจอร์ PowerShare ของตัว Galaxy S10
ในส่วนของคุณภาพเสียงของ Galaxy Buds ส่วนตัวมองว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ให้คุณภาพเสียงที่ใสเคลียร์ชัด เสียงร้องเด่น เบสไม่ได้หนักมาก มีการแยกทิศทางเสียงในระดับกลางๆ มีการดีเลย์เสียงที่ต่ำมาก
ขณะที่การสวมใส่ตัว Galaxy Buds ถือว่าเป็นหูฟังเอียร์บัดที่มีน้ำหนักเบาใส่สบายสามารถปิดกั้นเสียงรอบข้างได้ดี ให้การเชื่อมต่อสัญญานที่ค่อนข้างนิ่งมีอาการกระตุกน้อยเมื่อเทียบกับหูฟัง True Wireless บางรุ่นที่เคยใช้มา ในขณะที่การใช้งานสำหรับการคุยสายโทรศัพท์ทางปลายสายก็ได้ยินเสียงชัดเจน
ในส่วนของการใส่ออกกำลังกายตัวหูฟังรุ่นนี้สามารถกันเหงื่อ กันละอองน้ำได้ตามมาตรฐาน IPX2 ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในลักษณะนี้สักเท่าไร เมื่อเทียบกับตัว Gear Icon X
ถ้าคุณเป็นคนที่มองหาหูฟังสำหรับฟังเพลงจริงจังตัว Galaxy Buds ก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการหูฟัง True Wireless สำหรับการใช้งานทั่วไป มีดีไซน์ที่สวยงามให้ฟังค์ชั่นมาครบโดยเฉพาะกับคนที่ใช้สมาร์ทโฟน Android หรือของ Samsung อยู่แล้ว ตัวหูฟังรุ่นนี้ก็จัดว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกรุ่นหนึ่ง

























