
Samsung เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Tactical Edition ที่ชูสเปคด้านความแข็งแกร่งเพื่อการทำงานในภาคสนามโดยประกอบไปด้วย Galaxy S23 และ Galaxy XCover6 Pro Tactical Edition
Samsung Galaxy S23 และ Galaxy XCover6 Pro Tactical Edition เป็นมือถือที่เน้นความทนทานเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นบุคลากรทางทหารหรือมีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งมือถือทั้งสองรุ่นนี้มีสเปคเดียวกันกับรุ่นที่วางจำหน่ายทั่วไป แต่จะมีการเสริมคุณสมบัติบางจุดให้เหมาะสำหรับการช้งานในสภาพแวดล้อมทางยุทธวิธี


เริ่มจาก Galaxy XCover 6 Pro Tactical Edition มากับมาตรฐานรับรองทางการทหาร MIL-STD-810H ทนต่อการใช้งานในสภาพอากาศที่รุนแรงและกันน้ำได้ลึกถึง 5 ฟุต นานสูงสุด 30 นาที แต่ในทางกลับกันสำหรับรุ่น Galaxy S23 Tactical Edition จะมากับมาตรฐานกันน้ำ IP68 และมาพร้อมกับเคสมือถือระดับ Military-Grade ที่สามารถแปะติดที่หน้าอก หรือติดตั้งบนแขนได้
มือถือทั้งสองรุ่นมีโหมด Night Vision เพื่อรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ช่วยสำหรับมองเห็นในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังมีโหมด Auto-Touch Sensitivity ที่ช่วยให้สามารถแตะควบคุมหน้าจอโทรศัพท์ได้แม้ว่าจะสวมถุงมืออยู่ พร้อมด้วยฟีเจอร์ Auto-Rotating Lock Screen หมุนหน้าจออัตโนมัติเพื่อใช้งานตอนที่แปะเครื่องบนหน้าอก

Galaxy S23 และ Galaxy XCover6 Pro Tactical Edition รองรับการจับสัญญาณ GPS ด้วยอุปกรณ์ภายนอกเพื่อให้ข้อมูลตำแหน่งในการทำงานภาคสนามที่แม่นยำ และยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์โดรนฟีดสัญญาณและเครื่องค้นหาระยะด้วยเลเซอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำภารกิจ
เมื่อพูดถึงความสามารถในการสื่อสารตัวอุปกรณ์มีไดรเวอร์เฉพาะที่รองรับโปรโตคอลวิทยุสื่อสารทางยุทธวิธีและอุปกรณ์ภารกิจ รวมถึงมีความสามารถแบบอุปกรณ์สื่อสารทั่วไปอย่าง LTE, CBRS, Bluetooth และ Wi-Fi
ขณะเดียวกันก็มีฟีเจอร์ Stealth Mode ที่ปิดการใช้งาน LTE และ e-911 ซึ่งจะปิดการปล่อยคลื่น RF ทั้งหมดบนอุปกรณ์รวมถึง GPS ในระดับฮาร์ดแวร์ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีการสื่อสารนอกเครือข่ายที่ปลอดภัยและสมบูรณ์ รวมถึงการเปิดและปิดไฟบนอุปกรณ์เมื่อต้องสวมใส่อุปกรณ์มองเห็นตอนกลางคืน
เรื่องการปกป้องข้อมูลภายในเครื่องทั้งสองรุ่นมีระบบ Samsung Knox ที่มีการเข้ารหัสในระดับฮาร์ดแวร์ รวมถึงมี Knox Dual Data at Rest (DualDAR) ที่ปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับด้วยการเข้ารหัสสองชั้นแม้ในขณะที่สมาร์ทโฟนปิดอยู่ และรองรับการเปิดใช้งานใบอนุญาตแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งานที่ยืดหยุ่นภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
ด้านซอฟต์แวร์คู่ใช้งาน One UI 5.1 บนพื้นฐาน Android 13 พร้อมทั้ง Android Team Awareness Kit (ATAK) ที่ช่วยยกระดับการรับรู้สภาพแวดล้อมของผู้ใช้ด้วยการแสดงแผนที่ ข้อความ และสัญญาณดาวเทียม (geo-fence) และ Battlefield Assisted Trauma Distributed Observation Kit (BATDOK) รวบรวมข้อมูลการบาดเจ็บของผู้ใช้หรือเพื่อนร่วมทีม เพื่อการช่วยเหลือที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นรองรับSamsung DeX และการเชื่อมต่อ Dual VPN โดยที่Samsung Galaxy S23 Tactical Edition มาพร้อม RAM 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB ในขณะที่Galaxy XCover6 Pro Tactical Editionมาพร้อม RAM 6GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 128GB โดยที่มือถือทั้งสองรุ่นจะจำหน่ายให้กับองค์กรทางการทหาร หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
โผล่ชื่อ SAMSUNG GALAXY S23 FE บน GOOGLE PLAY CONSOLE ยืนยันมีทั้งชิป EXYNOS และ SNAPDRAGON