ต้องบอกว่า Wiko เป็นอีกแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังเมื่อไม่นานมานี้ และก็กำลังมาแรงไม่เบาเลยทีเดียว กับสมาร์ทโฟนที่มีต้นกำเนิดจากเมือง มาร์เซย์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตอนนี้เข้ามาทำตลาดด้วยสเปคที่คุ้มค่าเกินราคาสุดๆ และรุ่นที่เราจะมาลองจับกันนั้นก็คือ Wiko Ridge Fab 4G ครับ รุ่นนี้จอใหญ่รองรับ 4G พร้อมใช้ชิปเซ็ต Snapdragon อีกด้วยนะ
ย้อนรอยกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว Wiko เข้ามาทำตลาดหลากหลายรุ่นนะครับ ทุกรุ่นมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท แต่สเปคอยู่ในระดับคุ้มค่าแทบทุกรุ่น ช่วงแรกอาจจะยังไม่ดังสักเท่าไหร่ แต่ก็ค่อยเป็นชื่อติดปากไปในที่สุด เพราะทำราคามาถูกด้วยคอนเซ็ปท์ “Game changer” นั่นเอง หึหึ
สำหรับสมาร์ทโฟน 4G ที่ทาง Wiko ทำออกมาขายนั้นจะเป็นรุ่น WAX 4G ที่เน้นเรื่องวัสดุกับดีไซน์ด้วยนั่นเอง ปัจจุบันลดราคาเหลือ 5,990 บาท แล้วนะ ^^ และในงาน Thailand Mobile Expo 2015 ที่ผ่านมาทาง Wiko ก็จัดเต็มออกรุ่นใหม่ Wiko Ridge และ Wiko Ridge Fab 4G รุ่นที่รองรับ 4G อีกรุ่นในตัวเครื่องดูดี สเปคอัดแน่น และที่ไม่ธรรมดาคือชิปเซ็ต Snapdragon ด้วยนะ ไม่ใช่ไก่กา
ทั้งสองรุ่นมีตัวเครื่องที่แทบเหมือนกันเป๊ะเลย ต่างกันที่ขนาด และโลโก้ที่สลับซ้ายขวากัน ส่วนสเปคก็ต่างกันแค่ CPU, ขนาดหน้าจอ และการรองรับ 4G นั่นเอง ในรุ่น Ridge ธรรมดาจะรองรับ 3G+ เท่านั้นครับ ชิปเซ็ตเป็น Octa-core จาก MediaTek
- 4G LTE 800/1800/2100/2600 MHz
- 3G WCDMA 850/2100 MHz
- Dual SIM Standby (2 Micro SIM)
- IPS Display 5.5″ HD 720 x 1280 px / Corning Gorilla Glass 3
- Snapdragon 410 MSM8916 Quad Core 1.2 GHz, Cortex-A53
- RAM : 2 GB
- ROM : 16 GB (Micro SD up to 64 GB)
- Size 156 x 78.2 x 8.6 mm
- Weight 154g
- Android™4.4.4 (KitKat)
- 13 MP Camera / Face beauty, HDR, Zero Shutter Delay / Video 1080p 30 fps
- 5 MP Front camera
- Battery 2820 mAh Li-Po
นับเป็นเรื่องดีที่สมาร์ทโฟน 4G สเปคดีๆ ราคาเริ่มขยับต่ำลงมาเรื่อยๆ และดูเหมือน Wiko Ridge Fab 4G น่าจะเป็นรุ่นทีเด็ดในสังเวียนนี้เลยก็ว่าได้นะ เพราะเปิดราคามาที่ 6,990 บาทเท่านั้น แต่ดูสเปคสิใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 410 ที่เป็น 64bit แล้วด้วย แถมยังมี RAM 2GB เหลือๆ
แกะกล่องมาทั้งสองรุ่นมีกล่องแพ็คเกจที่เหมือนกันเลย เป็นแนวเดียวกันครับ แพ็คเกจจิ้งไม่ได้เลิศหรูอะไร เน้นง่ายๆ แต่เอาจริงๆ มันเปิดฝาออกมาลำบากเหมือนกัน = =” ภายในมีอุปกรณ์ดังนี้ครับ
- AC Adapter สำหรับชาร์จแบตเตอรี่
- แบตเตอรี่ Li-Po 2,820 mAh
- ชุดหูฟัง Headset 3.5 mm
- สาย Micro USB Cable
- กรอบแปลงซิมการ์ด
- คู่มือการใช้งาน
- ตัวเครื่อง Wiko Ridge Fab 4G
ตัวเครื่องทั้งคู่อย่างที่บอกเหมือนกันครับ ย้ายโลโก้ Wiko คนละฝั่ง ขนาดต่างกันพอสมควร 5″ กับ 5.5″ (Ridge Fab 4G) น้ำหนักเครื่องไม่สูงมาก ขนาดถือยังโอเคนะ โดยเฉพาะรอบๆ เครื่องนอกจากหน้าจอ เป็นผิวแบบสากๆ หนึบมือดีเลย
Wiko Ridge Fab 4G มีโลโก้อยู่ซ้ายบน และมีลำโพงสนทนาซึ่งเสียงถือว่าดีเยี่ยม โดยมีไฟ LED เตือนต่างๆ จุดเล็กๆ ซ่อนอยู่ พร้อมเซ็นเซอร์ Proximity และ Ambient light ตามด้วยกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลครับ ด้านล่างไม่มีปุ่ม เพราะไปใช้แบบ On screen หมดแล้ว น่าจะทำให้เครื่องสั้นลงได้หน่อยนะ
ด้านข้างมีขอบสีเมทัลลิคหรูๆ ครับ ซ้ายไม่มีอะไรเลย มีข้างขวาเป็นปุ่มควบคุมเสียง และปุ่มพาวเวอร์ ตรงนี้ปุ่มแน่นดีดูงานประกอบโอเคเลย ด้านบนมีแค่ช่องหูฟัง ด้านล่างมีพอร์ท microUSB อยู่ และมีร่องสำหรับงัดฝาหลังด้วย แกะไม่ยาก ประกอบก็ง่าย
ด้านหลังนี้เป็นฝาหลังผิวสากๆ เนื้อมันดูเหมือนเทฟลอน มีโลโก้ Wiko เป็นสีโครเมียม เลนส์กล้อง 13 ล้านพิกเซลอยู่มุมซ้ายข้างๆ เป็นแฟลชแบบ LED ครับ ส่วนช่องรูด้านล่างนั้นคือลำโพงเสียงหลัก ซึ่งเสียงดังฟังชัด เปิดแค่ครึ่งเดียวก็พอแล้ว
ใต้ฝาหลังก็มีช่องแบตเตอรี่ และ Micro SIM 1 / 2 พร้อมด้วย Micro SD ทุกอันเราต้องถอดแบตเตอรี่ออกก่อนจึงจะถอดเปลี่ยนได้
หน้าจอแสดงผล Wiko Ridge Fab 4G เต็มๆ สะใจด้วยขนาด 5.5″ เป็นจอ IPS ครับ สีสันสวยในระดับนึง มุมมองเยี่ยมทุกมุม สัมผัสแม่นยำดี รองรับ Multi Touch ครับ จอแสงสะท้อนอาจจะยังดูเยอะหน่อยแม้จะปรับสว่างสุด ซึ่งดูแล้วกลางแจ้งอาจจะยังทำได้ไม่ดีนักครับ
UI ของเครื่องทำมาใหม่หมด พวกไอคอนต่างๆ และจะไม่มี App Drawer ด้วยนะ ใช้หน้าหลักอย่างเดียว อัด Widgets ต่างๆ ลงไปได้ด้วย โดยรวม UI ก็โอนะไอคอนใหญ่เพราะจอแค่ HD แต่สีสันสวยงามดีครับใช้ไม่ยาก แต่ไม่ค่อยชอบตัว Notifications กับ Quick settings ที่แยกกัน กดสลับซับซ้อนไป และ Multi-tasking ก็ไม่มีตัวปิดล้างทีเดียวด้วย
แอพพลิเคชั่นติดเครื่องส่วนใหญ่มีแค่เครื่องมือพื้นฐาน กับ Google Service และมีไม้กวาดวิเศษ Clean Master มาด้วย อ้อรุ่นนี้รองรับ FM Radio ด้วยครับ
ใช้เล่นอินเตอร์เน็ตได้ดีนะ Google Chrome ใช้เป็นหลัก เปิดหลายหน้าต่างยังทำงานได้ดี มีเน็ตแรงๆ จาก 4G ด้วย ส่วนพวกโซลเชียลเน็ตเวิร์กเล่นได้ครบหมดครับ ต้องไปดาวน์โหลดเพิ่มเอานะไม่มีติดเครื่องมาให้ โหลดผ่าน Google Play Store กันได้เลยครับ
พวกระบบเน็ตเวิร์กต่างๆ Wiko Ridge Fab 4G ก็รองรับ 4G LTE 800/1800/2100/2600 MHz หรือ FDD LTE Cat.4 ส่วน 3G นั้นรองรับ 850/2100 MHz ครับ อื่นๆ มีหมดทั้ง WiFi, WiFi Direct, WiFi Hotspot, Bluetooth และ Micro USB น่าเสียดายที่ไม่รองรับ NFC และ USB OTG ด้วย ใครไม่ได้ใช้สองฟีเจอร์หลังก็สบายใจได้อื่นๆ ครบเลย
ใช้เล่นไฟล์หนัง Full HD ขนาดประมาณ 2GB ก็เล่นได้ไม่มีปัญหา ไหลๆ เลยนะ แต่เครื่องเล่นเดิมอาจไม่รองรับ .MKV ต้องไปโหลดพวก MX Player หรือ VLC มา แต่ก็ไม่รองรับระบบเสียง AC3 ด้วย
เล่นเกมส์ก็เล่นได้ดีหมด แต่เกมส์กราฟฟิคสูงๆ ภาพอาจไม่ได้ดูสมูธไหลลื่นมากนัก อาจจะดูเฟรมเรทต่ำหน่อยแต่เล่นได้นะ เท่าที่ลอง Dream League Soccer เล่นได้ไร้ปัญหาเลย
กล้องถ่ายภาพของ Wiko Ridge Fab 4G เป็นเลนส์ 13 ล้านพิกเซล รองรับออโต้โฟกัส มีไฟแฟลช พร้อมด้วยฟีเจอร์อย่าง Face beauty, HDR และ Zero Shutter Delay ตัวกล้องทำงานโอเคล่ะ ไม่ได้พรีเมียมมากแต่ภาพออกมาสวยพอได้อยู่ เพียงแต่ชัตเตอร์อาจจะดูช้าๆ ไปนิด กลางคืนก็พอได้อยู่ มีฟีเจอร์เสริมอย่างสั่งด้วยเสียง ถ่ายวิดีโอระดับ Full HD 1080p 30fps ได้
ส่วนกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่เป็นเลนส์ 5 ล้านพิกเซล มี Face detection, Face beauty และปรับแสงวัดแสงได้แค่แตะหน้าจอ ซึ่งโหมด Face beauty นั้นปรับระดับได้ 3 ระดับ แต่ว่าสามารถกำหนดรายละเอียดเองได้นะ ทั้งหน้าเนียน ตาโต และหน้าเรียว
ตัวอย่างภาพจากกล้อง
แบตเตอรี่ของ Wiko Ridge Fab 4G ให้ความจำมากำลังดี Li-Polymer 2,820 mAh รองรับกับหน้าจอขนาดใหญ่ และระบบ 4G พร้อมด้วย Dual SIM Standby ด้วย ซึ่งลองใช้งานแล้วพบว่าแบตเตอรี่ประสิทธิภาพดีนะ ใช้งานได้ตลอดวันประมาณ 7-8 ชั่วโมง หากเปิดแล้วไม่ใช้งานเลยอยู่ได้หลายวันเลยล่ะ
โดยรวมแล้ว Wiko Ridge Fab 4G ถือว่าประสิทธิภาพดี ฟีเจอร์ใช้งานต่างๆ ครบ ขาดแค่ NFC กับ OTG ไปเท่านั้น สำหรับสมาร์ทโฟน 4G สเปคระดับนี้ ราคา 6,990 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากเลยล่ะ ชิปเซ็ต Snapdragon 410 พร้อม RAM 2GB หน่วยความจำภายใน 16GB รองรับ Micro SD สูงสุด 64GB ซึ่งทดสอบ AnTuTu Benchmarks ออกมาแล้วได้ 20,976 คะแนน จะอยู่ราวๆ สองหมื่นถือว่าเยี่ยมครับ
หากใครสนใจสมาร์ทโฟน 4G ราคาไม่แพง หน้าจอใหญ่ระดับ 5.5″ และสเปคเครื่องน่าใช้ Wiko Ridge Fab 4G น่าจะตอบโจทย์ได้ดีพอสมควรเลย ราคาแค่ 6,990 บาท แถมกรอบแปลงซิมมาให้ในชุดขายเลยด้วย พูดจริงๆ ว่าอยากให้ลองกันนะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://th-th.wikomobile.com/m589-RIDGE-FAB-4G




























