[Review] Vivo V5 Plus ที่สุดของกล้องคู่เซลฟี่แบบโบเก้เก๋ๆ กับดีไซน์ที่คล้ายไอโฟน

โดย nookzz | 22 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อ 21:19 น. | อ่าน 714

cover-v5-plusVivo V5 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่ชูจุดเด่นหลักในแง่ของการถ่ายภาพเซลฟี่ ไม่ว่าจะจากการโปรโมทร่วมกับซุปตาร์ตัวแม่แห่งวงการอย่าง ‘อั้ม พัชราภา’ ทำให้ความโดดเด่นของกล้องหน้าคู่ 20 ล้านพิกเซล กับ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช ช่วยให้การถ่ายภาพกล้องหน้าสนุกขึ้น รวมถึงการทำภาพที่มีโบเก้จากกล้องหน้าด้วย

ขณะที่ในแง่ของการใช้งานโดยรวม ต้องยอมรับว่า Vivo ทำการบ้านมาค่อนข้างดีกับการปรับ Funtouch OS 3.0 ให้มีความคล้ายคลึงกับการใช้งาน iOS ดังนั้น ถ้าเคยใช้งาน iOS มาก่อนแล้วได้สัมผัส Vivo V5 Plus ก็แทบไม่ต้องมีการปรับตัวเลย แต่ถ้าใช้งานแอนดรอยด์ที่เป็นมาตรฐานมาก่อนอาจจะงงเล็กน้อย

ในส่วนของค่าตัวที่เปิดมาที่ 13,990 บาท เมื่อเทียบกับสเปกเครื่องที่ได้ คุณภาพของกล้อง รวมถึงวัสดุตัวเครื่องที่ทำจากอะลูมิเนียมต้องยอมรับว่าค่อนข้างคุ้มค่า ยิ่งเมื่อมีการทำราคาร่วมกับโอเปอเรเตอร์ ที่มอบส่วนลดค่าเครื่องเพิ่มสูงสุดกว่า 4,000 บาท เมื่อสมัครแพกเกจ 599 บาทขึ้นไปพร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า ทำให้ราคาเครื่องเหลือเพียง 9,990 บาท

v5plus-002

สเปคเครื่อง Vivo V5 Plus

– หน้าจอ LCD IPS 5.5″ FullHD Gorilla Glass 5 / 2.5D
– ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2 GHz 64bit
– หน่วยความจำ RAM 4GB, ROM 64GB
– กล้องหลัง 16MP กล้องหน้า 20MP/8MP f/2.0
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบรวดเร็ว
– แบตเตอรี่ 3,160 mAh Dual Chip Charging
– รองรับ 4G LTE, Dual SIM, OTG, บลูทูธ 4.0 และ GPS
– ระบบปฏิบัติการ Funtouch 3.0 บนพื้นฐานของ Android 6.0
– มีให้เลือกเฉพาะสีขาวทอง

v5plus-014 v5plus-015

ตัวเครื่องถ้ามองโดยภาพรวมการออกแบบของ Vivo V5 Plus จะคล้ายกับ iPhone 7 เพียงแต่ก็จะมีจุดที่แตกต่างกัน อย่างตัวกล้อง ลักษณะปุ่มกด ลายเสาอากาศ พอร์ตเครื่องต่างๆ ซึ่งเป็นจุดเล็กๆน้อยๆ แต่โดยภาพรวมถ้าให้ปิดตาจับก็ยากที่จะแยกออก

v5plus-017

ตัวเครื่องโดยรวมจะมีขนาด 152.58 x 74.00 x 7.26 มม. น้ำหนักอยู่ที่ 158.6 กรัม โดยพื้นที่หลักของเครื่องจะเป็นหน้าจอขนาด 5.5” ที่ใช้กระจก Gorilla Glass 5 โดยส่วนบนหน้าจอจะเป็นช่องลำโพงสนทนา เซ็นเซอร์ตรวจจับใบหน้า และตรวจวัดแสง และที่สำคัญคือกล้องหน้าคู่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และ 8 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมไฟแฟลขด้วย

v5plus-009

ส่วนล่างหน้าจอจะมีปุ่มโฮม ที่ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกดปุ่มเพื่อปลุกเครื่องขึ้นมาก่อน สามารถนำนิ้วไปสัมผัสเพื่อปลอดล็อกได้ทันที ส่วนปุ่ม Recent App จะอยู่ทางฝั่งซ้าย และปุ่ม Return แบบสัมผัสทางฝั่งขวา

v5plus-019 v5plus-020 v5plus-021 v5plus-022

ขอบข้างเครื่องจะเป็นโลหะที่มีความโค้งมน ตัดกันระหว่างผิวด้านและขอบเรียบ ช่วยขับให้ตัวเครื่องดูบาง โดยด้านซ้ายจะมีช่องสำหรับจิ้มถาดซิม เมื่อถอดถาดซิมออกมาก็จะพบช่องใส่นาโนซิมการ์ดแบบ Dual SIM ด้านขวา เป็นปุ่มควบคุมเสียง และปุ่มพาวเวอร์

v5plus-024 v5plus-023

ด้านบนถูกปล่อยว่างไว้ ส่วนด้านล่างจะมีทั้งช่องหูฟัง รูไมโครโฟน พอร์ท Micro-USB ลำโพง และรูน็อตแบบ 6 แฉก

v5plus-011 v5plus-013

ด้านหลัง จะเป็นโลหะผิวออกด้านๆ ช่วยทำให้เมื่อจับถือแล้วไม่มีรอยนิ้วมือ โดยจะมีกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่นูนขึ้นมาบริเวณขอบบนซ้าย กับไฟแฟลขที่มีลักษณะเป็นวงกลม ถัดลงมาตรงกลางมีสัญลักษณ์ VIVO สีเงินอยู่ และส่วนล่างจะมีอักษรระบุว่าออกแบบโดยวีโว่ ทั้งที่บริเวณขอบบนและล่างจะมีลายเสาอากาศคลุมอยู่ด้วย

ss-v5-plus-001

เมื่อมาดูกันถึง UI ของ Vivo V5 Plus ที่ใช้เป็น Funtouch OS 3.0 จะพบว่า มีการออกแบบให้แตกต่างจากแอนดรอยด์ทั่วๆไปในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นการรวมหน้าแอปมาไว้ที่หน้าแรกทั้งหมด โดยใช้วิธีการใส่โฟลเดอร์ย่อยแทน

ลักษณะไอค่อนต่างๆก็ทำออกมาคล้ายคลึงกับบน iOS เป็นหลัก ไม่ว่าจะสัญลักษณ์เครื่องเล่นเพลง ปฏิทิน รูป นาฬิกา ตั้งค่า ต่างๆ แต่ก็จะมีส่วนที่ทำให้แยกได้คือบริการต่างๆของกูเกิล เซอร์วิส อย่างกูเกิล เพลยสโตร์ โครมเบราว์เซอร์ จีเมล แผนที่เป็นต้น

ss-v5-plus-002

รูปแบบการใช้งานทั่วไปก็เช่นกัน อย่างปกติเมื่อลากแถบจากด้านบนลงมาที่จะเจอแถบแจ้งเตือน และการตั้งค่าต่างๆ แต่บน Funtouch OS 3.0 จะแยกออกจากกันคือ เมื่อลากจากด้านบนจะเจอเฉพาะการแจ้งเตือน แต่ถ้าต้องการเข้าถึงการตั้งค่าต้องลากนิ้วจากข้างล่างขึ้นมา ที่จะให้ผู้ใช้ปรับความสว่างหน้าจอ ปรับเสียง เลือกโหมดลัดต่างๆ

v5plus-016

สำหรับฟีเจอร์ที่เด่นที่สุดใน Vivo V5 Plus คงหนีไม่พ้นในแง่ของโหมดกล้องถ่ายภาพ  ที่เมื่อเปิดกล้องขึ้นมาก็จะเจออินเตอร์เฟสที่คุ้นเคยสำหรับผู้ใช้ iOS คือจะมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ โบหน้าสวย และพาโนราม่า ที่จะสลับได้ด้วยการปัดซ้าย-ขวา โดยมีปุ่มชัตเตอร์สีขาวขนาดใหญ่ให้กด

v5plus-025

แต่ถ้าต้องการตั้งค่าเพิ่มเติมก็สามารถกดเลือกที่แถบบนได้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมแฟลช เปิดโหมด HDR เลือกโหมดถ่ายภาพอื่นๆ อย่างกลางคืน อัลตร้าเอชดี ถ่ายพาวเวอร์พอยต์ ระบบกันสั่น โหมดถ่ายภาพแบบมืออาชีพ ภาพเคลื่อนไหว และภาพต่อเนื่อง หรือจะเลือกเอฟเฟกต์ในการถ่ายภาพคน อาหาร ภาพยนตร์ ย้อนเวลา และสไตล์ต่างๆ ฟังก์ชันเหล่านี้คือเรื่องของกล้องหลัง

v5plus-026

ที่เด่นที่สุดคือเรื่องของกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล คู่กับ 8 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซ็นเซอร์ SONY IMX376 ขนาด 1/2.78” โดยเมื่อสลับโหมดมาใช้กล้องหน้าจะมีเมนู Bokeh ขึ้นมาให้เลือก โดยเมื่อเปิดและเลืกจุดโฟกัส จะสามารถลากระดับรูรับแสงได้ต่ำสุดที่ f/0.95 ไปจนถึง f/16

v5plus-027

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานคู่กับโหมดใบหน้าสวย ปรับผิว สกินโทน และความสว่างได้ด้วย หรือจะตั้งค่าการใช้ไฟแฟลชกล้องหน้าให้เป็นแบบ Selfie Softlight ช่วยเพิ่มความสว่างให้ผิวก็ได้ เมื่อถ่ายภาพเสร็จแล้วผู้ใช้ยังสามารถไปเลือกจุดโฟกัสทีหลังได้ในโหมดดูรูปภาพ (Shot Refocus) ก่อนเซฟออกมาเป็นภาพถ่ายที่ช่วยทำให้ภาพมีมิติมากยิ่งขึ้น พร้อมการแชร์ไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทันที

ภาพตัวอย่างจากกล้อง

IMG_25600222_181918 IMG_25600222_182515 IMG_25600222_181941

Ultra HD

Ultra HD

Selfie beauty

Selfie beauty

Selfie beauty + Bokeh กลางแจ้ง

Selfie beauty + Bokeh กลางแจ้ง

Selfie beauty + Bokeh ในที่แสงน้อย

Selfie beauty + Bokeh ในที่แสงน้อย

ss-v5-plus-003

ส่วนฟีเจอร์การใช้งานทั่วไปอย่างโหมดการใช้งานอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานโดยไม่สัมผัส (วาดมือผ่านหน้าจอเพื่อเช็กการแจ้งเตือนต่าง) การเปิด/ปิดหน้าจอแบบอัจฉริยะ อย่างการแตะที่หน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปิดหน้าจอ รวมถึงการใช้โหมดตรวจจับใบหน้าทำให้หน้าจอสว่างตลอดเวลา รวมถึงการเขย่าเครื่องเพื่อเปิดไฟฉายเป็นต้น

ss-v5-plus-006

ในด้านการเชื่อมต่อ Vivo V5 Plus ถือว่าให้มาค่อนข้างครบทั้ง 4G LTE รองรับการใช้งานแบบ Dual SIM (ซิมหลัก 4G ซิมรอง 3G) รวมถึงการใช้งาน USB OTG แม้ว่าพอร์ตจะยังไม่ได้มีการปรับมาเป็น USB-C ก็ตาม ส่วนการเชื่อมต่อ Wi-Fi Bluetooth และฟีเจอร์การ MirrorLink มีมาให้ครบถ้วร จะขาดก็เพียงแต่ NFC เท่านั้น

ss-v5-plus-007

ในแง่ของการใช้งานโซเชียลมีเดียต่างๆ ถือว่าทำได้ค่อนข้างครบ รวมถึงการเพิ่มโหมดอย่าง Smart Split ให้ใช้ในการตอบข้อความแชตต่างๆได้ทันที โดยไม่ต้องปิดหน้าต่างหลักที่ใช้งานอยู่ ก็ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้มากขึ้น

ss-v5-plus-009

สำหรับประสิทธิภาพก็ต้องยอมรับว่าด้วยระดับราคาของเครื่องที่อยู่ในช่วงหมื่นต้นๆ กับหน่วยประมวลผลอย่าง Snapdragon 625 RAM 4 GB ROM 64 GB ถือว่าเป็นสเปคที่ค่อนข้างคุ้มค่า เมื่อทดสอบด้วย AnTuTu คะแนนอยู่ในช่วง 6 หมื่นกว่า

ss-v5-plus-010

ขณะที่ในแง่ของแบตเตอรแม้จะให้มา 3,160 mAh แต่การใช้งานบนแบตเตอรีทำได้ค่อนข้างดีอยู่ได้เกินวันสบายๆ รวมถึงการที่มีระบบชาร์จเร็วแบบ Dual Chip Charging มาให้ ทำให้ช่วยลดระยะเวลาชาร์จลงอย่างเห็นได้ชัด

v5plus-004 v5plus-005 v5plus-006

นอกจากนี้ การที่ทาง Vivo แถมอุปกรณ์ชาร์จในรถที่เป็นแบบชาร์จเร็วมาให้ด้วย ทำให้การชาร์จแบตในรถขณะเดินทางไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ส่วนหูฟังบลูทูธที่ให้มา ก็ทำให้ใช้งานได้สะดวกดี คุณภาพของเสียงที่ได้อยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับตัวเครื่องมีชิปเสียง Hi-Fi AK4376 ทำให้ผู้ใช้ได้รับเสียงที่ดีที่สุด

v5plus-003

ทั้งนี้อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องนอกจากตัวเครื่อง V5Plus ก็จะมีชุดหูฟัง XE680 คู่มือการใช้งาน สาย Micro-USB อะเดปเตอร์หัวชาร์จ USB เข็มจิ้มซิม เคสโทรศัพท์ ฟิล์มกันรอย (ติดมากับตัวเครื่องแล้ว 1 ชิ้น และ สำรอง 1 ชิ้น) เมื่อรวมกับที่ชาร์จในรถ และหูฟังบลูทูธที่ให้มาก็ถือว่าครบถ้วน

v5plus-007

โดยรวมแล้ว Vivo V5 Plus ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ค่อนข้างครบทั้งในแง่ของฟีเจอร์ ฟังก์ชัน และความคุ้มค่า กับราคาค่าตัว 13,900 บาท โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจากกล้องหน้า ที่จะมีโหมดให้เล่นจากกล้องคู่ ส่วนกล้องหลังแม้ว่าจะไม่มีโหมดถ่ายภาพให้เล่นมากนัก แต่การที่มีโหมดมืออาชีพมาให้ใช้ก็ช่วยให้ใช้งานสนุกขึ้น

About Author

nookzz

nookzz

Partners