Sony Xperia X Performance สมาร์ทโฟนเรือธงที่แรงสุดในตระกูล หลังจากที่โซนี่ยุติทำตลาดตระกูล Xperia Z ลง และมาดัน Xperia X แทน ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ลองจับ Xperia XA Ultra กันไปแล้ว พอมาจับเรือธงรุ่นนี้บอกเลยว่าเครื่องดูเล็กกระทัดรัดถือง่าย พกพาสะดวกมากกว่าเยอะ บอดี้สวย และสเปคใช้งานก็ดีด้วย
คุณสมบัติตัวเครื่อง Sony Xperia X Performance
– จอแสดงผล Full HD IPS Triluminos 5 นิ้ว กระจกโค้ง 2.5D
– ชิปเซ็ต Snapdragon 820
– RAM 3GB, ROM 64GB รองรับ Micro SD 200GB
– รองรับ 2 SIM แบบ Nano SIM
– Full NetCom 3.0 ใช้งาน 4G/3G/2G ซิมแรก และ 3G/2G ในซิมสอง
– รองรับ 4G LTE CAT9, NFC, Bluetooth 4.2
– กล้องหลัก 23MP 1/2.3” f/2.0 ExmorRS, LED Flash
– กล้องหน้า 13MP 1/3” f/2.0 ExmorRS
– ระบบ Android 6.0.1 Marshmallow
– แบตเตอรี่ 2,700 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้ รองรับ Quick Charge 2.0
– กันน้ำกันฝุ่น IP65/68
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Power
จุดขายของ Xperia X Performance รุ่นนี้นั้นทางโซนี่ชูเรื่องงานออกแบบบอดี้ที่ใช้วัสดุโลหะเกรดพรีเมียม ผสมผสานกับกระจกขอบโค้งมนสวยๆ บนขนาดกระทัดรัดพกพาง่าย พร้อมฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่น IP65/IP68 นั่นเองครับ ภายในก็เน้นสเปคที่แรงเหนือรุ่นน้องทั้งปวง กับกล้องคุณภาพเยี่ยม 23MP Hybrid auto focus และกล้องเซลฟี่ 13MP มุมกว้างถ่ายแสงน้อยดี
ตัวเครื่อง
Xperia X Performance ออกแบบมารูปทรง Omnibalance มีสเน่ห์ในสไตล์ของ Sony เอง น้ำหนักก็ไม่เยอะมาก วัสดุดูดีจริง คือถ้าเป็นสาวก Sony จะเข้าใจ
ด้านหน้าตัวเครื่องเนี่ยเป็นกระจกโค้งตรงขอบจอสวยๆ รอบเครื่อง ส่วนบนจะมีเลนส์กล้องหน้า ช่องลำโพงเสียง และเซ็นเซอร์ต่างๆ ใต้หน้าจอมีลำโพงเสียงอีกอัน
บอดี้สไตล์ Omnibalance เหมือนเดิม ขอบข้างให้อารมณ์เดิมๆ มีถาดใส่ซิมการ์ดด้านซ้ายมีฝาปิดอย่างดี ตรงนี้ต้องปิดให้มิดชิดเวลาจะไปโดนน้ำนะ ด้านขวาจะมีปุ่มพาวเวอร์แบบหยดน้ำพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ โดยมีปุ่มควบคุมเสียงกับปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพด้วย
ถาดซิมการ์ดเป็นแบบฝาปิดนะครับ มีร่องงัดง่ายๆ ขอบซีลมาพอดีๆ ถาดซิมเป็นแบบ Hybrid Nano SIM ครับ เลือกเอาว่าจะใส่ซิม 2 หรือ Micro SD
ขอบบนจะมีช่องหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับช่วยตัดเสียงรบกวน ด้านล่างมีพอร์ท Micro USB และรูไมโครโฟนหลักครับ
ด้านหลังเป็นโลหะวัสดุเกรดพรีเมียมออกแบบมาไร้ขอบสวยๆ โค้งขอบมุมแบบกระจกด้านหน้าเลย พื้นผิวมีลายๆ นิดหน่อยส่วนตัวค่อนข้างชอบเลยล่ะ มีเลนส์กล้อง 23MP มุมซ้ายบนพร้อม LED Flash เท่านั้นครับ
ความละเอียดหน้าจอ Xperia X Performance ไม่ได้สูงเกินจำเป็น ยังใช้หน้าจอ Triluminos 5″ Full HD ที่มีเทคโนโลยี X-Reality หน้าจอสีสันสดใส และเปรียบต่างแบบไดนามิค สีดำชัดจริงมีชั้นกรองแสงลอด ภาพสวยทุกสภาวะแสง เทคโนโลยีหน้าจอนี่เอาจากมาโทรทัศน์ Sony BRAVIA เลยนะ ที่ลองกลางแจ้งก็ยังพอมองเห็นได้ดีครับ แสงดรอบลงพอสมควรแต่ใช้งานได้
ซอฟท์แวร์ภายใน
Sony Xperia X Performance จะมาพร้อม Android M 6.0 ครอบด้วย Xperia UI หน้าตาสวยใช้งานง่าย สามารถดาวน์โหลดธีมต่างๆ มาใช้งานได้เพิ่มเติมด้วย ธีมสีเปลี่ยนเฉดสีหรูๆ ได้หลากหลายอยู่ UI เคลื่อนไหวสมูทดี Widgets มีให้เลือกเพียบ ใช้งานพื้นฐานทั่วไปลื่นไหลไม่มีปัญหาอะไรเลย
ถาดแจ้งเตือน (Notifications) กับเมนู Quick settings อยู่ร่วมกันดึงสองจังหวะเหมือนเดิม ส่วน Recent App หน้าตามาตรฐานครับ ปิดทีเดียวหมดได้เลย
เมนู Settings แยกหมวดหมู่ชัดเจน หน้าตาดูสะอาดดี ตัว UI มีอัพเดทแบบ OTA อัพเดทกันได้ตลอดเวลาครับ ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น
ฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อ
Xperia X Performance มาแบบครบๆ รองรับ 4G LTE Cat9 พร้อมระบบสองซิมการ์ด เปิดปิดเป็นซิมๆ ไปได้ นอกจากนี้ก็รองรับ NFC และเชื่อมต่อกับจอย DUALSHOCK ของ PS4 ได้ด้วยสำหรับเล่นเกมส์ต่างๆ มีแอพฯ Play Station ด้วย อื่นๆ ก็มี Bluetooth 4.2 และ WiFi Miracast
บราวเซอร์เล่นเน็ตยังทำงานได้ยอดเยี่ยมกับ Google Chrome ครับ เลือก Merge tabs ได้ เปิดหลายหน้าต่างเอาได้ ใช้งานคล่องว่องไวเลยล่ะไม่กระตุกให้หงุดหงิดอีกแล้ว เน็ตก็วิ่งไวดีด้วย
แอพฯ โซเชียลต่างๆ เล่นได้ครบหมด LINE, Facebook, Instagram, YouTube หรือ Twitter ใช้งานได้ยอดเยี่ยมลื่นๆ ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีนะ คือมือถือขนาดเหมาะมือถือง่ายใช้ได้ต่อเนื่องนานๆ
อยากได้แอพพลิเคชั่นอื่นๆ หรือเกมส์สนุกๆ อีกหลากหลายเกมส์ ก็สามารถดาวน์โหลดกันได้จาก Google Play Store ครับ เล่นได้ทุกแอพฯ โหลดกันมันส์มือ ROM เยอะด้วยไม่ต้องกลัวเต็ม เพิ่ม Micro SD ได้อีกชิลๆ
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
Xperia X Performance จะมีปุ่มพาวเวอร์รูปแบบหยดน้ำนะครับ ไม่ได้เป็นปุ่มกลมๆ เล็กๆ แบบ XA Ultra และตรงนี้แหละจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาด้วย ซึ่งตอบสนองไวและแม่นยำดี สามารถตั้งค่าการทำงานได้เหมาะสมได้ยิบย่อยอีกนิดหน่อย สร้างได้หลายโปรไฟล์ ทำตามขั้นตอนไม่ยากครับ
ประสิทธิภาพเครื่อง
Xperia X Performance จัดเป็นเรือธงรุ่นที่แรงที่สุดในสายพันธุ์ X แล้วครับ แม้ตัวธรรมดาอาจจะออกมาทำเอาสาวกผิดหวังกันนิดหน่อย เนื่องจากชิปเซ็ตไม่ใช่ตัวท็อป แต่ราคานี่สองหมื่นกว่า ทำเอาหน้าชากันไปหมด แต่ในรุ่นนี้จัดเต็มด้วย Snapdragon 820 ครับ แต่ RAM ยังแค่ 3GB แม้ว่าแบรนด์อื่นๆ เค้าจะจัดเต็มไป 4GB กันหมดแล้วก็ตามน่าเสียดาย แต่ยังดี ROM เยอะ 64GB เพิ่ม Micro SD ได้อีก ทดสอบได้คะแนนราวๆ 110,000 คะแนนเลยแรงใช้ได้ตามสไตล์ 820
ใช้เล่นเกมส์ ดูหนังก็สะใจดี แต่หน้าจอเล็กไปหน่อยสำหรับจะเอามาดูหนัง หากไม่ซีเรียสก็แจ่มพอตัวเพราะเล่นได้พริ้วมาก หนังแบบ Full HD ลื่นๆ เสียงคุณภาพสูงด้วย เล่น Dream League Soccer 2016 ก็สมูทดีมาก เล่นต่อเนื่องเครื่องไม่ร้อนเท่าไหร่
กล้องถ่ายภาพ
กล้องถ่ายภาพรุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์ผลิตเองแน่นอนอยู่แล้ว เป็นกล้อง 23MP เซ็นเซอร์ ExmorRS ขนาด 1/2.3” รูรับแสง f/2.0 พร้อม LED Flash โฟกัสได้ฉับไวด้วยเทคโนโลยี Hybrid auto focus และที่โซนี่ชูจุดเด่นบ่อยๆ คือการ Tracking object ของกล้องที่ทำได้ฉลาดพอตัว ส่วนกล้องหน้า 12MP f/2.0 ExmorRS เลนส์มุมกว้าง โดยรวมใช้งานได้ดี
UI กล้องหน้าตาไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ มีโหมดให้เลือกใช้งานหลากหลายตามพื้นฐาน ซึ่งดาวน์โหลดเพิ่มเติมเอาได้ด้วยเหมือนกัน กล้องโฟกัสได้ไวมาก เปิดกล้องก็ไว มีปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพแบบ 2 จังหวะมาให้ด้วย เครื่องกันน้ำทำให้ถ่ายใต้น้ำได้โดยใช้ปุ่มฮาร์ดแวร์ชัตเตอร์นี่แหละสะดวกครับ คุณภาพของภาพถ่ายออกมาดูดีจริง กลางคืนถือว่าใช้ได้ แม้จะไม่ได้สว่างจ้าได้แบบบางแบรนด์ แต่แค่นี้ก็น่าพอใจครับ ภาพออกมาคมสีแน่น
สรุปการใช้งาน Xperia X Performance
มือถือรุ่นนี้เป็นเรือธงที่ทำออกมาลงตัวที่สุดของตระกูล X จากโซนี่แล้วครับ ขนาดที่ใช่กว่า 5″ กำลังดี บอดี้โลหะเกรดพรีเมียมสวยๆ กับกระจกหน้าจอขอบโค้ง พร้อมสเปคเครื่องสุดๆ กับ Snapdragon 820 แรงๆ หน่วยความจำภายในให้มาเยอะไว้ถ่ายภาพได้ เพิ่มเมมได้อีกถือว่าครบจริง ติดอย่างเดียวก็ราคานี่แหละ เปิดมาซะ 25,990 บาท ซื้อเต็มๆ มีจุก แต่ตอนนี้มีโปรลดราคาเหลือ 23,990 บาทอยู่
แบตเตอรี่ของ Xperia X Performance ตัวนี้ความจุ 2700 mAh ในขนาดเครื่องเท่านี้ถือว่าโอเคกำลังดี ประสิทธิภาพอยู่กลางๆ ครับ แบตอยู่ได้ราวๆ 7-9 ชั่วโมงใช้งานทั่วไป แต่ใช้งานหนักๆ เคยต่ำสุดก็ 5 ชั่วโมงกว่าๆ ตอนนั้นเน้นแชท แล้วก็เล่นเกมส์ Dream League Soccer 2016 กับ LINE Fighter นี่แหละ เอาเป็นว่าอยากให้ลองไปจับเครื่องจริงดูกันเองนะ
– เครื่องขนาดกระทัดรัดพกง่าย ถือง่าย 5″
– วัสดุโลหะอย่างดี
– หน่วยความจำเยอะ (64GB) เพิ่ม Micro SD ได้
– เครื่องกันน้ำกันฝุ่น IP65/IP68
– กล้องชัดโฟกัสไว
– รองรับระบบเสียงแบบ Hi-res
ราคาเปิดตัว : 25,990 บาท 23,990 บาท


































