เปิดกล่อง
ทางทีมงาน MXPhone รวยจัดและเนื่องจากกิเลสของเจ้าของเว็บไซต์ก็เลยบินไปที่ประเทศฮ่องกงเพื่อซื้อเจ้า Xperia TX มาให้ผมรีวิว ซึ่งผมเองก็แปลกใจกับสีที่ท่านเจ้าเว็บของเลือกมาเหลือเกินก็คือสีชมพู แต่ในที่สุดก็ได้เหตุผลมาแล้วละครับว่าทำไม ก็เพราะว่าเครื่องสีชมพูนี้เองไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยครับก็เลยซื้อมาเก๋ๆ เอาละเรามาเปิดกล่องมันเลยละกันครับ
เห็นกล่องครั้งแรกสีหวานมากเลยครับ ตัวกล่องก็ไม่ต่างกับ Xperia S เท่าไร เป็นกล่องสไตล์เดียวกัน เปิดออกมาจะพบกับเครื่องพร้อมตรา XPERIA ตัวใหญ่ เปิดฝาออกมาอีกชั้นมีสายเชื่อมต่อ MicroUSB, หัวชาร์ต Adapter และหูฟัง 3.5 มม.และฟิลม์ป้องกันรอยขีดข่วนหน้าจอ
เจ้าของเว็บก็รวยจริงอะไรจริงเลยจัด Dock ของตัวเครื่อง Xperia TX มาให้ผม Review อีกตัว โดยตัวนี้มีชื่อรหัสว่า DK22 ซึ่งเป็นรูปแบบ Dock ที่คล้ายๆกับของแบรนด์อื่นๆแต่มีเอกลักษณ์ตรงการออกแบบที่ดูสวยเพรียวมาก ด้านท้ายมีช่องต่อสาย HDMI แบบเต็มและช่องต่อสายไฟ (microUSB) ในกล่องเองไม่มีแถมสายอะไรมาให้ทั้งนั้นมาเดี่ยวๆเลย ส่วนการใช้งานอันนี้ต้องบอกเลยว่ามันค่อนข้างจะดีมากเลยเพราะแสดงผลเป็นแบบ Mirror Screen ได้ด้วย หรือจะใช้เป็นหน้า Dock Center ของ Sony ก็ได้ ซึ่งก็จะมีโปรแกรมต่างๆให้เลือก แต่สิ่งที่น่าสนใจสุดๆมันอยู่ตรงนี้แหละครับ คือถ้าใครมี TV ของ Sony พวก BRAVIA รีโมททีวีของท่านสามารถใช้งานควบคุม Xperia TX ได้เลยทันทีถ้ามันต่ออยู่กับ Dock นี้
พวกปุ่มต่างๆในรีโมท 4 สีทำหน้าที่เสมือนปุ่มบน Android ปุ่มควบคุมขึ้นลงซ้ายขวาใช้งานได้ดี แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถใช้เป็น Keyboard ได้ คงต้องหา Keyboard Bluetooth มาลองต่อกับเครื่องดูครับอาจจะใช้งานได้
ตัว Dock ใช้งานสามารถเลือกเปิด เพลง ภาพยนตร์ ภาพต่างๆได้อย่างง่าย เปิด E-Mail เช็ค Facebook และ Twitter ได้ง่ายดายครับ
จับเครื่องก่อน

ผมเชื่อว่าหลายคนถ้าได้เห็นตัวเครื่องครั้งแรกแล้วคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเรียบมาก ด้านหน้าดำล้วนเป็นกระจกทั้งหมด ไร้ปุ่มกดเพราะปุ่มเป็นแบบ Virtual ในหน้าจอ มีตรา Sony และ Xperia ชัดเจน ขอบอกเลยว่าตรา Xperia นี่มันมีไฟ LED ด้วยนะครับเวลาเปิดจอมันจะมีแสงออกมาทำให้ดูโดดเด่นเอามากๆเลยทีเดียว ตัวเครื่องโดยรวมยังเป็นดีไซน์เดียวกับ Xperia arc แต่หนาขึ้นแต่ก็ยังดูสวยไม่ต่างจากเดิม มองด้านข้างแล้วจะเห็นว่าด้านหลังมีการโค้งเว้าของเครื่องชัดเจนมาก

น้ำหนักของตัวเครื่องจัดว่าเบาถ้าเทียบกับขนาดที่ต้องบอกว่าใหญ่ โดยมีน้ำหนักที่ 127 กรัม ส่วนความหนาเครื่องอยู่ที่ 8.6 มม. ก็ถือว่าบางมากๆเลยทีเดียว การจับเครื่องก็ถือว่ากระชับมือพอสมควร เนื่องจากตัวเครื่องที่บางก็ทำให้มือผมที่ก็ต้องบอกว่าไม่ใหญ่ไม่เล็กใช้งานได้พอดีในมือเดียว แบบว่ากวาดนิ้วไปได้ทั่วๆจอ มีส่วนบนๆที่ต้องเอื้อมๆนิดนึง ถ้าเป็นมือของสาวๆนี่แน่นอนว่าใช้งานมือเดียวไม่ได้แน่



ด้านหน้านอกจากที่บอกไปด้านบนแล้ว ยังมีกล้องหน้าความละเอียดสูง 1.3 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถถ่ายวีดีโอ 720p 30fps ได้ด้วยและมีลำโพงสนทนาอยู่ด้านบนสุดติดกับขอบเครื่องครับ บวกกับมีไฟ Notification แบบหลากสีด้วย ส่วนด้านซ้ายของเครื่องสวยงามมีลักษณะโค้งมีปุ่มควบคุมปุ่มเดียวคือปุ่ม Power/Wake และมีช่องร้อยสายคล้องมือถือ ซึ่งเป็นร่องที่สามารถทำหน้าที่ไว้เป็นที่เปิดฝาหลังได้อีกด้วย




ด้านขวาของเครื่องมีช่องเชื่อมต่อและชาร์ตไฟ microUSB, ปุ่ม Volume rocker และปุ่ม Shutter โดยที่ผมมองว่าปุ่ม Shutter นั้นอยู่มุมเครื่องมากไปหน่อย ไม่ต่างจากตอน Xperia arc เลยครับ เนื่องจากตัวเครื่องมีความยาว เวลาถ่ายภาพแล้วกดปุ่ม Shutter ปุ่มนี้มันทำให้ถ่ายมือเดียวลำบากมากเพราะเครื่องมันจะหนักไปอีกข้างทำให้มืออาจจะไม่นิ่งหรือได้ภาพที่ไม่ตรงตำแหน่งอะไรแบบนี้ แต่ก็ยังดีหน่อยที่ปุ่ม Shutter นั้นยาวขึ้นทำให้กดได้ง่ายขึ้นกว่าตอน Xperia arc



ส่วนด้านหลังของเครื่องได้อารมณ์ด้านหลังของมุนษย์เลยครับ ซึ่งเมหือนกับส่วนกระดูกสันหลังที่โค้งเว้า มีตรา Sony Ericsson เดิมและ Xperia เด่นชัดด้านล่าง บวกกับลำโพง Speaker ด้านล่าง ส่วนมุมบนจะเห็นกล้อง 13 ล้านพิกเซลซึ่งถือว่ามีความละเอียดสูงมากในเวลานี้ ตัวเลนส์เองก็ใหญ่มากด้วย มาพร้อม LED Flash และมีไมค์ตัวที่ 2 คอยปรับลดเสียงรบกวน


ด้านบนของเครื่องมีช่องใส่กูฟัง 3.5 มม. และส่วนด้านล่างของเครื่องมีแค่ไมค์สนทนาอันเดียวเท่านั้น

สำหรับวัสดุของเครื่องเป็นพลาสติกทั้งหมด ฝาหลังเป็นพลาสติกด้าน ส่วนข้างๆเครื่องประกอบด้วยพลาสติกเคลือบ ซึ่งจะเห็นเป็น 3 ชั้นคือชั้นบน, ชั้นกลางและชั้นล่าง (ฝาหลัง) ครับ โดยที่ฝาหลังของเครื่องนั้นจะครอบไปถึงส่วนมุมบน/ล่าง/ซ้าย/ขวา ด้วย ในภาพรวมต้องบอกว่าวัสดุก็ดูคงทนดีครับ งานประกอบก็แน่นดี แต่ถ้าตกพื้นขรุขระผมว่าก็อาจจะเละได้ครับ

ส่วนของหน้าจอมีขนาดใหญ่ 4.55 นิ้วความละเอียดสูงระดับ HD 1280×720 พิกเซล และมี PPI (ความละเอียดของหน้าจอเมื่อเทียบกับพื้นที่) สูงถึง 323 PPI ก็เรียกว่าละเอียดมากจนมองแล้วไม่หยาบครับ ส่วนชนิดของหน้าจอนั้นเป็น TFT LCD แต่ผมมองเทียบกับ Xperia S แล้วดูเหมือนว่าหน้าจอจะคล้ายๆ Super LCD 2 ครับ เพราะว่าการแสดงสีนั้นไม่สว่างมากเท่ากับบน Xperia S ทำให้สีออกมาดูเข้มกว่า สวยกว่าพอสมควรเลยทีเดียว เรียกว่าหน้าจอถูกใจหลายๆคนแน่นอน มองแล้วคล้ายๆกับ Super AMOLED ของทาง Samsung ครับ แต่สีอันนี้ยังดูค่อนข้างสมจริงกว่าพอสมควรเลยละครับ

อีกอย่างที่อยากจะบอกก็คือว่าถึงแม้หน้าจอจะมีขนาดใหญ่เป็น 4.55 นิ้วก็จริงแต่จริงๆแล้วก็ไม่ต่างจากหน้าจอ 4.3 นิ้วทั่วๆไปครับเพราะว่าปุ่มควบคุมของ Android กินพื้นที่ส่วนนี้ไปเรียบร้อย ใช้งานได้จริงก็ไม่ค่อยต่างจาก 4.3 นิ้วเท่าไร ต่างก็ตรงที่หน้าจอกว้างกว่า Xperia S แบบสังเกตได้อยู่ครับ แต่เรื่องความยาวเท่ากันเป๊ะ


ส่วนฝาหลังเครื่องนั้นเปิดออกมาได้ไม่ยากไม่ง่ายเรียกว่ากำลังพอดีมีร่องให้แงะเปิดอยู่ด้านล่างซ้ายของเครื่อง เปิดฝาหลังออกมาพบกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 1,700 mAh มีช่องใส่ MicroSD Card และ MicroSIM ซึ่งทั้ง 2 ช่องต้องถอดแบตเตอรี่ก่อนนะครับ

