ความรู้สึกหลังใช้งาน
![]() มีจุดด้อยที่ CPU Single Core ขณะที่พรรคพวกเริ่มทยอยใช้แบบ Dual Core กันแล้ว แต่มันก็ไม่สามารถหยุดยั้งความน่าใช้ของ SE Xperia Arc ได้เลย เพราะถือว่ามันพอดีกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android Gingerbread 2.3.2 ที่เรียกสมรรถนะของฮาร์ดแวร์และให้ประสิทธิภาพความรวดเร็วได้ดีมาก, การประมวลผลภาพกราฟิกไม่เลวร้ายเลยนะ, ความคล่องตัวในการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตทำได้ดีเกินคาด เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตแล้วล่ะก็เอาแค่สมัย Xperia X10 ผมมองว่า Xperia Arc สามารถทำคะแนนน่าปลื้มได้ดีมากกว่าเยอะ เพราะ SE สามารถจัดการสร้างความน่าสนใจให้กับตัวเครื่องได้มากกว่า ไล่ตั้งแต่ดีไซน์ดูดี บางเฉียบเชียว เครื่องเคราภายในเครื่องก็พัฒนาให้สวยงามใช้งานง่าย
![]() จุดด้อยของ Xperia Arc คือกล้องที่ไม่อาจจะกู้สถานภาพความเป็นผู้นำด้านภาพถ่ายเหมือนในอดีต ก็ไม่แย่หรอกแต่มันไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก อันที่จริงกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนระดับนี้ส่วนใหญ่น่าจะคาดหวังคุณภาพการถ่ายภาพแค่ดีหรือพอใช้ได้มากกว่าที่จะดีเลิศ เพราะไม่ได้คิดจะใช้กล้องมือถือแทนที่กล้องดิจิตอลมาก แล้วก็วัสดุฝาหลังดูบอบบางไปนิด น่าจะใช้วัสดุที่ดูดีกว่านี้คงทำคะแนนได้โข ลองวิเคราะห์ลึก ๆ ก็พอเข้าใจว่าต้องเน้นดีไซน์โค้งเว้ามากกว่า จุดที่น่าเป็นห่วงคือการส่งมอบที่ล่าช้า อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งบอกว่าการทำตลาด Sony Ericsson Thailand ห่วย จงโปรดอย่าได้คิดเช่นนั้นครับ สาเหตุของมันเป็นเรื่องน่าเศร้ามากเพราะพวกเขาติดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น อย่าลืมว่าวัฒนธรรมบริษัทอุตสาหกรรมแบรนด์ญี่ปุ่นทั่วโลกจำเป็นต้องมีซัพพลายเออร์สัญชาติญี่ปุ่น เนื่องมาจากการสนับสนุนประเทศชาติก็ดี หรือคำนึงถึงประสิทธิภาพก็ดี
![]() และเมื่อเกิดเหตุวิกฤตแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในวันที่ 11 มีนาคม 2011 ก็ทำให้อุตสาหกรรมในญี่ปุ่นแทบจะล้มตัวกันเป็นโดมิโน่ เริ่มจากซัพพลายเออร์รายเล็กถึงขนาดใหญ่ไม่สามารถป้อนชิ้นส่วนส่งเข้าสายการผลิตได้จึงทำให้กระบวนการผลิตสินค้าขาดตอน ซ้ำร้ายซัพพลายเออร์หลายรายจำเป็นต้องส่งชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตทั่วโลกเสียด้วย ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีเครือข่ายการผลิตยั้วเยี้ยไปหมด สำหรับ Sony Ericsson โชคดีที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคไอทีได้ดี และมันน่าจะสร้างยอดขายได้ดีที่สุดในรอบ 2 ปีมานี้ แต่ก็ต้องมาเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากเหตุวิปโยคครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การส่งมอบมือถือแบรนด์นี้หลังวันที่ 11 มีนาคม 2011 ต้องติดขัดอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ
![]() โชคร้ายซ้ำสอง บังเอิญว่าคู่แข่งที่แข็งแกร่งกลับไม่ใช่แบรนด์สินค้าญี่ปุ่นเลยสักรายเดียว จุดนี้แหล่ะน่าจะยิ่งทำให้คู่แข่งบางรายที่ไร้จริยธรรมฉกฉวยโอกาสทำตลาดแบบไม่ใยดี และนั่นจึงเป็นความโกลาหลของผู้บริโภคหลายประเทศที่สับสนว่าทีประเทศอื่นยังได้สินค้าวางจำหน่ายเลย แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นสินค้าที่ถูกผลิตก่อนวันวิปโยคเสียด้วยซ้ำ ณ จุดนี้ก็ขอให้ผู้อ่านเข้าใจเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ครั้งนี้
![]() สุดท้าย ผมว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้คงไม่อยากให้ใครมีปัญหากัน Sony Ericsson Thailand ควรจะต้องหาวิธีแก้ปัญหาให้ลงเอยทั้ง 2 ฝ่ายให้ดีที่สุด และที่สำคัญพยายามอธิบายให้ลูกค้าชาวไทยให้เข้าใจง่ายที่สุดเพียงเท่านั้น ขอเอาใจช่วยครับ
ขอขอบคุณ |





