บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (2/4)
![]()
คำพูดนี้ถ้าย้อนกลับสมัย 3-4 ปีก่อนยอมรับว่าคุณ Jobs พูดถูกส่วนหนึ่งเพราะต้องยอมรับกันว่าสมาร์ทโฟนที่ฉลาดเอามาก ๆ แบบ iPhone แต่ใช้งานง่ายนั้นหายากทีเดียว แม้กระทั่ง Symbian ที่ขึ้นชื่อด้านความง่ายต่อการใช้งานซึ่งใช้ง่ายจริงแต่มันก็ไม่ฉลาดเพียงพอสำหรับยุคสมัยนั้นแล้ว หรือสมัยนั้น Windows Mobile ก็ถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ฉลาดมากแต่มันก็ไม่เหมาะสำหรับคนทั่วไปอย่างมาก แต่คุณ Jobs เองก็คงพูดผิดบางส่วนนะครับ ก็จริงที่ iPhone มันใช้งานง่ายกว่าสมาร์ทโฟนประเภททัชสกรีนในยุคนั้น แต่ใช่ว่ามันจะใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคนอยู่ดี ด้วยเหตุผลด้านอินเตอร์เฟซที่มันยืดหยุ่นกว่ามือถือปุ่มกดเยอะมาก แม้ iPhone จะออกแบบการ Navigate เมนูแบบแนวกว้าง (ไม่จำเป็นต้องเข้าเมนูลึก ๆ) เพื่อการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ง่ายขึ้น แต่อินเตอร์เฟซของบางแอพพลิเคชั่นก็ทำให้ผู้ใช้สับสนไม่น้อย ถ้าอ้างว่ามันคือทัชโฟนแล้วล่ะก็ ทำไมทัชโฟนรุ่นอื่น ๆ ถึงใช้งานได้ดีกว่าล่ะ นั่นก็คงเพราะอินเตอร์เฟซที่ค่ายมือถือหลัก ๆ ส่วนใหญ่ยังอ้างอิงการใช้งานบางอย่างเหมือนกับมือถือปุ่มกดเพื่อให้ใช้งานง่าย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือสมาร์ทโฟนมันที่บอกว่าใช้ง่ายก็ไม่ได้ใช้ง่ายสำหรับทุกคนอยู่วันยังค่ำนั่นแหล่ะ แต่คู่แข่งของ iPhone ยิ่งนานวันก็ยิ่งพัฒนาตนเองให้ฉลาดมากขึ้นจนเทียบชั้นและใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิม คงเพราะเก็บเกี่ยวประสบการณ์การพัฒนาสมาร์ทโฟนและความต้องการของลูกค้าได้อย่างดี ใครปรับตัวได้ดีและไว ลูกค้าอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็จะได้ประโยชน์ คราวนี้ Samsung คงเล็งเห็นแล้วว่าหากตนเองสามารถพัฒนาระบบปฏิบัติการเป็นของตนเองโดยผสมผสานความชาญฉลาดแบบ iPhone และความใช้งานง่าย ”ไม่แตกต่าง” จากฟีเจอร์โฟนแล้วล่ะก็นี่คือขุมทรัพย์มหาสมุทรใหม่ที่ Samsung สามารถตักตวงในระยะยาวได้ หากยังรักษาผลประโยชน์ระหว่างลูกค้าและนักพัฒนาได้แล้วล่ะก็ Samsung สามารถครองความยิ่งใหญ่เทียบเคียง Nokia ไปอีกนานแสนนาน ด้วยเหตุผลของย่อหน้าข้างบนนี่ก็คือ ”จุดยืน” ที่แท้จริงของ bada ว่าไม่ได้มาแข่งขันกับ Android และ iPhone ซึ่งจับกลุ่ม Advanced User หรือ Geek ได้อยู่หมัด แต่ bada ขอเลือกยืนประชาชีตาดำ ๆ ที่อยากจะสมาร์ทกับเขาบ้างแต่กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความยุ่งยากลำบากใจ bada ก็ตอบสนองพวกเขาได้โดยการทำตัวให้สมาร์ทแต่ใช้งานง่ายเหมือนฟีเจอร์โฟน นี่แหล่ะ Positioning ของ bada ที่หลายคนน่าจะร้องอ๋อ บอกตามตรงนะ ผมติดตามข่าว bada สักระยะหนึ่งก็แอบคิดในใจว่ามันจะไปรอดหรือ? เพราะดูแล้วมันซ้ำซ้อนกับระบบปฏิบัติการหลาย ๆ เจ้า แต่พอใกล้วันวางจำหน่าย Samsung Wave ก็ทำให้เรารู้จัก bada ดีขึ้นว่าจะพยายามเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อเอาใจมวลชนเหมือนสมัยที่ Symbian ยังรุ่ง ๆ สามารถจับกลุ่มลูกค้าทั่วไปได้ (แต่ bada คงไม่อาจจับกลุ่มลูกค้า Geek ได้มากเหมือน Symbian) แต่เราก็ได้ยินว่า Samsung ต้องการให้ bada ทำตัวแบบนี้ไปสักระยะหนึ่งคือทำตัวเหมือนฟีเจอร์โฟนระดับ High-End ซึ่งเราก็ไม่รู้อนาคตว่า bada จะขยับตัวไปที่ใด แต่คาดว่าพวกเขารอจนกว่า bada มีส่วนแบ่งการตลาดที่น่าพอใจและนักพัฒนาร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่นมากขึ้น ![]() เรามาเจาะลึกเจ้า bada กันดีกว่า ระบบปฏิบัติการ bada เป็นการนำ Linux มาดัดแปลง แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ สรุปแล้ว bada มีโครงสร้างต่าง ๆ เหมือนฟีเจอร์โฟนกับสมาร์ทโฟนรวมกันอยู่ ทั้งนี้ Samsung ต้องลงทุนพัฒนา bada Server เพื่อเป็นศูนย์กลางการประมวลผลออนไลน์ให้ครอบคลุมการใช้งานทั้งหมด บางคนอ่านหลาย ๆ ย่อหน้าแล้วคงไม่เห็นภาพเท่าไรนักว่ามันใช้งานง่ายอย่างไร ผมขอตัวอย่างง่าย ๆ หากคุณใช้ Samsung Wave เป็นครั้งแรกแล้วล่ะก็ระบบมันจะทำตัวเป็น Wizard คอยช่วยคุณตั้งค่าการใช้งานเริ่มแรก เช่น ใช้ภาษาอะไร ตั้งเวลาเท่าไรเป็นต้น แค่เริ่มต้นการใช้ก็ยังง่ายเลยแล้วถ้าใช้งานต่อไปมันไม่ง่ายกว่าอีกหรือลองคิดดูนะครับ |

