Samsung Wave S8500

โดย shyboy | 19 กรกฎาคม 2553 เมื่อ 01:26 น. | อ่าน 1,317

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/4)

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์
รายละเอียด
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง : 118 x 56 x 10.9 มม.
น้ำหนัก 118 กรัม
หน้าจอสัมผัส Super AMOLED Capacitive 480×800 พิกเซล 16 ล้านสี ขนาด 3.3 นิ้ว
รองรับเครือข่าย 3G ย่านความถี่ 900/2100 MHz
รองรับ HSDPA, 3.6 Mbps, HSUPA 2 Mbps
รองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n
รองรับ Bluetooth 3.0
หน่วยความจำภายใน 1.5 GB รองรับ microsd สูงสุด 32 GB
กล้องถ่ายภาพ 5 ล้านพิกเซล Autofocus พร้อมไฟแฟลช LED
CPU ARM Cortex 1 GHz processor
รองรับ A-GPS
แบตเตอรี่ 1,500 มิลลิแอมแปร์ตามตรงนะเห็นสเปค Samsung Wave แล้วอยากจะถามว่า Samsung เขาไม่ขายขาดทุนกันหรืออย่างไร? จะเอากำไรมาจากไหน? ถ้าในเมื่อสเปคที่ให้เนี่ยมันสามารถเทียบชั้นกับ Galaxy S แม้อาจจะด้อยกว่าในเรื่องกายภาพ เช่น จอเล็กบ้างนิดหน่อย, หน่วยความจำน้อยกว่านอกนั้นสเปคมันเข้าขั้น High-End และบางอย่างดีกว่า Galaxy S ด้วยซ้ำเช่น มีไฟส่อง LED ขณะถ่ายภาพ, วัสดุประกอบเครื่องดีกว่ารุ่นพี่ Galaxy S เอามาก ๆ แต่ดันขายราคาแค่ 1.2 – 1.3 หมื่นบาท บางรุ่นในราคาเท่านี้ยังไม่ให้ขนาดนี้เลย!!

สาเหตุคงเดาไม่ยากนัก คงเพราะ Samsung ต้องการปั้นระบบปฏิบัติการ bada ให้ติดตลาดจริง ๆ จัง ๆ อย่างรวดเร็วภายใต้การแข่งขันสมาร์ทโฟนที่รุนแรงมากกกกกกกกกก ด่านแรก Samsung ที่จะต้องเอาชนะอุปสรรคให้ได้ก่อนคือทำเครื่องให้ดูน่าใช้มากที่สุดและราคาคุ้มค่าซึ่งมันก็ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ bada มากกว่าพวก Android ที่เริ่มต้นมาก็แพงเลยเพราะขานั้นเขาจับกลุ่ม Geek หรือพวกชอบยำเล่นกันมากกว่า

อีกอย่าง bada ก็ไม่สามารถแข่งด้านตำแหน่งการตลาดสู้กับ iPhone หรือ Android ตรง ๆ ไม่ได้อยู่แล้วเพราะ bada พยายามจะมาในตำแหน่งขวัญใจมวลชนมากกว่าพวก Advanced User ดังนั้นจึงสามารถแข่งขันด้านราคาได้ ประมาณว่าทำเอง ขายเองก็ต้องถูกกว่าไปยืมจมูกของเขามาใช้น่ะครับ

 

หน้าจอ Super AMOLED
Samsung ประสบความสำเร็จในการพัฒนาหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์มากก็เพราะพวกเขาลงทุนเซมิคอนดัคเตอร์เยอะมากจึงไม่แปลกใจนักที่จะมีหน้าจอ TFT ที่เคยโดดเด่นที่สุดในยุคหนึ่งและผลัดใบไปสู่ยุค AMOLED ที่ให้ทั้งความสว่างและความคมชัดมากอีกระดับ แต่ดูเหมือน Samsung ยังไม่สะใจพอจึงซุ่มพัฒนา Super AMOLED ไว้ด้วย

ก็แน่นอนล่ะมือถือที่เราทดสอบนี้ก็ติดตั้งหน้าจอ Super AMOLED เหมือนกับรุ่นพี่ Galaxy S เปี๊ยบแต่ต่างกันที่ขนาดหน้าจอแค่นั้นเอง

คุณสมบัติหน้าจอทั้ง AMOLED และ Super AMOLED ที่โดดเด่นกว่าหน้าจอ TFT คือแต่ละเม็ดพิกเซลแสดงผลสีและแสงสว่างในตนเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟ Backlight ส่องสว่างอีกชั้นหนึ่งทำให้การแสดงผลสีทุกสีแม่นยำโดยเฉพาะสีดำและสีเทา แตกต่างจากจอ TFT ที่ไม่สามารถแสดงผลสีดำได้สนิทและสีเทาก็ค่อนข้างเพี้ยน นอกจากนี้ผลลัพธ์ของการไม่ต้องใช้ไฟ Backlight โดยตรงก็คือช่วยลดการใช้พลังงานได้พอสมควร

จอ AMOLED ก็ว่าดีแล้วแต่จอ Super AMOLED Samsung นั้นดียิ่งขึ้นไปอีกเพราะติดตั้งแผงรับตรวจจับการสัมผัสไว้ในหน้าจอเลย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแผงที่ว่านี้ครอบทับบนหน้าจอทำให้ตอบสนองการสัมผัสได้เร็วกว่าเดิมครับ

Samsung ยังคุยอีกว่าหน้าจอ Super AMOLED แสดงผลภาพดีเยี่ยมให้ความคมชัดสว่างสดใสกว่าหน้าจอ TFT ถึง 1,000 เท่า สว่างกว่าจอ AMOLED 5 เท่า สามารถสู้แสงแดดได้มากกว่า AMOLED ถึง 20% อีกด้วย

บรรยายสรรพคุณขนาดนี้จะหาว่า Samsung โม้ก็คงใช่ที่ คุณต้องลองหยิบจับพิสูจน์กันเลยละกันว่ามันสว่างไสวคมชัดอย่างที่ Samsung กล่าวอ้างหรือเปล่า? สำหรับผมคิดว่า Samsung ก็ยังประสบความสำเร็จในการพัฒนาหน้าจอมือถือให้ดีกว่าคู่แข่งตลอดมาแม้จะมีช่วงหนึ่งราว ๆ ปี 2005-2008 ที่คู่แข่งหลายรายเริ่มตามทันเพราะเทคโนโลยีการพัฒนาและการผลิตหน้าจอ TFT เริ่มตามกันทันแล้ว

ยุคนี้ก็ได้หน้าจอ AMOLED และ Super AMOLED นี่แหล่ะที่ช่วยเร่งสปีดด้านความสวยของหน้าจอให้แก่ Samsung ไปอีกขึ้นเหมือนสมัยที่ Samsung E700 บูม ๆ เพียงแต่ยุคนี้ไม่ค่อยฮือฮาเหมือนยุคนั้นที่เริ่มต้นยุคมือถือจอสี เพราะยุคนี้เขาแข่งขันนวตกรรมด้านอื่น ๆ ไปเสียแล้ว

ความสวยงามสว่างไสวย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ด้วยตาของผมแล้วว่ามันให้สีสันที่จัดจ้านและความสว่างที่ไม่ประณีประนอมใคร ขอบอกไว้เลยว่าแสบจริงสว่างจริงแม้จะปรับความสว่างไว้ที่ระดับ 4 คือระดับกลาง ๆ ซึ่งผมว่ามันเพียงพอต่อการใช้งานแล้วยังช่วยประหยัดพลังงานกว่าเปิดให้มันสว่างสุด ๆ นะครับ ขืนเปิดสว่างสุด ๆ กลัวการแสดงผลเกินธรรมชาติ, เสียสายตาที่ต้องมองแสงจ้า ๆ และยังกินไฟอีกต่างหาก

ส่วนอีกเรื่องที่ผมแอบสงสัยคือ Samsung กล้าเคลมเอาไว้คือสามารถสู้แสงแดดได้ดีกว่าหน้าจอ AMOLED ถึง 20% แต่เท่าที่ผมลองนำเจ้า Samsung Wave ไปออกแดดออกลมกลับพบว่ามันไม่ได้มีความแตกต่างจาก AMOLED มากนัก (อาจจะเป็นเพราะว่าผมปรับระดับความสว่างไว้ระดับ 4) ซึ่งเรื่องการแสดงผลในกลางแจ้งนั้นเผลอ ๆ จอแสดงผลแบบ TFT จะดีกว่าด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกไว้ตอนต้นละครับว่า แลกกับความประหยัดไฟของแบตเตอรี่แล้วกันครับ

ความละเอียดหน้าจอของ Samsung Wave เท่ากับรุ่นพี่ Galaxy S เป๊ะที่ 480×800 พิกเซล บางคนอาจจะนึกไม่ถึงว่ามีความละเอียดเท่ากัน แต่สิ่งที่ Wave ได้เปรียบกว่ารุ่นพี่ก็คือขนาดหน้าจอ 3.3 นิ้ว เล็กว่ารุ่นพี่ Galaxy S ที่มีขนาด 4 นิ้ว

เอ๊ะ ! แล้วมันดีกว่ายังไง? เอ้า ก็ในเมื่อความละเอียดหน้าจอเท่านั้นแต่ Wave มีขนาดมิติเล็กกว่า มันก็ต้องมีความละเอียดของเม็ดพิกเซลต่อพื้นที่ 1 นิ้วมากกว่า Galaxy S น่ะสิครับ อีกอย่างขนาดหน้าจอนี้ก็เหมาะสมดีแล้วทำให้ขนาดตัวเครื่องมีขนาดพอเหมาะกับทุกเพศและทุกวัยนั่นเอง

แม้จอจะเล็กกว่า Galaxy S แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่ Wave เหนือกว่านั่นก็คือมันติดตั้งกระจกหน้าจอแบบกันรอยขูดขีดนั่นเอง คิดดูสิครับจ่ายราคานี้แต่ได้ของดีกว่ารุ่นพี่อีก เอิ๊ก

ส่วนการตอบสนองการสัมผัสหน้าจอ ยังไง๊ ยังไง Super AMOLED ก็ถือว่าดีกว่าจอ TFT ในด้านความแม่นยำทั้งตำแหน่งและน้ำหนักการกดพอสมควรเลย ซึ่งนั่นก็ต้องยกให้ระบบปฏิบัติการ bada ที่สามารถรีดเค้นศักยภาพของ Hardware ได้คุ้มค่าที่สุด

About Author

shyboy

shyboy

Partners