Samsung Wave S8500

โดย shyboy | 19 กรกฎาคม 2553 เมื่อ 01:26 น. | อ่าน 1,317

บอกเล่ารูปทรง

บอกเล่ารูปทรง
รูปทรง Samsung Wave มาในสไตล์เหลี่ยมคมสันที่ใครจะนึกว่านี่หรือคือมือถือ Samsung ที่ราคาไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท ตอนแรกผมมองเห็นเจ้านี่ครั้งแรกคิดไว้ว่าคงต้องตั้งราคาไว้ที่ 1.89 หมื่นตามข่าวลือแหงม ๆ เพราะโดยปกติการออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นบน ๆ ของ Samsung เน้นกลม ๆ มน ๆ เสมอ แถมเจ้า Wave มันดันดูหรูหรากว่ารุ่นพี่หลายรุ่นด้วยซ้ำ ถ้าไม่คิดว่าแพงแล้วจะให้คิดเช่นไรเนาะ

ส่วนความสวยงามนั้นหลายคนลงความเห็นแล้วว่ามันสวยกว่า Galaxy S พอสมควร อย่างน้อยเจ้า Wave ก็ผ่านกระบวนการคิดให้ดูเป็นเอกลักษณ์ของตนเองมากกว่า Galaxy S เยอะ แต่อย่างว่าลางเนื้อชอบลางยาครับ ผมก็เห็นว่ามันสวยงามดีทั้งคู่ แต่ถ้าตัดสินใจให้ใครสวยกว่ากัน ใจผมชอบ Wave มากกว่านะ

วัสดุรอบเครื่องของ Samsung Wave ทำผม Surprise ครับ มันได้ใจกระผมอย่างมาก เจ้านี่มันมีทั้งพลาสติคที่มีคุณภาพดีและวัสดุโลหะประกอบตัวเครื่องไม่น้อยสวนทางกับมือถือ มือถือ Samsung ราคาเกินหมื่นบาทขึ้นไปที่เริ่มลดคุณภาพวัสดุเข้าไปทุกวัน (ผิดกับสมัยก่อนที่เน้นวัสดุดีเอามาก ๆ ) เราจึงได้เห็นพลาสติกซ้ำซากกันไปมาเน้นดีไซน์สวย ๆ กลบเกลื่อนความบอบบางเข้าไว้ แต่หารู้ไม่ว่าวัสดุที่ใช้ทำเครื่องนี่ไม่ต่างจากเครื่องหลักพันเลย

ง่าย ๆ หากจะเปรียบเทียบวัสดุระหว่าง Samsung Wave และ Galaxy S คุณคิดว่ารุ่นไหนวัสดุดีกว่ากัน เราขอท้าคุณให้ทายดู?

บางคนบอกว่าน่าจะ Galaxy S สิเพราะมันแพงกว่ามากเลย ยากที่หลายคนจะเชื่อว่า Wave มีคุณภาพวัสดุดีกว่า อ๊ะ ๆ ถ้าคุณคิดเช่นนั้นเราถือว่าคุณเลือกเดินทางผิด แต่นี่คือ MXPhone เราจึงให้โอกาสคุณอีกครั้ง ลองทายใหม่ดู

อะไรนะ ได้ยินแว่ว ๆ ว่า Samsung Wave วัสดุดีกว่า เฮโล คุณทายถูกแล้วครับขอแสดงความยินดีด้วย ผมไม่แจกของสมน้ำหน้าคุณหรอก แต่ผมจะมาตอกย้ำว่าวัสดุ Wave ดีกว่าจริง ๆ ครับ ทำให้แอบสงสัยว่า Galaxy S ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาแพงกว่ามาก ๆ ไม่อาจใช้วัสดุที่ดีกว่านี้นะ

หรือเพราะ Samsung จะรู้ตัวว่าต้นทุนในการให้ฮาร์ดแวร์และฟีเจอร์สารพัดใน Galaxy S มันคุ้มค่าเกินราคาแล้ว? แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราก็ยังยืนยันว่าหากจะซื้อความหรูหราของดีไซน์และวัสดุเห็นทีต้องเลือกเจ้า Wave แทนล่ะครับ

ส่วนการประกอบตัวเครื่องนั้นทำได้ดีมากเกินหน้าทัชโฟนและสมาร์ทโฟนของตนเองในย่าน 1.4 หมื่นอย่างมาก ที่ชัดเจนคือการขึ้นรูปวัสดุประกอบเครื่องเป็นแบบไร้รอยต่อหรือ Seamless ที่ไม่ใช่นำแผ่นพลาสติกหรือโลหะสองชิ้นมาประกอบยึดน๊อตกัน

เฮ้ เราแอบสงสัยมิใช่น้อยว่า Samsung ทุ่มทุนสร้าง Wave อันมีศักดิ์เป็นมือถือ bada เครื่องแรกในโลกให้ติดตลาดตามแผนการตลาดของพวกเขาหรือไร แล้วอย่างนี้เจ้า Wave ไม่ทำให้มือถือรุ่นอื่นพาลขายไม่ออกกันหรือไร หืม?

ถ้าคิดและพิจารณาตามเหตุผล ก็ไม่แปลกใจมากนัก หากเราเป็นผู้ผลิตมือถือที่กำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการเป็นของตัวเองไม่ยืมจมูกหายใจ เราก็ต้องย่อมพัฒนามือถือของเราให้โดดเด่นกว่าระบบปฏิบัติการอื่น ๆ อยู่แล้ว หากลูกค้าซื้อมือถือระบบปฏิบัติการของเราที่เพิ่งคิดค้นกันเยอะ ๆ ก็จะทำให้ระบบปฏิบัติการนั้นมีอายุยืนยาวเลย คนใช้ก็เยอะ นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นก็กล้าเสี่ยงมาใช้ของเรามากขึ้น

ด้านหน้า
ตอนแรกที่ดูภาพ Samsung Wave ในอินเตอร์เน็ตก็ โอ้โห มันสวยได้ขนาดนี้เลยหรอ ก็ไม่แปลกใจเท่าไรที่วางมือถือรุ่นนี้ระดับ High-End แน่เลย แถมราคาเมืองนอกก็แปลงเป็นเงินไทยแล้วโอ้โหราคา 1.8 หมื่นบาท เอาเรื่องทีเดียวนะ

แต่พอได้เห็นตัวจริงแล้วมันก็สวยนั่นแหล่ะ เพียงแต่เราเห็นภาพ Wave บนอินเตอร์เน็ตบ่อยเอามาก ๆ จนรู้สึกเฉย ๆ

มาดูการออกแบบกันดีกว่านะ ภาพรวมถือว่ามีความซับซ้อนมากกว่าทัชโฟนระดับบนของ Samsung หลายตัวเลย ไล่ตั้งแต่การไล่เรียงสี วัสดุ รวมไปถึงมิติความนูนลึกต่าง ๆ

วัสดุล้อมรอบด้านหน้าด้วยโลหะ พร้อมทั้งปิดหัวปิดท้ายพลาสติคสีดำชิ้นเดียวที่หนาและดูทนทานเอาเรื่อง พื้นที่ล้อมหน้าจอสัมผัสสาดสีด้วยสีดำเพื่อให้เกิดสีที่ตัดกันกับวัสดุโลหะนั่นเอง

ดีไซน์ปุ่มกด Samsung Wave มีลูกเล่นแตกต่างจากทัชโฟนรุ่นเดอะหลายรุ่น สังเกตให้ดีปุ่มกดตรงกลางนอกจากออกแบบให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ดูอย่างเดียวไม่พอครับต้องลองจับดูจึงรู้ว่ามันนูนออกมาด้วย ไม่เพียงจะเพิ่มความสวยงามมีมิติแล้วยังช่วยให้กดสะดวกโยธินอีกต่างหาก

ส่วนปุ่มรับสายและวางสายใช้วัสดุโลหะที่ดูดีทีเดียว บางคนดูเผิน ๆ นึกว่าเป็นปุ่มสัมผัสซะงั้น แต่อันที่จริงเป็นปุ่มที่ซ่อนยางเหมือนกับปุ่มทั่ว ๆ ไปนั่นแหล่ะ

 

ด้านหลัง
ออกแบบได้เรียบง่ายมากกก มีเพียงแค่ช่องครอบเลนส์กล้องถ่ายภาพทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนพร้อมไฟแฟลชมาให้ด้วยแตกต่างจาก Galaxy S ที่ไม่ติดตั้งไฟส่องสว่างมาให้ด้วย

วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่ทำจากโลหะล้วน ๆ ปิดหัวปิดท้ายด้วยพลาสติคสีดำชิ้นเดียวไร้รอยต่อทำให้เครื่องดูหนาแน่นขึ้นมาก แน่นอนมันดีกว่า Galaxy S ที่ใช้วัสดุพลาสติคแบบบางมาทำฝาหลังซึ่งบอบบางมากเมื่อเทียบกับราคาขาย

 

ด้านบน
พบกับช่องลำโพงริงโทนแยกต่างหากไว้ด้วย ถือเป็นตำแหน่งที่ดีมากเพราะไม่ถูกบดบังด้วยกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสือ ถัดมาก็พบช่องหูฟัง 3.5 มม. ถัดมาพบกับช่อง USB ที่มีช่องปิดแบบสไลด์เหมือนกับ Galaxy S

 

ด้านซ้าย
มีแค่ปุ่มปรับเสียง – และ +

 

ด้านขวา
เจอปุ่มปลดล๊อกและชัตเตอร์ถ่ายภาพ

 

ด้านล่าง
ไม่มีอะไร

About Author

shyboy

shyboy

Partners