
Samsung Wave S8500
เกิดอะไรขึ้นเมื่อ Samsung คิดโต้คลื่นมหาสมุทรสมาร์ทโฟน
Article By : platform ([email protected])
การก้าวเข้ามาเบอร์ 2 ในตลาดมือถือโลกค่อนข้างแข็งแกร่งของ Samsung ก็ทำให้ Samsung ใจชื้นคิดอุดช่องว่างการแข่งขันให้ใกล้กับเบอร์ 1 อย่าง Nokia ให้ได้มากที่สุดภายในเวลาอันรวดเร็วสิ่งที่ Samsung ทำได้ดีมากคือการบุกตลาดฟีเจอร์โฟนในประเภททัชโฟนยอดนิยมยุคปัจจุบัน มีให้เลือกหลายรุ่น หลายสไตล์แต่ราคาไม่แพง เพราะ Samsung สามารถเร่งขั้นตอนการพัฒนามือถือได้เร็วที่สุดในโลก (ผมเคยได้ยินสมัยปี 2006 ว่า Samsung ใช้เวลาแค่ 3 เดือนก็ปั้นมือถือ 1 รุ่นขายได้แล้วขณะที่รุ่นอื่น ๆ วางแผนพัฒนาและทดสอบก็ต้องใช้เวลา 1 ปี) และสามารถกดต้นทุนได้ต่ำที่สุดในวงการ
![]() อ้อที่สำคัญจังหวะและเวลาก็สำคัญมากหากไม่มี iPhone เปิดตัวเป็นต้นแบบทัชโฟนในปี 2007 เราก็อาจจะไม่ได้เห็น Samsung ผลิตทัชโฟนโดนใจลูกค้าลงสนามเรื่อย ๆ อย่างนี้หรอก หากย้อนไปยุค 2004-2006 ยังเป็นยุคที่บาร์ไทป์มาแรงเหมือนเป็น Form Factor มาตรฐานชาวบ้าน ซึ่ง Samsung ก็มัวแต่ปั๊มมือถือฝาพับ, ฝาสไลด์เยอะเอามาก ๆ จนเรางงว่าไม่คิดจะทำบาร์ไทป์ให้หลากหลายกว่านี้หรือไงนะ? เมื่อ Samsung มีความสามารถส่งสินค้าทัชโฟนลงตลาดได้ถี่มากสวนทางกับ Nokia ที่ไม่อาจจะปรับตัวต่อกรกับ Samsung ได้ตรง ๆ จึงเป็นชัยชนะที่สามารถครอบครองส่วนแบ่งการตลาดฟีเจอร์โฟนมาได้ แต่สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนแล้วล่ะก็ Samsung ง้อยเปลี้ยเสียขามานานเกือบ 10 ปีแล้ว !! แทบจะไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นไหนของ Samsung ทำตลาดได้เปรี้ยงปร้างหรืออยู่ยาวเป็นกำไรหล่อเลี้ยงบริษัทได้เลยสักรุ่นเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Windows Mobile ก็ตายหรือจะเป็น Symbian ก็ไม่รอดเพราะหลายคนทุ่มเทใจกับ Nokia ไปแล้ว คงมีเพียงปี 2008 ที่ Samsung ประสบความสำเร็จในการดัน Omnia ระบบ Windows Mobile ก็สมควรอยู่เพราะ Timing การนำเสนอสินค้าดีมากอยู่ในช่วง iPhone กำลังดัง Samsung คงครุ่นคิดว่าหากต้องการแก้ไขจุดอ่อนในตลาดสมาร์ทโฟนให้มีหน้ามีตาเหมือนค่าย Apple ที่มี iOS และ Nokia ที่มี Symbian ประจำกาย Samsung ต้องพัฒนาระบบปฎิบัติการใหม่ด้วยตนเองทั้งหมด!!! ![]() เป็นการแก้ปัญหาที่ตะลึงมาก แต่ Samsung ต้องทำ หากไม่ทำ Samsung ก็ไม่อาจจะกอบโกยกระแสความร้อนแรงสมาร์ทโฟนในช่วง 3-4 ปีนี้ และนั่นก็ยากที่จะแซง Nokia ในระยะยาวได้ อีกทั้งแบรนด์ Samsung อาจมีปัญหาด้านการรับรู้ไปด้วยว่าเป็นบริษัทที่ขาดแคลนสมาร์ทโฟนไม่เหมือน Nokia, HTC ที่พยายามส่งสมาร์ทโฟนดูดเงินลูกค้าตลอดเวลา สิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง Samsung สร้างความตะลึงให้คนในแวดวงมือถือโลกในเดือนธันวาคม 2009 ด้วยการแถลงข่าวเปิดตัวระบบปฏิบัติการ bada อันมีความหมายว่ามหาสมุทรในภาษาเกาหลี การเปิดตัวครั้งนั้นถือเป็นย่างก้าวที่สุ่มเสี่ยงของ Samsung ว่าหาก ”พลาด” ไปแล้วล่ะก็ Samsung จะเสียรังวัดครั้งใหญ่ ทำให้ Samsung ต้องสูญเงินในการพัฒนามหาศาล และนั่นก็ทำให้แบรนด์ Samsung Mobile พลอยเสื่อมเสียไปด้วย แต่หากประสบความสำเร็จแล้วล่ะนี่คือมหาสมุทรที่รอให้ Samsung โกยทองใต้พื้นมหาสมุทรอย่างสนุกสนาน สิ่งแรกที่จะต้องผ่านด่านให้ได้คือประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้ ถ้าในเมื่อมันใช้ดีโดนใจก็ไม่ยากเลยที่จะประสบความสำเร็จ และผมชักอยากจะรู้แล้วสิว่า bada โดนใจขนาดไหน งั้นเราตามไปทดลองใช้งานด้วยกันเลยนะครับ |

