Samsung Wave 723

โดย shyboy | 4 พฤศจิกายน 2553 เมื่อ 04:17 น. | อ่าน 1,294

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)

หน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส

หน้าจอของ Samsung Wave 723 ค่อนข้างน่าผิดหวังหากเทียบกับรุ่นก่อน (Samsung Wave 525) เพราะเป็นหน้าจอสเปคเดียวกัน แต่ผมแปลกใจมากที่หน้าจอดูไม่คมชัดเท่าครับ แต่หากไม่ได้ซีเรียสมากทุกอย่างก็ยังดูใช้งานได้ดีเหมือนเดิม แต่ที่แจ่มกว่าก็คือการรองรับระบบมัลติทัชนี่ล่ะครับ ซูมเข้าออกได้สะดวก สมาร์ทโฟนระบบสัมผัสปัจจุบันต้องมัลติทัชเท่านั้น!! ตัวจอเป็น Capacitive แสดงผลได้ดี แถมมีขนาดใหญ่อีกด้วยครับ โดยเป็นหน้าจอ TFT 256K สี ความละเอียด 240 x 400 พิกเซล ขนาดกว้าง 3.2 นิ้ว

การใช้งานกลางแจ้งก็ยังแจ่มอยู่ครับ ไฟหน้าจอสู้แสงได้ดี การเคลื่อนของอินเตอร์เฟสต่างๆ สมูธพอใช้ล่ะ แถมยังมีเซ็นเซอร์หมุนหน้าจออัตโนมัติมาให้ด้วย

ยูสเซอร์อินเตอร์เฟส TouchWiz UI 3.0

 

หากคุณเคยใช้โทรศัพท์มือถือระบบ Bada OS มาก่อน (Samsung Wave, Samsung Wave 525) คงไม่ต้องอธิบายมากนัก เพราะตั้งแต่รุ่นแรกซัมซุงจับเอา TouchWiz UI 3.0 มาใส่ให้กับระบบปฏิบัติการ Bada สร้างชื่อกันอย่างครึกโครม ด้วยหน้าตาที่ดูใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และยังมีลักษณะคล้ายๆ กับตัวแอนดรอยด์โฟนหลายๆ ตัวของซัมซุงที่ใช้ TouchWiz UI ด้วยครับ เพียงแต่ Samsung Wave 723 ตัวนี้พิเศษกว่านั่นเอง!!

 

สำหรับ Bada OS เป็นระบบปฏิบัติการที่เน้นการใช้งานที่คล่องตัวง่ายๆ ไม่ซับซ้อนให้เปรียบเสมือนว่ามันคือ ฟีเจอร์โฟนผสมผสานเข้ากับสมาร์ทโฟน ไม่จำเป็นต้องเป็นพาวเวอร์ยูสเซอร์ก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ ครับ ตัว Bada เองเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นมาภายใต้การดัดแปลงจากตัว Linux ที่เน้นการใช้งานที่ง๊ายง่าย มีแค่หน้าจอโฮมสกรีน และเมนูหลัก กับ Settings แค่นั้นครับ จะดูๆ ไปมันก็มีส่วนที่คล้ายกับรูปแบบการทำงานของ iPhone อยู่มากเหมือนกัน เพียงแต่สมาร์ทโฟนดีๆ ที่ใช้งานง่ายเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ หากเรายังมีระบบการจัดการนอกจากการใช้งานที่ซับซ้อนเหมือนกับที่ Apple เป็นอยู่นั่นเอง

 

TouchWiz UI เวอร์ชั่น 3.0 นี้ก็เป็นตัวเดียวกับที่ใช้งานบน Samsung Wave และ Samsung Wave 525 ครับ มีโครงสร้างเหมือนๆ กัน จัด Widgets ต่างๆ ได้อย่างอิสระบนหน้าจอโฮมสกรีน แต่ดูเหมือน Samsung Wave 723 รุ่นนี้จะมีหน้าจอโฮมสกรีนแค่ 3 หน้า เอ๊ะ หรือว่าผมหาที่เพิ่มไม่เจอ T.T ทุกอย่างมันเลยดูคับแคบไปหน่อยที่จะใส่ Widgets ทั้งหลายแหล่ลงไปน่ะครับ ส่วนด้านล่างหน้าจอนั้นจะมีคำสั่งหลัก 3 เมนูเหมือนเดิมคือ Keypad, Contacts และ Messages หากต้องการเปิดเมนูหลักก็เพียงกดปุ่มกลางในคอนโซลหลักของตัวเครื่องเหมือนเดิม

 

เมนูหลักภายในยังคงแสดงผลแบบกริด 3 x 4 มีหลายหน้าครับยิ่งมีแอปพลิเคชั่นมากเท่าไหร่มันจะขยายออกไปเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่ามีจำกัดหรือเปล่า เพราะยังไม่เคยโหลดเกิน 4 หน้าเลยครับ – -* นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขการจัดเรียงของไอคอนต่างๆ ได้ด้วย เพียงสัมผัสปุ่ม Edit มุมซ้ายในหน้าจอเมนูหลักเท่านั้น ก็สามารถเลื่อนไอค่อนต่างๆ ได้ตามใจครับ ปุ่ม เมนูหลัก มันยังสามารถกดค้างเปิดหน้าต่าง TaskSwitcher เพื่อปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องการใช้ หรือเลือกเปลี่ยนสลับไปใช้งานแอปพลิเคชั่นที่เปิดค้างเอาไว้ได้ครับแจ่มจริง

 

สุดท้ายขนาดไม่ได้ Notifications หรือส่วนของการแจ้งเตือน แบบแถบลิ้นชักด้านบนดึงเข้าดึงออก สามารถเปิด/ปิด WiFi และ Bluetooth รวมถึง เปิด/ปิด ระบบปิดเสียงด้วยนะครับ ถ้ามีให้เลือก เปิด/ปิด Mobile Data ด้วยจะแจ่มกว่านี้นะผมว่า

About Author

shyboy

shyboy

Partners