บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)
หน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส
![]() หน้าจอของ Samsung Wave 723 ค่อนข้างน่าผิดหวังหากเทียบกับรุ่นก่อน (Samsung Wave 525) เพราะเป็นหน้าจอสเปคเดียวกัน แต่ผมแปลกใจมากที่หน้าจอดูไม่คมชัดเท่าครับ แต่หากไม่ได้ซีเรียสมากทุกอย่างก็ยังดูใช้งานได้ดีเหมือนเดิม แต่ที่แจ่มกว่าก็คือการรองรับระบบมัลติทัชนี่ล่ะครับ ซูมเข้าออกได้สะดวก สมาร์ทโฟนระบบสัมผัสปัจจุบันต้องมัลติทัชเท่านั้น!! ตัวจอเป็น Capacitive แสดงผลได้ดี แถมมีขนาดใหญ่อีกด้วยครับ โดยเป็นหน้าจอ TFT 256K สี ความละเอียด 240 x 400 พิกเซล ขนาดกว้าง 3.2 นิ้ว ![]() การใช้งานกลางแจ้งก็ยังแจ่มอยู่ครับ ไฟหน้าจอสู้แสงได้ดี การเคลื่อนของอินเตอร์เฟสต่างๆ สมูธพอใช้ล่ะ แถมยังมีเซ็นเซอร์หมุนหน้าจออัตโนมัติมาให้ด้วย ยูสเซอร์อินเตอร์เฟส TouchWiz UI 3.0 ![]() หากคุณเคยใช้โทรศัพท์มือถือระบบ Bada OS มาก่อน (Samsung Wave, Samsung Wave 525) คงไม่ต้องอธิบายมากนัก เพราะตั้งแต่รุ่นแรกซัมซุงจับเอา TouchWiz UI 3.0 มาใส่ให้กับระบบปฏิบัติการ Bada สร้างชื่อกันอย่างครึกโครม ด้วยหน้าตาที่ดูใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และยังมีลักษณะคล้ายๆ กับตัวแอนดรอยด์โฟนหลายๆ ตัวของซัมซุงที่ใช้ TouchWiz UI ด้วยครับ เพียงแต่ Samsung Wave 723 ตัวนี้พิเศษกว่านั่นเอง!! ![]() สำหรับ Bada OS เป็นระบบปฏิบัติการที่เน้นการใช้งานที่คล่องตัวง่ายๆ ไม่ซับซ้อนให้เปรียบเสมือนว่ามันคือ ฟีเจอร์โฟนผสมผสานเข้ากับสมาร์ทโฟน ไม่จำเป็นต้องเป็นพาวเวอร์ยูสเซอร์ก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ ครับ ตัว Bada เองเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นมาภายใต้การดัดแปลงจากตัว Linux ที่เน้นการใช้งานที่ง๊ายง่าย มีแค่หน้าจอโฮมสกรีน และเมนูหลัก กับ Settings แค่นั้นครับ จะดูๆ ไปมันก็มีส่วนที่คล้ายกับรูปแบบการทำงานของ iPhone อยู่มากเหมือนกัน เพียงแต่สมาร์ทโฟนดีๆ ที่ใช้งานง่ายเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ หากเรายังมีระบบการจัดการนอกจากการใช้งานที่ซับซ้อนเหมือนกับที่ Apple เป็นอยู่นั่นเอง ![]() TouchWiz UI เวอร์ชั่น 3.0 นี้ก็เป็นตัวเดียวกับที่ใช้งานบน Samsung Wave และ Samsung Wave 525 ครับ มีโครงสร้างเหมือนๆ กัน จัด Widgets ต่างๆ ได้อย่างอิสระบนหน้าจอโฮมสกรีน แต่ดูเหมือน Samsung Wave 723 รุ่นนี้จะมีหน้าจอโฮมสกรีนแค่ 3 หน้า เอ๊ะ หรือว่าผมหาที่เพิ่มไม่เจอ T.T ทุกอย่างมันเลยดูคับแคบไปหน่อยที่จะใส่ Widgets ทั้งหลายแหล่ลงไปน่ะครับ ส่วนด้านล่างหน้าจอนั้นจะมีคำสั่งหลัก 3 เมนูเหมือนเดิมคือ Keypad, Contacts และ Messages หากต้องการเปิดเมนูหลักก็เพียงกดปุ่มกลางในคอนโซลหลักของตัวเครื่องเหมือนเดิม ![]() เมนูหลักภายในยังคงแสดงผลแบบกริด 3 x 4 มีหลายหน้าครับยิ่งมีแอปพลิเคชั่นมากเท่าไหร่มันจะขยายออกไปเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่ามีจำกัดหรือเปล่า เพราะยังไม่เคยโหลดเกิน 4 หน้าเลยครับ – -* นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขการจัดเรียงของไอคอนต่างๆ ได้ด้วย เพียงสัมผัสปุ่ม Edit มุมซ้ายในหน้าจอเมนูหลักเท่านั้น ก็สามารถเลื่อนไอค่อนต่างๆ ได้ตามใจครับ ปุ่ม เมนูหลัก มันยังสามารถกดค้างเปิดหน้าต่าง TaskSwitcher เพื่อปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องการใช้ หรือเลือกเปลี่ยนสลับไปใช้งานแอปพลิเคชั่นที่เปิดค้างเอาไว้ได้ครับแจ่มจริง ![]() สุดท้ายขนาดไม่ได้ Notifications หรือส่วนของการแจ้งเตือน แบบแถบลิ้นชักด้านบนดึงเข้าดึงออก สามารถเปิด/ปิด WiFi และ Bluetooth รวมถึง เปิด/ปิด ระบบปิดเสียงด้วยนะครับ ถ้ามีให้เลือก เปิด/ปิด Mobile Data ด้วยจะแจ่มกว่านี้นะผมว่า |






