
|
Samsung Wave S525
สานต่ออารมณ์แห่งอนาคต เวฟ ตัวใหม่ สมาร์ทโฟนระบบบาด้า review by nookzz ([email protected]) ครั้งแรกที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับตัว Samsung Wave ตัวที่ 2 ก็อดจินตนาการไม่ได้ว่ามันจะมาแนวไหน สเปคจะดีกว่าไหม หรือจะออกตัวล่างๆ ให้คนที่มีงบน้อยได้สอยกัน เพราะตัว Samsung Wave ที่เพิ่งออกมาอวดโฉม และทำเอาสาวกซัมซุงแทบคลั่งนั้น มีสเปคเครื่องระดับชั้นแนวหน้าของสมาร์ทโฟนในราคาที่น่าแปลกใจกันเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดหน้าจอแห่งยุคอย่าง Super AMOLED, CPU ความเร็วระดับ 1GHz และตัวเครื่องดีไซน์บางเฉียบจนผมมองว่ามันช่างสมบูรณ์แบบอะไรแบบนี้ และตัว Bada OS เองก็ใช้งานได้แจ่มไม่ใช่เล่นอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนของกราฟฟิค หรือลักษณะอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย ต่างก็มีส่วนที่คล้ายกับทาง Android OS หรือ iOS อยู่บ้างครับ แอปพลิเคชั่นต่างๆ ก็เริ่มมีให้ดาวน์โหลดมากขึ้นกว่าเดิม ผมเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลเจ้าซุมซุงเวฟมากเลยทีเดียว ![]() ด้วยเหตุของความสุดยอดในภาคแรก ทำให้ผมคิดไม่ออกว่ารุ่นนี้จะเป็นเช่นไรมันจะเจ๋งกว่านี้ได้อีกหรือ… หลังจากที่ได้สัมผัสเครื่อง Samsung Wave 525 ตัวเป็นๆ ก็ได้เข้าใจว่ามันคือการสานต่อระบบ Bada OS ลงบนเครื่องโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนในกลุ่ม Mid-range ที่ราคาอยู่ในหลักพัน ซึ่งเอื้ออำนวยให้แฟนๆ ซัมซุงได้จับถือกันได้มากยิ่งขึ้นในยุคข้าวยากหมากแพง ถึงแม้ซัมซุงเวฟตัวแรกจะคือคำตอบที่ใช่สำหรับใครหลายๆ คน แต่ก็ยังมีผู้ใช้อีกหลายๆ กลุ่มที่อยากสัมผัสกับ Bada OS ของซัมซุง แต่ก็มีงบประมาณที่จำกัด หรือบางท่านอาจจะยังไม่อยากลงทุนในราคาระดับหมื่นกับ Bada OS ที่ยังไม่เคยลิ้มลอง ดังนั้น Samsung Wave 525 จึงดูจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในเวลานี้ครับสำหรับ Bada OS ![]() ตัวเครื่องของ Samsung Wave 525 นั้นค่อนข้างดูแตกต่างจากรุ่นพี่แบบคนละแนวกันเลยทีเดียว ดูไปดูมาจะคล้ายกับทาง Samsung Star TV ซะมากกว่านะครับ เอ๊ะ!! หรือว่ามันจะเป็น Samsung Star ในคราบของสมาร์ทโฟนกันแน่นะ จากรหัสรุ่นที่ใกล้เคียงกันเสียด้วย ไม่ว่าจะรูปทรง ฟีเจอร์การออกแบบต่างๆ รวมถึงรายแพทเทิร์นฝาหลังนั้นดูคล้ายกันมากๆ เลยครับ แถมสเปคเครื่องก็อยู่ในระดับเดียวกัน เพียงแต่มี GPS และการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi เพิ่มเข้ามานั่นเอง แต่หากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Samsung Wave (S8500) ก็ถูกถอดฟีเจอร์บางอย่าง และลดสเปคลงค่อนข้างเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ไม่ใช่ Super AMOLED, เซ็นเซอร์หน้าจอต่างๆ, บลูทูธที่กลายเป็นเวอร์ชั่น 2.1, เครือข่าย 3G ไม่รองรับ และเหลือกล้องเพียง 3 ล้าน ไม่มีออโต้โฟกัสด้วยอีกต่างหาก แถมยังรวมถึงฟีเจอร์ปลีกย่อยต่างๆ อีกนิดหน่อย แต่อย่าลืมนะครับว่าราคาอยู่ที่หลักพัน หากให้ประมาณผมคิดว่าไม่น่าจะเกิน 8,000 บาทครับ มันจะถูกใจ และตอบโจทย์ของสาวกซัมซุงได้แค่ไหนต้องมาดูกันครับ |

