Samsung Shark S5350

โดย shyboy | 9 พฤษภาคม 2553 เมื่อ 02:53 น. | อ่าน 1,397

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์รายละเอียด– ขนาดตัวเครื่อง กว้าง 46.7 ม.ม. ยาว 115.2 ม.ม.  หนา 11.9  ม.ม. หนัก 99.2  กรัม
– เครือข่าย GSM 850/900/1800/1900 MHz, 3G 900/2100 MHz
– หน้าจอ ชนิด TFT-LCD แสดงผลได้  262,144  สี  ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล ขนาดใหญ่ 2.2 นิ้ว
– หน่วยความจำในตัว 100 MB เพิ่มได้ด้วย Micro SD ได้สูงสุด 16GB
– เชื่อมต่อด้วย GPRS, EDGE และ 3G บนเครือข่าย HSDPA 3.6Mbps 900 / 2100 และกล้องด้านหน้าเพื่อ Video Call และบูลทูธ
– กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล autofocus ระบบจับใบหน้า ถ่ายวีดีโอได้ขนาด QVGA 15 เฟรมต่อวินาที
– เครื่องเล่นเพลง MP3/WAV/eAAC+/WMA เล่นวีดีโอ MP4/H.264/H.263/WMV วิทยุ FM
– สามารถดูไฟล์เอกสารออฟฟิสได้ 

ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและไม่หนาไม่บางจนเกินพอดี น้ำหนักกำลังดี การจับถือคล่องแคล่ว รวมถึงการประกอบเครื่องที่แน่นหนาไม่มีเสียงกร็อบแกร็บระหว่างการถือ เมื่อนำมาแนบกับใบหน้าเพื่อสนทนาแล้วให้ความรู้สึกที่ดีครับ ซึ่งมือถือเทพๆบางรุ่นหน้าจอใหญ่ๆอาจจะให้ความรู้สึกตรงจุดนี้ไม่ได้เท่าไรนักเพราะความบานเบอะนั่นเอง หุหุ

 

ถ้าเทียบสเปคแล้ว รุ่นที่คาดว่าจะเป็นคู่แข่งของมันคือ Nokia 6303 หรือและ Nokia 6303i และ Sony Ericsson C510 ซึ่งเงียบเหงาหงอยกันหมดไม่ได้เป็นกระแสอะไรมากมายในปัจจุบันนัก ซึ่งเจ้า S5350 Shark นี้ก็คงขึ้นอยู่กับการตลาดว่าจะทำยังไงให้มันดังนะครับ

 

หน้าจอ TFT

S5350 Shark ใช้หน้าจอ ชนิด TFT-LCD แสดงผลได้  262,144  สี  ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล ขนาดใหญ่ 2.2 นิ้ว แต่อย่าหวังว่ามันจะสู้รุ่นเก่าๆอย่าง D900 หรือ U600 ได้นะครับ เพราะทั้งความคม มิติมุมมองของหน้าจอมันด้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ความสว่างนั้นกำลังดี หน้าจอนั้นให้เกรดพอๆกับหน้าจอของ Nokia X3

เมื่อนำไปส่องกับแสงแดด การสู้แสงของจอถือว่าใช้ได้ สามารถอ่านตัวหนังสือหรือเลือกเมนูได้อย่างสบาย แต่ถ้านำไปใช้ในการถ่ายรูปอาจจะไม่ค่อยเวิร์คนักเพราะหน้าจอไม่สามารถแสดงสีสันที่ตรงกับภาพถ่ายได้ใกล้เคียงเท่าไรนัก

Interface

หน้าจอ Stand By ทำได้สวยสดพัฒนาขึ้นกว่าเดิมกว่ายุคเก่าๆอยู่มาก ซึ่งมีมาตั้งแต่ U900 Soul นั่นเอง โดยสามารถตั้งค่าหน้าจอได้หลักๆอยู่ 4 แบบคือ

– ใช้ธีม โดยหน้าจอจะใช้วอลเปเปอร์ของธีมนั่นเอง
– รูปภาพ เป็นการเรียกรูปภาพมาใช้เป็นวอลเปเปอร์นั่นเอง
– ลิฟวิ่งเวิลด์ อันนี้เป็นเอกลักษณ์ของซัมซุงมาแต่ไหนแต่ไร คือหน้าจอจะเป็นสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศที่เราอยู่ ซึ่งในประเทศไทยมีสัญลักษณ์คือวัดพระแก้วนั่นเอง และมีเอฟเฟ็คกลางวันกลางคืนแสดงตามเวลา
– การเลื่อนรูปถ่าย สามารถเลือกรูปได้มากสุด 9 รูป ในลักษณะของภาพสไลด์ โดยตั้งตั้งค่ารูปแบบการเปลี่ยนภาพและเวลาได้ สวยสดมากทีเดียวครับ

 

นอกจากนั้นสามารถตั้งค่าแถบทางลัดเข้าแอปพลิเคชั่นต่างๆได้ สามารถเลือกได้มากสุดถึง 15 แอปด้วยกันครับ โดยที่น่าสนใจก็ Google และ Facebook ซึ่งทั้งสองเป็นทางลัดเข้าไปยังเว็บเบราเซอร์ ไม่ใช่โปรแกรม Client ตัวเต็มๆนะครับ

อื่นๆก็สามารถเซ็ทให้แสดงปฏิทิน หรือนาฬิกาเรือนเบ้อเร่อได้ เรียกได้ว่าสามารถปรับเปลี่ยน โมดิฟายหน้าจอได้จุใจจริงๆ

 

เมื่อกดเข้าเมนูหลัก หลายๆคนคงจำธีมทูโทนน่าเบื่อๆของ D900 U600 ได้ แต่ตอนนี้มันมีการเปลี่ยนไอคอนให้สวยงามยิ่งขึ้น เมนูหลักไอคอนแบบ Grid 12 ตัวเช่นเคย

 

ฟังชั่นอื่นๆที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนธีม โดยมีธีมมาให้อยู่ 3 ตัว โดยเราสามารถสร้างธีมเองได้โดยการปรับเปลี่ยนสีสันของไอคอน วอลเปเปอร์ ตัวหนังสือ เมนูได้ดั่งใจ แต่ออกจะซับซ้อนไปหน่อยนึงครับ เพราะมันมีอะไรให้ปรับเยอะแยะมากมาย น่าจะถูกใจบรรดานักโมดิฟายชอบปรับแต่งนู่นนิดนี่หน่อย แต่ไม่สามารถเอาธีมที่คนอื่นสร้างไว้โหลดเข้าเครื่องได้อย่าง Sony Ericsson หรือ Nokia เรียกได้ว่าได้อย่างเสียอย่างครับ

About Author

shyboy

shyboy

Partners