Samsung Shark S5350

โดย shyboy | 9 พฤษภาคม 2553 เมื่อ 02:53 น. | อ่าน 1,397

บอกเล่ารูปทรง

บอกเล่ารูปทรง

ด้านหน้า

รู้สึกว่ามันธรรมดาๆแบบอนุรักษ์นิยมไม่มีอะไรพิเศษมากมาย เผลอๆคิดว่าใช้ได้แค่โทรเข้า-ออกได้อย่างเดียว – -” แต่ก็ดูเรียบๆง่ายๆดี ด้านหน้าประกอบด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 2.2 นิ้ว ข้างบนเป็นลำโพงสนทนารูปสามเหลี่ยมคว่ำลง สวยด้วยโครเมี่ยมสีเงินแวววาว ด้านซ้ายมีกล้องใช้เพื่อ Video Call ด้านล่างหน้าจอก็คือชื่อยี่ห้อ SAMSUNG นั่นเองครับท่าน

 

บริเวณปุ่มกดมีการออกแบบให้โค้งเว้า เห็นแล้วช่างน่ากดซะจริง ปุ่มควบคุมทิศทางเป็นรูปทรงเพชรออกแบบได้แจ่ม ฉีกแนวจากแบบเดิมๆที่จะต้องเป็นทรงกลมไม่ก็ทรงเหลี่ยมน่าเบื่อๆ ปุ่มตัวเลขนั้นในเครื่องทดสอบยังไม่มีภาษาไทยครับ แต่ในเครื่องขายจริงจะสกรีนภาษาไทย ปุ่มแน่นหนาแต่กดง่าย ไม่แข็ง ไม่ยวบ ปุ่มมีการไล่ระดับใช้นิ้วลูบแล้วสัมผัสถึงแต่ละตำแหน่งของปุ่มได้ กดได้คล่องสะดวกสบาย ใช้วัสดุพลาสติกด้านที่ไม่ติดรอยนิ้วมือ

 

แต่ยังมีจุดที่น่าติคือปุ่มซอฟท์คีย์ทั้งสองข้างใช้วัสดุที่ไม่เหมือนกับปุ่มอื่นๆรู้สึกได้ถึงความคลอนๆไม่แข็งแรงเท่าที่ควรครับ ปุ่มวางสายยังใช้ในการเปิด-ปิดเครื่องด้วยการกดค้างไว้ ส่วนปุ่ม * ก็ใช้ในการปลดล็อคเครื่องด้วย และปุ่ม # ก็ใช้ในการสลับไปโหมดเงียบด้วยเช่นกันครับ

 

ด้านซ้าย

มีปุ่มปรับระดับเสียงทำจากพลาสติกเคลือบโครเมี่ยมสีเงินดูหรูเข้ากับฝาหลังครับ การออกแบบฝาหลังตัดกับตัวเครื่องทำได้สวยงาม ดูหรูมากๆ มีการเล่นเส้นโค้งเว้าสีเงินตัดกับสีดำได้อย่างลงตัว และช่อง MicroUSB ซึ่งใช้ในการเสียบสายชาร์จ สายหูฟัง สายโอนข้อมูล All-In-One อีกอย่างมีฝาปิดรูเรียบร้อย เวลาก็เพียงแค่เอาเล็บจิกเปิดขึ้นมาครับ

 

ด้านขวา

มีเพียงปุ่มชัตเตอร์ซึ่งใช้ในโหมดกล้อง เครื่องทดสอบนี้เป็นปุ่มแบบจังหวะเดียว กดจึ้กแล้วถ่ายภาพทันที

 

ด้านหลัง

ฝาหลังนี้เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าคนละอารมณ์กับด้านหน้าโดยสิ้นเชิง ฝาหลังทำจากสแตนเลสดูแวววาวแนวโมเดิร์นสวยงาม มีการทำลวดลายกราฟฟิคดูล้ำยุคล้ำสมัยออกไปในแนวอวกาศ มีชื่อยี่ห้อ SAMSUNG เหมือนเคย

 

ในส่วนกล้อง ฝาหลังเจาะเป็นรูปร่างของเพชรเสริมให้ดูหรูขึ้น ด้านข้างเป็นรูลำโพง ข้างบนสกรีนบอกว่านี่คือกล้อง 3.2 ล้านพิกเซลนั่นเอง แต่ฝาหลังเปื้อนรอยนิ้วมือง่ายมากเพราะเป็นแบบสแตนเลสมันแวววาว ไม่ใช่โลหะขัดและเสี่ยงต่อการเกิดรอยขนแมวหรือรอยขีดข่วนเกิดขึ้น แล้วแฟลช LED หายไปไหนล่ะ? ลืมใส่มามั้ง! รุ่นนี้ไม่มีแฟลช LED นะครับ

 

ฝาหลัง

เวลาถอดเพียงแค่ผลักขึ้นฝาหลังก็จะหลุดได้อย่างง่ายดาย เมื่อถอดฝาหลังแล้วจะเห็นแบตเตอรี่ ในการจะใส่ซิมต้องแกะแบตออกก่อน ส่วนช่องใส่ MicroSD นั้นซ่อนอยู่ใต้ฝาหลังอยู่บริเวณปุ่มปรับระดับเสียง ลำบากหน่อยสำหรับหลายๆท่านที่ชอบถอดเข้าถอดออกเพราะต้องถอดฝาหลังออกก่อนทุกครั้งครับ

 


ด้านล่าง

มีเพียงแค่รูไมค์สนทนา ซึ่งใช้ในการอัดเสียงได้ด้วย

 


ด้านบน

มีเพียงแค่ช่องร้อยสายคล้องมือหรือจะร้อยสายกุ๊กกิ๊กก็แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละท่านครับ

สรุป

ตัวเครื่องประกอบได้ดีตามแบบฉบับซัมซุง บีบแล้วไม่มีเสียงกร็อบแกร็บหรือช่องโหว่หลุดหลวม มีการเลือกใช้วัสดุที่ดี แต่ก็ไม่ดีถึงที่สุดถ้าเทียบกับรุ่นก่อนๆอย่าง U800 หรือ L700 รวมถึงคู่แข่งข้ามค่ายอย่าง Nokia 6303 ที่ใช้โลหะเป็นส่วนประกอบทั้งกรอบและฝาหลังด้วย และแฟลช LED ที่ตัดไปเลยดูด้อยลงไปถนัดตา แต่มีดีที่ดีไซน์โค้งเว้าสวยงามตามชื่อคอนเซ็ปของมันคือ Shark ปุ่มกดง่าย การประกอบแน่น ติก็เรื่องฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือรอยขนแมวง่ายไปหน่อย และดีไซน์ด้านหน้า ถ้าไปวางรวมๆกับมือถือระดับล่างๆแล้ว มันช่างดูกลมกลืนซะจริง ว่ามั้ยครับ

About Author

shyboy

shyboy