บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)
|
บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ รายละเอียด – ความยาว x ความกว้าง x ความสูง : 103.9 x 55.4 x 12.9 มม. (Candy 103 x 56.5 x 12 มม.) – น้ำหนัก 92.2 กรัม (Candy 92 กรัม) – หน้าจอ TFT จอสัมผัสแบบ Capacitive (แบบเดียวกับ iPhone) 2 แสนกว่าสี – ความละเอียด 240×320 พิกเซล ขนาด 2.8 นิ้วเท่ากับ F480 – หน่วยความจำ 30MB รองรับ microSD Card 8 GB – กล้องถ่ายภาพ 1.3 ล้านพิกเซลไม่มีระบบออโตโฟกัส – รองรับ GPRS/EDGE Class 10 – รองรับ Bluetooth 2.1 A2DP – รองรับช่องหูฟัง 3.5 มม. – ชิปเสียง DNSe – Bluetooth 2.1 A2DP – แบตเตอรี่ 960 mAh
อยากจะบอกว่าสเปค Samsung One แทบจะไม่ต่างจาก Candy แต่อันใดเลยที่ต่างกันชัด ๆ คงมีเพียงแค่ความจุภายในเครื่อง 30 MB, ลดความละเอียดกล้องถ่ายภาพเหลือ 1.3 ล้านพิกเซล แต่ Samsung One ดันมีช่องหูฟัง 3.5 มม. แต่ Candy เป็นรุ่นพี่ดันไม่มีให้ อืมมม
และที่น่าจับตาและน่าสงสัยคือ Samsung กล้าใช้หน้าจอแบบแข็ง Capacitive ซึ่งว่ากันว่ามีต้นทุนแพงในรุ่นนี้ที่มีราคาเพียงแค่ 4,290 บาทเท่านั้น จนหลายคนแอบสงสัยว่าต้นทุนหน้าจอแข็งแบบนี้มันแพงจริงเร้อ?
แต่สงสัยก็คงไร้ประโยชน์แต่อันใดถ้าหาก Samsung สามารถปั๊มยอดทัชโฟนที่ใช้หน้าจอแบบเดียวกันหลายล้านเครื่องต่อปีมันอาจจะคุ้มทุนกว่าทำจอนิ่มแต่ขายได้ไม่กี่แสนก็เป็นได้นะครับ จริงไหม?
หน้าจอ TFT Samsung ใจป้ำให้หน้าจอแบบ Capacitive แบบเดียวกับ Candy ทั้งที่ค่าตัวแค่ 4 พันกว่าบาท แม้ขนาดหน้าจอจะเล็ก 2.8 นิ้วแต่เมื่อพิจารณาองค์รวมก็รู้สึกว่ามันเหมาะสมกันดีนะครับ มือถือระดับนี้คงไม่ได้ต้องการเนื้อที่หน้าจอขนาดนั้น
คุณภาพหน้าจอเจ้า Samsung One ตัวที่ทดสอบดูมีคุณภาพดีกว่า Candy เล็กน้อยทั้งความสว่างและความสดของสี แต่ความละเอียดหน้าจอนั้นพอไหว้วานได้เท่านั้นเพราะมันมีความละเอียด 240 x 320 พิกเซลเท่ากับมือถือปุ่มกดทั้งหลาย แต่ต้องมาเบ่งไซส์ให้เพียงพอต่อการใช้งานได้
การตอบสนองการใช้ด้วยนิ้วถือว่าทำงานได้ดีมากครับ ไม่นึกว่าเครื่องราคาแค่ 4 พันบาทจะทำงานได้แย่กว่านี้ ส่วนเรื่องความไวการใช้งานมันเป็นเรื่องของ Software และ Hardware ชิ้นอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หน้าจอแล้วล่ะครับ
TouchWiz Lite เอ๊ะ ทำไมชื่ออินเตอร์เฟซของ Samsung นี้ถึงไม่คุ้นเคยนักนะ อันที่จริงก็ไม่มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนหรอกครับเพียงแค่ Samsung เลือกจับ Touchwiz 1.0 รุ่นดั้งเดิมที่เคยใช้มาแล้ว 1 ปีกว่า ๆ มาแปลงโฉมหน้าตาให้ไฉไลและอัพเดทฟีเจอร์สำคัญ ๆ ในแต่ละรุ่นพร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น TouchWiz Lite นั่นเอง เพื่อให้สอดคล้องกับ TouchWiz 2.0 ที่ติดตั้งในรุ่น Jet และทัชโฟนระดับหมื่นกลางขึ้นไป
รูปร่างหน้าตาอินเตอร์เฟซ Samsung One ไม่แตกต่างจาก Candy มากนัก อย่างแรกเลยหน้า Homescreen ที่มีถึง 3 หน้าต่างเช่นเคย และเมนูหลักก็มาแนว Matrix 3 x 4 ไอคอน 3 หน้าต่างอีกเช่นเคย
ดูเผิน ๆ เหมือนจะไม่มีอะไรที่แตกต่างจาก Candy นักแต่ Samsung ก็ขึ้นชื่อว่าออกรุ่นใหม่ทีไรรุ่นนั้นมักจะต้องดีกว่าของเก่าแม้รุ่นใหม่จะออกตามหลังรุ่นเก่าไม่กี่เดือน ดังนั้น Samsung One ก็ไม่พ้นหลักการนี้เช่นกัน
ความว่องไวของการใช้งานอินเตอร์เฟซ Samsung One พบว่าเร็วกว่า Candy ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะการลากนิ้วเพื่อเปลี่ยนหน้าต่าง Wallpaper เพียงแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวมันก็เลื่อนให้แล้วไม่ต้องลากกันยาว ๆ
การเรียกใช้งาน Widget ก็สะดวกขึ้นเพียงแค่แตะไอคอน Widget นั้น ๆ มันก็เด้งลงสู่หน้าจอทันที ไม่ต้องลากให้เมื่อยนิ้วล่ะครับ
แต่ว่าในเมื่อ Samsung One เป็นรุ่นที่ถูกที่สุดมันจึงไม่มีระบบ Multi-Tasking เหมือนรุ่นพี่ ๆ ครับ แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้เน้อ |



