บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)
![]()
![]() หากยังไม่ดูสเปคแล้วคงนึกว่าจะจับนำ Omnia 2 มาเปลี่ยนหน้ากากใหม่ แต่พินิจพิจารณาดูว่ามันก็มีความแตกต่างในหลาย ๆ อย่าง ทั้งในเรื่องขนาดของตัวเครื่องที่ถือว่ายังแตกต่างกันพอสมควร และหน้าจอ AMOLED ก็ย่อขนาดลงเล็กน้อยอีกด้วย ลบคำสบประมาทว่ามันคือ Omnia 2 ติดคีย์บอร์ดไปได้เลย แต่ที่ลดสเปคไปคือตัดการเชื่อมต่อ HSUPA ออกไป จะว่าไปสำหรับประเทศโลกที่ 3.0 อย่างบ้านเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ณ ขณะนี้นะ แค่ HSDPA ก็เอาอยู่แล้ว อ้อแถม HSDPA ก็ยังลดความสเปคความเร็วอีกต่างหาก
![]() ผมก็คิดว่าคงไม่น่าแปลกใจนักที่ Samsung ตั้งราคา Omnia Pro ไว้ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสเปคที่ให้มาพิกัด แม้จะมีรายการแอบลดทอนสเปคไปเมื่อเทียบกับ Omnia 2 แต่ผมลองจับแล้วก็ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมมันถึงทำราคาได้ขนาดนี้ ทั้งวัสดุ การประกอบและสเปคบางอย่างลดทอนจาก Omnia 2 พอสมควร อ้อ แต่ผมบอกไว้ก่อนว่าเครื่อง Omnia Pro ที่ผมทดสอบนี้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.1 (ผมขอไม่อนุญาตเรียกระบบปฏิบัตินี้ว่าเป็น Windows Phone 6.1 เพราะระบบนี้มีมานานมากก่อนที่ Microsoft เปลี่ยนแบรนด์ใหม่ครับ) ผมจึงไม่เจาะลึกหรืออธิบายเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการขั้นพื้นฐานนี้นะครับ หน้าจอ
![]() แต่ก่อนที่จะเลยเถิดไปเรามาดูหน้าจอ AMOLED ของ Omnia Pro ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล ขนาด 3.5 นิ้ว เอ๊ะ ณ จุดนี้เราก็แอบสงสัยว่าทำไมไม่ใช้จอ 3.7 นิ้วเหมือนใน Omnia 2 ซึ่งถือว่าเป็นจอบะเลิ่มเฮิ้มเลยทีเดียว แต่จอขนาด 3.5 นิ้วก็ถือว่าใหญ่เพียงพอแล้วครับ แต่โชคร้ายหน่อยตรงที่ประสิทธิภาพของจอ AMOLED สามารถแสดงอิทธฤทธิ์ได้ถึง 16 ล้านสี แต่ด้วยความงี่เง่าของ Microsoft ที่รองรับหน้าจอได้แค่ 6 หมื่นกว่าสี หน้าจอ AMOLED ก็เลยต้องลดความร้อนแรงลงตามสเปค แต่ ความละเอียดสีน้อยลงก็ใช่ว่าจะทำร้ายลูกตาผู้ชม กลับกลายเป็นว่าจอมันสวยกว่าจอ TFT 16 ล้านสีของบางรุ่นอีกครับ เพราะจอ AMOLED มีคุณสมบัติส่องสว่างโร่งจากหัวซอยถึงท้ายซอยและความสดของสีได้ดีตามธรรมชาติ หวังว่า Omnia รุ่นต่อไปคงจะได้หน้าจอ Super AMOLED แล้วนะครับ ถึงตอนนั้นเราคงจะอึ้งกับประสิทธิภาพของมันแน่ ๆ เลย Interface ![]() Omnia Pro ก็เช่นกันครอบทับระบบ Windows Mobile 6.1 สุดแสนธรรมด๊า ธรรมดา ด้วย Touchwiz เฉกเช่นเดียวกับ Omnia 2 แต่ Omnia Pro พิเศษกว่าหน่อยตรงที่รองรับการใช้งานแนวนอนได้เพียงแค่ชักคีย์บอร์ดออกมาปุ๊บ อินเตอร์เฟซก็นอนมาเลยครับ อินเตอร์เฟซ Touchwiz เราคงไม่พูดถึงอะไรมากนะครับอย่างน้อยหน้า Wallpaper ก็สามารถเลื่อนได้ 3 หน้าและยังมีแถบ Widget Bar ให้ได้เชยชมกันอีกด้วย ![]() หรือถ้าไม่อยากใช้อินเตอร์เฟซ Touchwiz ล่ะก็ Samsung ก็มีให้คุณเลือกอินเตอร์เฟซ Homescreen แบบ Samsung Today รูปแบบของมันคล้าย ๆ widget ฟีเจอร์ของมันเรียงเป็นตับ ๆ และยังสามารถปรับแต่งการใช้งานได้หลากหลายตามใจชอบ ![]() หรือถ้ารู้สึกว่าอยากจะกลับไปย้อนยุคอารมณ์ “โบ(ราณ)” แล้วล่ะก็สามารถเลือกหน้าจอ Today แบบดั้งเดิมตามมาตรฐาน Microsoft ได้เลย ![]() แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้อินเตอร์เฟซแบบไหน แต่หน้าเมนูหลักก็ต้องใช้แบบ Touchwiz มาตรฐานนั่นแหล่ะครับ คือเรียงไอคอนแบบ Matrix แบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ด้วย ![]() พิเศษสุด Omnia Pro มีฟังก์ชัน Dual Boot ที่ใช้ชื่อว่า Work&Life Mode เพียงแค่กดปุ่ม W/L ด้านซ้ายของเครื่องค้างไว้ ระบบก็จะสลับโหมดการตั้งค่าที่เราเซ็ตเอาไว้เช่น โหมด Work อาจจะเปลี่ยนอินเตอร์เฟซหน้าจอ, ตั้งเสียงริงโทนเฉพาะ พอเลิกงานก็แวะกลับไปโหมด Life ที่เราตั้งภาพหน้าจอสุดฮิปเอาไว้ ซึ่งทั้งสองโหมดสามารถตั้งค่าได้อิสระตามใจครับ ![]() น่าเสียดายที่ไม่มี Cube UI เหมือนใน Jet และ Omnia 2 แต่อย่างน้อยก็ติดตั้ง Task Switcher เอาไว้ครับ ส่วนความรวดเร็วการใช้งาน ณ เวลานี้เราไม่ถือว่า Omnia Pro มีความรวดเร็วในการใช้งานลำดับต้น ๆ ของตลาดอีกแล้วล่ะครับ จะบอกว่ามือถือ HTC HD2 ใช้งานได้เร็วกว่า Omnia Pro พอสมควรแล้วล่ะครับ |









