|
บอกเล่ารูปทรง
ขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูล Omnia คงจะคิดว่ามันต้องมาในมาดหรูหรานักธุรกิจจ๋า ๆ แบบนั้นใช่ไหมล่ะครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นแบบนั้นแต่พอดู Omnia Pro ผมกลับรู้สึกฮาครับ เอ้า Samsung อุตส่าห์ออกแบบมาซะสวย คุณก็ลองดูดีไซน์ Omnia Pro ดูสิครับ ว่าได้แรงบันดาลใจจากโลโก้ Happy Dtac มุขนี้อันที่จริงน้อง Zipboy นักรีวิวผู้ทรงเกียรติเคยแซว Omnia Pro ว่า เป็นมือถือสำหรับนักธุรกิจขี้เล่นนะ เครียดเมื่อไรมองเจ้า Omnia Pro แล้วคุณจะยิ้มออก (ซะงั้น)
แม้รูปร่างจะดูต่างจาก Omnia 2 แต่โครงเรือนร่างต่าง ๆ มันก็ใช้พื้นฐานร่วมกันล่ะครับจะต่างกันก็ดีไซน์ด้านหน้าและสไลด์ พูดง่าย ๆ Omnia Pro มีขนาดมือถือที่ใหญ่พอ ๆ กับ Omnia 2 แถมยังหนากว่าหน่อยนึง
วัสดุและการประกอบผมรู้สึกว่ามันเป็นปกติครับ ไม่มีความรู้สึกถึงความหรูหราหรือราคาแพงแต่อันใด เราต้องยอมรับมือถือสไลด์ระดับ High End ต้องยกให้ HTC และ Nokia N97 Mini (ขอย้ำ N97 Mini เท่านั้น) ซึ่งถือว่าผิดคาดเล็กน้อย
ด้านหน้า
จุดที่แตกต่างจาก Omnia 2 หลัก ๆ ก็คือปุ่มควบคุมบังคับด้านล่าง 3 ปุ่ม กลายมาเป็นปุ่มรับสาย/วางสาย และปุ่มเมนูกลางก็ออกแบบเลียนแบบปากยิ้ม ดูแล้วหรรษาดีทีเดียว ถ้าเทียบกับ Omnia 2 ปุ่มเมนูตรงกลางเป็นลูกเต๋า 3 มิติ
ถัดขึ้นมาก็จะเป็นหน้าจอ AMOLED ขนาด 3.5 นิ้วความละเอียด 480 x 800 พิกเซล สังเกตดูครับขนาดหน้าจอ Omnia Pro เล็กลงกว่า Omnia 2 ราว 0.2 นิ้ว แม้จะดูเล็กลงแต่มันก็ยังเหมาะมืออยู่ครับ
สิ่งที่แตกต่างจาก Omnia 2 อีกจุดหนึ่งคือกล้องวิดีโอและเซนเซอร์รับแสงอยู่ด้านซ้ายของหูฟังสนทนา ตรงกันข้ามกับ Omnia 2
สไลด์
เอาล่ะสิรุ่นนี้มีสไลด์คีย์บอร์ดแบบ Full QWERTY ให้ด้วยครับ ถ้างั้นลองสไลด์ดู ชะแว้ป เอ๊ะ ทำไมค่อนข้างเบา ๆ กว่าที่คิด ผมลองสไลด์ไปมาแล้วก็รู้สึกว่า อืม มันค่อนข้างเบา ๆ ไม่หนักแน่นเท่าที่ควรครับ แม้ว่ามันจะดีกว่า Candy 3G อยู่เล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับความแน่นหนาของการสไลด์ Nokia N97 Mini แน่นหนากว่ามากครับ และถ้าเทียบกับ N97 ธรรมดา อันนี้ก็ถือว่าสูสีครับ
ว่ากันต่อด้านดีไซน์ปุ่มกดคีย์บอร์ด ผมรู้สึกว่าออกแบบได้ดีนะ อ่านง่าย ขนาดปุ่มกดก็ใหญ่เพียงพอสำหรับนิ้วโป้งใหญ่ ๆ ของผู้ชายพันธุ์บึก อันนี้ต้องยกความดีให้กับขนาดเครื่องที่เขื่องใช้ได้เลย ทำให้ปุ่มกดได้รับอานิสงค์ความใหญ่ตามไปด้วย
ด้านหลัง
ใครว่าการออกแบบฝาด้านหลังจะตันเพียงแค่ใส่สีและลวดลายบนพื้นพลาสติกเพียงแค่นั้น แต่ Samsung กลับออกแบบให้ใช้ลวดลายซ่อนแซมใต้พื้นผิวพลาสติคโปร่งแสงสีแดง ๆ เป็นริ้ว ๆ ครับ เทคนิคนี้ Samsung ก็เคยใช้กับรุ่น Jet ซึ่งรุ่นนั้นก็จะเป็นลายลอนคลื่นดูสวยงามไปอีกแบบ
การจัดวางองค์ประกอบด้านหลังของ Omnia Pro ก็ไม่รู้สึกว่าแปลกตาหรือแปลกใจมากนักมันก็มาแนว Omnia 2 นี่แหล่ะครับ แต่ปรับรูปร่างรูปทรงบางอย่างให้แตกต่างออกไปเล็กน้อย
ด้านบน
เป็นตำแหน่งติดตั้ง USB Port และ ช่องหูฟัง 3.5 มม. แต่กรุณาสังเกตหัวมุมขวาด้านบนนะครับ มันมีที่ซ่อนปากกา Stylus เอาไว้สำหรับจิ้ม
ด้านซ้าย
พบกับปุ่มปรับเสียงและปุ่ม W/L ที่เรียกว่า Work and Life Mode สังเกตขอบ ๆ บริเวณฝาหน้าจอจะเคลือบสีโครเมี่ยมเพื่อสร้างความหรูหราครับ
ด้านขวา
พบกับปุ่มล๊อกหน้าจอและปุ่มชัตเตอร์โทรศัพท์
ด้านล่าง
ไม่มีอะไรเน้อ
|