บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์
บอกเล่าการใช้งานด้านโทรศัพท์รายละเอียด ความยาว x ความกว้าง x ความสูง : 108.8 x 53.7 x 12.4 มม. น้ำหนัก 92 กรัม หน้าจอ TFT จอสัมผัสแบบ Capacitive 2 แสนกว่าสี ความละเอียด 240×400 พิกเซล ขนาด 3.0 นิ้ว หน่วยความจำ 200 MB รองรับ microSD Card ได้สูงสุด 16 GB กล้องถ่ายภาพ 3.2 ล้านพิกเซลไม่มีระบบออโตโฟกัส รองรับ GPRS/EDGE Class 10 รองรับเครือข่าย 3G ย่านความถี่ 900/2100 HSDPA 3.6 Mbps รองรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต Wi-Fi รองรับ Bluetooth 2.1 A2DP รองรับ A-GPS แบตเตอรี่ 960 mAh ใครคิดเหมือนผมบ้างไหมล่ะครับว่า Monte มันคือร่างทรงของน้อง Star และ Star Wi-Fi แต่แมะ 3G (แอบงกความเร็ว) และใส่หน้าจอแข็ง Capacitive แบบเดียวกับ iPhone นั่นเอง เอ๊ะ ทำไมคุณน้อง Monte เธอเปลี๊ยนไป๋ขนาดนี้ โอ้วจากมนตรีเป็นมอนเต้ 55 แต่ใช่ว่าดูสเปคเบื้องต้นแล้วจะตัดสินพิพากษาว่า Monte ก็งั้น ๆ เหมือนกับเหล่า Star Family ทั้งหลาย ถ้างั้นผมจะบอกคุณว่าคุณสมบัติ Monte หลาย ๆ ด้านอย่าริอาจดูถูกมันเชียว ไม่งั้นจะโดนเสด็จน้องแบคแฮนด์คว่ำหงายหลังเอาได้ และนั่นก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าตำแหน่งการตลาดของ Monte ตัวนี้จะอยู่เหนือกว่า Star Wi-Fi อย่างเห็นชัด ด้วยการออกแบบที่หรูหราและฟังก์ชันที่ดีขึ้นนั่นเอง
หน้าจอ TFT
ความเปลี่ยนแปลงประการแรก Monte สบัดบ๊อบใส่จอ Resistive หรือจอนิ่มใช้ปากกาจิ้มได้เป็น Capacitive อ๊ะ ๆ แต่ใช่ว่าจะมันจะดีเลิศด้านความไวในการใช้งานเท่านั้น แต่มันช่วยเพิ่มความเลิศให้กับความชัด สว่างสดใสของจอด้วยเพราะไม่มีเอฟเฟคท์แสงกระทบจอเหมือนกับจอ Resistive ที่มีชั้นจอนอกนิ่ม ยืดหยุ่น ทำให้การหักเหแสงมีสูง ส่วนความละเอียดของภาพอย่าไปหวังมากครับ ความละเอียดแค่ 240×400 พิกเซล ไม่มีทางที่จะชัดกว่าจอความละเอียดสูงกว่านี้แน่
ความเปลี่ยนแปลงแรกเห็นก็คือการย้าย Widget ด้านซ้ายมือที่พร้อมจะชักออกมาใช้ได้ตลอดเวลา ย้ายตำแหน่งมาอยู่ด้านล่างสุดเพียงแต่มันไม่สามารถที่จะเด้งพร้อมใช้ตลอด เวลา เราจะต้องกดไอคอน Widget เสียก่อน แผง Widget ต่าง ๆ จึงจะเด้งออกมาจากด้านล่าง วิธีการใช้งานก็แค่กดไอคอนที่ต้องการใช้มันจะเด้งโผล่ออกมาเอง การย้ายตำแหน่งมาอยู่ด้านล่างทำให้สามารถอัดไอคอน Widget ได้มาก ๆ ครับไม่จำเป็นต้องเป็นแถวเรียงหนึ่งเหมือนแต่ก่อน การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดไอคอนที่เปลี่ยนมาใช้ในสไตล์ BADA ดูสวยขึ้นและมีเอกลักษณ์มากขึ้น แต่น่าเสียดายว่าไม่มี Multitasking เหมือนกับ Samsung Candy 3G เลย ความรวดเร็วการใช้งานทำได้ดีกว่า Star Wi-Fi พอสมควรไม่มีการค้างหรือคิดนานเท่าไร แต่ก็อย่าไปหวังความเร็วระดับ iPhone ล่ะของเขาขั้นเทพแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าทัชโฟน Samsung ล๊อตใหม่ ๆ ใช้งานได้รวดเร็วขึ้นเยอะกว่าก่อนทีเดียว
ใช้งานโทรศัพท์ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาอีกคือเพิ่มฟีเจอร์การปลดล๊อกพร้อมคำสั่งเปิด การใช้งานฟีเจอร์ในเครื่องเพิ่มขึ้นเยอะ ได้แก่ เปิด Wi-Fi, การตั้งเวลา, บลูทูธ เป็นต้น ปลดล๊อกหน้าจอปุ๊บจะใช้งานโทรศัพท์ก็ไม่ยากเย็นอะไรเลยครับ ถ้ารับสายก็กดปุ่มรับสาย จะวางสายก็กดปุ่มตัดสาย ถ้าจะกดปุ่มตัวเลขก็ให้กดไอคอนปุ่มกด พบกับแป้นโทรศัพท์จำลองขนาดเขื่อง เสียงสนทนาชัดใสตามสไตล์มือถือแบรนด์นี้ เสียงริงโทนดังกังวานพอสมควร การสั่นเตือนอยู่ในระดับใช้ได้ไม่สั่นจนเกรงว่าเครื่องจะพังคามือเมื่อไร อ้อ รุ่นนี้ไม่สามารถบันทึกสายระหว่างสนทนาได้นะครับ
ระบบข้อความและการพิมพ์ ส่วนระบบอีเมล์ก็มีการตั้งค่าให้เลือก 2 แบบคือการตั้งแบบธรรมดาและแบบ Wizard แต่เราขอแนะนำว่าให้ใช้แบบ Wizard จะดีกว่าเยอะครับเพียงแต่รับได้เฉพาะเมล์ที่มี POP/SMTP Server เท่านั้น
ส่วนระบบการพิมพ์ข้อความก็ต้องใช้คีย์บอร์ดแนวตั้งใช้แทน แต่งานนี้ไม่มีระบบ Auto Rotate ที่ทำให้คีย์บอร์ดหมุนเป็นแนวนอนได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้ทำไมถึงไม่มีคีย์บอร์ด QWERTY จำลองก็ไม่รู้เนาะ ภาษาที่รองรับก็มีอังกฤษ, ไทย, เวียตนาม, จีน, อินโดนีเซียและมาเลย์เซีย
|
บอกเล่าการใช้งาน









