
รูปทรง และการออกแบบ
รูปมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เพื่อขยับขนาดของหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยวัดได้ 109.8 x 60 x 12 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวมแบตเตอรี่แล้ว 109 กรัม แม้จะใหญ่ขึ้นหน่อย และน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกนิด แต่ก็ยังเป็นแอนดรอยด์โฟนที่จับถือได้ถนัดมือดี

วัสดุทำด้วยพลาสติกทั้งหมดเช่นเดิม แต่เป็นพลาสติกที่แข็งแรงมีคุณภาพใช้ได้เลย ดูแข็งแรงดีครับ โดยก็ยังออกแบบมาสไตล์เดิม สีดำเข้มแบบซัมซุง แต่ขอบตัวเครื่องทำมาเป็นโครเมี่ยม ตัวพื้นผิวทำออกมาได้ดีไม่ค่อยมีปัญหากับรอยนิ้วมือเท่าไหร่เพราะเป็นพลาสติกแบบด้าน


หน้าจอสัมผัสรองรับมัลติทัชแบบ TFT Capacitive ขนาด 3.14 นิ้ว ใหญ่ขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ความละเอียดก็ยังต่ำเท่าเดิมคือ QVGA 240 x 320 พิกเซล 256K สี กระจกหน้าจอก็กันรอยขีดข่วนได้ดีพอใช้ ต้องยอมรับว่าทัชโฟนของซัมซุงนั้นทำหน้าจอมามีคุณภาพด้านการสัมผัสดีแทบจะทุกรุ่นเลยทีเดียว แต่บนรุ่นนี้การแสดงผลภาพค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐาน ดูสีสันมืดๆ ลงไป มุมมองหน้าจอด้านข้างก็น้อยครับ แถมความสว่างหน้าจอ ความคมชัด และความละเอียดก็ยังไม่ดีสักเท่าไหร่ ไม่ได้ปรับปรุงจากรุ่นก่อนเลย

ด้านหน้ามีหน้าจอขนาด 3.14 นิ้ว เหนือหน้าจอก็มีช่องลำโพงสนทนาและเซ็นเซอร์ล็อคหน้าจอเวลาใช้สาย กับเซ็นเซอร์ปรับแสงอยู่ด้านซ้ายของลำโพงเสียง

ใต้หน้าจอจะมีปุ่ม โฮม พื้นฐาน และมีปุ่มเมนู (ซ้าย) กับปุ่มย้อนกลับ (ขวา) เป็นแบบ Touch-sensitive เหมือนเดิม แต่มีขนาดลักษณะแตกต่างออกไปเล็กน้อย มีไฟแบ็คไลท์แสดงไอคอนปุ่มกด ซึ่งจะแสดงเมื่อมีการใช้งานเท่านั้น โดยยังมีโลโก้ DUOS อยู่ใต้หน้าจอด้วยครับ

ด้านขวามีปุ่มพาวเวอร์ เปิด/ปิด เครื่อง-หน้าจอ

ด้านซ้ายมีช่องใส่สายคล้องโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมเสียง

ด้านบนมีช่องหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร และร่องงัดฝาหลัง

ด้านล่างมีช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา และบันทึกเสียงทั่วไป พร้อมด้วยช่อง micro USB

ด้านหลังมีเลนส์กล้อง 3.15 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยช่องลำโพงเสียง ฝาหลังออกแบบมาเป็นแผ่นเดียวทั้งหมด ใช้วิธีงัดจากส่วนบนของเครื่อง จากเดิมที่ต้องงัดจากด้านล่าง โดยควรกดบริเวณกลางฝาหลังก่อนงัดจะง่ายยิ่งขึ้นครับ

งัดฝาหลังออกมาจะมีแบตเตอรี่ขนาด 1,300 mAh ความจุเพิ่มมากขึ้นนิดหน่อย แต่ด้านการใช้งานนั้นทำได้แย่กว่ารุ่นก่อน เพราะรองรับระบบสองซิมการ์ด้วย โดยเปิดรอรับสายได้ต่อเนื่อง 360 ชั่วโมง สามารถใช้สนทนาต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง จากการทดสอบใช้งานจริงมันก็อยู่ได้ราวๆ 34 ชั่วโมงครับ ใช้งานแบบทั่วไป ใส่สองซิมการ์ด เน้นการแชทบ้าง เล่นเฟสบุ๊คอีกนิดหน่อย แต่ทำงานผ่านเครือข่าย Wi-Fi เป็นส่วนใหญ่ คิดว่าระบบสองซิมการ์ดจะค่อนข้างกินไฟมากกว่าเดิม ทำให้แบตเตอรี่ของ Galaxy Y รุ่นก่อนทำได้ดีกว่ามากครับ

ใต้แบตเตอรี่จะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง ส่วนช่อง microSD card นั้นจะอยู่ด้านข้าง สามารถถอดเปลี่ยนได้ทันทีไม่ต้องปิดเครื่อง (Hot-swap) เลย
Benchmarks

