มาแรงทุกโค้งจริงๆ สำหรับ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge นาทีนี้จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเลยทีเดียว เมื่องาน Thailand Mobile Expo 2015 ที่ผ่านมาก็ได้ข่าวว่าขายดิบขายดีเป็นอย่างมาก ซึ่งเราได้พรีวิวตัวเครื่องให้ดูกันคร่าวๆ ไปแล้ว วันนี้เราจะมาลองเล่นกันมากขึ้นกับตัว Samsung Galaxy S6 edge ครับ
สเปคเครื่อง Samsung Galaxy S6 edge
- หน้าจอ : Super AMOLED 5.1 นิ้ว Quad HD (1440 x 2560 พิกเซล)
- ซีพียู : Exynos 7420 Octa-core
- แรม : 3GB
- ระบบปฏิบัติการ : Android 5.0.2 (Lollipop)
- กล้องหลัง : 16 ล้านพิกเซล, F/1.9
- กล้องหน้า : 5 ล้านพิกเซล, F/1.9
- หน่วยความจำภายใน : 32GB รองรับ Micro SD สูงสุด 128GB
- เน็ตเวิร์ก : 4G LTE / 3G / WiFi / Bluetooth / NFC / OTG
- แบตเตอรี่ : Non-removable Li-Ion 2600 mAh
ตัวเครื่องเคยบอกไปแล้วว่าสวยถูกใจมาก Samsung Galaxy S6 edge จริงๆ แรกเห็นมันน่าจะรู้สึกจับถือยากไม่คุ้นมือเท่าไหร่เพราะขอบข้างค่อนข้างเล็กเนื่องจากเป็นจอโค้งๆ ลงมานั่นเอง เพียงแต่ขอบจอโค้งๆ ไม่ได้มีไอคอนลัดนู่นนี่นั่นเลยไม่ได้มีปัญหาเรื่องแตะพลาด แต่ทว่าลองใช้ไปสักพักพอคุ้นเคยก็โอเคเลยนะ เพราะสัมผัสเครื่องแล้วดูพรีเมียมมาก
ต้องยอมรับว่า Samsung Galaxy S6 edge เป็นรุ่นที่ทำออกมาได้แตกต่าง และดูดีขึ้นมากๆ สำหรับซัมซุง ตัวเครื่องผสมผสานด้วย Metal Frame กับกระจก Gorilla Glass 4 งามๆ ทั้งหน้าและหลัง โดยกระจกด้านหน้าเป็นแบบ 2.5D โค้งทำมุมสวยกำลังดี ส่วนกระจกหลังนั้นมีการใช้เทคโนโลยี CMF solution เพื่อใส่ชั้นฟิลม์ micro optic layer (ใช้ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์สมัยใหม่ เอาไว้เพิ่มความคมชัดของสี) เข้าไปอีกชั้นเพื่อทำให้เกิดการสะท้อนของแสงในแต่ละมุมด้วย
ด้านหน้ามีเซ็นเซอร์ต่างๆ ลำโพงเสียง และเลนส์กล้อง 5 ล้านพิกเซล ด้านล่างเป็นปุ่มโฮม ส่วนปุ่ม Multitask กับ Back เป็นแบบทัชที่มีไฟแบ็คไลท์ กระจกจอเป็นโค้งๆ ผิวสัมผัสเยี่ยม
ด้านข้าง Samsung Galaxy S6 edge จะดูบางๆ เพราะขอบจอโค้งรับลงมาครับ ปุ่มพาวเวอร์อยู่ขวา ปุ่มปรับเสียงอยู่ซ้าย พอร์ทอื่นๆ ต้องย้ายไปอยู่ขอบบนกับล่างเพราะด้านข้างไม่มีพื้นที่ให้ใช้ เป็น Edge screen หมด
Samsung Galaxy S6 edge มีรูไมโครโฟนด้านบน พร้อมอินฟราเรด กับถาดใส่ซิมการ์ด ด้านล่างเป็นพอร์ท microUSB และรูไมโครโฟนหลัก กับช่องลำโพงเสียงหลัก รวมถึงช่องหูฟังด้วย
ด้านหลังเรียบๆ เป็นกระจกเนียนมือมีเลนส์กล้อง และไฟแฟลชพร้อมเซ็นเซอร์ Heart rate ครับ ไม่ชอบตรงเลนส์มันนูนๆ ออกมาเนี่ยแหละอย่างเดียวเลย
หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy S6 edge นั้นเป็นหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.1″ Quad HD (2K) 1440 x 2560 พิกเซล คมๆ ชัดๆ สวยล้ำในเครื่องเดียว ซึ่งกระจกหน้าจอบอกไปแล้วคือกระจก Gorilla Glass 4 แบบ Curve glass 2.5D โค้งๆ สวยๆ มุมมองเยี่ยมครับ สัมผัสก็เยี่ยม และพื้นผิวหน้าจอยังเนียนถูกใจด้วย แต่เหมือนจะมีข่าวเรื่องจอแตก จอเป็นรอยกันเยอะ ยังไงก็ระวังกันหน่อยนะ
Edge screen ของเล่นใหม่ที่ไม่ได้ใหม่ เพราะจริงๆ ก็มีมาแล้วบน Samsung Galaxy Note Edge แต่ทว่ามันทำงานไม่ได้เหมือนกันหมดนะ บน Samsung Galaxy S6 edge มีทั้งสองข้าง และไม่มีไอคอนอะไรให้เล่นมากนัก หลักๆ คงเป็นเรื่อง People edge ที่ทางซัมซุงพยายามโฆษณา คือเราสามารถตั้งรายชื่อโปรดได้ 5 รายชื่อ และใช้กับลูกเล่น Edge lighting ไฟวิ่งๆ เวลาคนโทรเข้าแล้ววางคว่ำโทรศัพท์อยู่นั่นเอง
นอกจากนี้ยังเป็นฟีดข้อมูลต่างๆ ขณะปิดหน้าจอ รวมถึงนาฬิกาและพยากรณ์อากาศต่างๆ ซึ่งหากมี Notifications ต่างๆ เข้ามาค้างอยู่ก็จะแสดงผลได้ สามารถเลื่อนๆ เปลี่ยนข้อมูลที่จะแสดงได้ครับ ซึ่งตรงนี้ใน Settings จะมีให้ปรับเพิ่มเติมครับ
ตัว Edge screen มีให้โหลดรูปแบบอื่นๆ มาใช้สำหรับฟีดข่าวข้อมูลต่างๆ อย่างพวก Tweet อะไรประมาณนี้
UI ภายในคือ TouchWiz เวอร์ชั่นใหม่ที่ปรับปรุงอีกเล็กน้อย หน้าตาแปลกไปหน่อยเดียว ไอคอนต่างๆ จริงๆ ก็แทบเหมือนเดิมหมด เพราะเลย์เอาท์ต่างๆ คงเดิมครับ ตัวนี้รันด้วย Android 5.0.2 Lollipop ตัวล่าสุด ซึ่งการใช้งานลื่นไหลยอดเยี่ยม สวยงามสมูธทุกอย่าง ทั้ง Multitask และ Notifications ทำงานแบบเดิม เปลี่ยนหน้าตานิดหน่อยครับ
บน Galaxy S6 นั้นมีฟีเจอร์ Multi-Window เพิ่มเข้ามาด้วย โดยจะเปิดใช้งานเอาจาก Multitask ครับที่เป็นไอคอนรูปหน้าต่างคู่ข้างๆ X ที่ใช้สำหรับปิดแอพพลิเคชั่นนั่นเอง ลักษณะการทำงานเหมือนบน Galaxy Note 4 ที่เราลองๆ ใช้กันมาเลยครับ
ประสิทธิภาพของเครื่องนั้นมาจาก RAM LPDDR4 3GB และหน่วยความจำที่เป็นแบบ UFS 2.0 นั่นเอง ไหลลื่นแน่นอนทำงานควบคู่กับ Exynos 7420 Octa-core แรงๆ ซึ่งผลทดสอบ AnTuTu ก็ฟันไปเหนาะๆ 59,624 คะแนน จะอยู่ช่วงๆ 6 หมื่นประมาณนี้เลยครับ
แน่นอนสเปคแรงๆ ของ Samsung Galaxy S6 จัดหนักได้เลยเรื่องเกมส์ เล่นได้ไหลลื่น ภาพแสดลผลอลังการ และหน้าจอก็คมสวยสะใจ
สำหรับการดูหนังก็เพลินเช่นกัน Full HD เล่นสบายๆ ดูแล้ว 2K ก็คงเล่นได้แต่ไม่มีให้ลองนะครับ ลองเล่นวิดีโอ Full HD ลื่นๆ สบายๆ เลื่อนไทม์ไลน์ไม่ค้างไม่โหลดนานดีเยี่ยมเลย เสียอย่างเดียวลำโพงยังไม่โดนเท่าไหร่
ด้านเน็ตเวิร์ก Galaxy S6 มาครบครับ รองรับ 4G LTE, 3G HSPA+ และรองรับ NFC, USB OTG รวมถึงฟีเจอร์อย่าง WiFi 802.11 a/b/g/n/ac พร้อม WiFi Hotspot, Direct และ Bluetooth ด้วย นับเป็นรุ่นที่ฮาร์ดแวร์จัดเต็มมากที่สุดเลยล่ะ
กล้องของ Samsung Galaxy S6 edge นั้นเป็นเลนส์ 16 ล้านพิกเซล เป็นชุดเลนส์หลายชิ้นประกบกัน เซ็นเซอร์มีค่า F/1.9 ทำให้ถ่ายในที่มืดได้ดีกว่าเดิมทั้งกล้องหน้าและหลังครับ กล้องถ่ายที่มืดได้ดีจริงๆ ครับ ตัวกล้องยังมาพร้อมเทคโนโลยีกันสั่น OIS ด้วย สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชั่นกล้องได้ภายใน 0.7 วินาที
ฟีเจอร์กล้องถือว่าจัดเต็มเลยล่ะ ที่เค้าภูมิใจนำเสนอเลยก็คือโหมด Real-time HDR เห็นกันชัดๆ ก่อนกดถ่าย และ Tracking focus หรือโหมดเคลื่อนไหวเร็วดังภาพ ทั้งนี้ยังมี ช็อตเสมือนจริง (Virtual shot) ที่เหมาะสำหรับคนถ่ายภาพขายของ เป็นการเก็บภาพรอบๆ มุมไว้พรีเซ็นต์ประมาณนั้นครับ
นอกจากนี้ก็มีโหมด Pro ให้ปรับตั้งค่าเองด้วย คืออยากได้ภาพแนวไหนก็สามารถปรับค่ากันเอาเองตั้งแต่การรับแสง ชดเชยแสง รวมไปถึงโฟกัสเลย
ด้านกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่เป็นเลนส์ 5 ล้านพิกเซล F/1.9 เช่นกัน ทำให้การเซลฟี่กลางคืนหรือที่แสงน้อยจะทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนฟีเจอร์เด็ดๆ มีหมดครับ Beauty face, Real-time HDR หรือจะใส่ Effect ต่างๆ หลังจากที่ได้สัมผัสจริงๆ กับกล้องของรุ่นนี้ ต้องบอกว่าถูกใจมากๆ คือโดยปกติผมคิดว่าฟีเจอร์กล้องของซัมซุงนั้นทำออกมาได้ดีอยู่แล้วในรุ่นกลางๆ ถึงรุ่นท็อป ใช้งานได้เยี่ยมแทบทุกรุ่น แต่เจอ Galaxy S6 เข้าไปบอกได้เลยว่าให้ความรู้สึกที่เหนือกว่า ลองดูภาพตัวอย่างจากกล้องกันเลย
ภาพกลางแจ้งแดดเย็น
ภาพใกล้ค่ำแสงเริ่มน้อย
ภาพถ่ายกลางคืน
ภาพถ่ายอาหารแสงปกติ
ภาพอาหารแสงน้อย
ภาพกล้องหน้า
ภาพตัวอย่างจากกล้องนี้เป็นชุดเดียวกับที่อวดกันไปแล้วในบทความก่อน (https://techmx.net/130515-samsung-galaxy-s6-edge-camera/) สวยใสมากโดยเฉพาะกล้องหน้า ฮ่าๆๆๆ
นอกจากฟีเจอร์ทั่วไป Galaxy S6 ยังมี S Heath เวอร์ชั่นล่าสุด ที่ใช้บันทึกการออกกำลังกาย การนับก้าว การวิ่ง หรือวัดอัตราการเต้นของหัวใจด้วย สามารถเก็บเป็นสถิติแล้วก็ซิงค์กับ Account ได้เปลี่ยนเครื่องก็ตามกันไป
แบตเตอรี่ของ Galaxy S6 edge เครื่องนี้ความจุ 2,600 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้นะครับ ความจุดูจะไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ประสิทธิภาพถือว่ายังทำออกมาได้ดี คือมันไม่ได้อึดมากแล้วแต่การใช้งาน แต่ว่าเพียงพอไม่น่าเกลียดครับ เท่าที่ใช้ผ่าน 4G LTE ส่วนใหญ่ มีต่อ WiFi บ้าง เน้นเล่นแชท LINE เป็นหลัก ตามด้วย Facebook และถ่ายรูปเยอะหน่อย อยู่ได้ราวๆ 7.5 ชั่วโมง บางครั้งเล่นน้อยก็ยาวๆ ยัน 9 ชั่วโมงครับ หลังจากเตือนแบตหมดก็มี Ultra Power Saving Mode ให้ใช้งานอยู่ได้อีกหลายชั่วโมงเลย
สรุปแล้ว Samsung Galaxy S6 edge เครื่องนี้เป็นรุ่นที่ถูกใจผมมาก ส่วนตัวค่อนข้างอเมซิ่งกับมือถือตัวนี้ เพราะมันพลิกโฉมสมาร์ทโฟนซัมซุงเลยทีเดียว จากที่เราติดภาพเครื่องพลาสติกก๊อกแก๊กราคาเป็นหมื่น มาเจอรุ่นนี้ส่วนไร้ที่ติ ผิวสัมผัสมันดูพรีเมี่ยมดี ต้องยกย่องเรื่องบอดี้เครื่องเป็นอย่างมาก แต่ฮาร์ดแวร์ภายในก็เยี่ยมยอดกับ RAM LPDDR4 3GB และหน่วยความจำภายใน UFS 2.0 ความจุ 32GB (มีรุ่น 64GB ด้วย)
เสียดายรุ่นนี้ไม่รองรับ Micro SD น่าจะด้วยเรื่องการออกแบบตัวเครื่อง และอาจเพราะหน่วยความจำของเครื่องนี้เร็วเป็นพิเศษอยู่แล้วเลยไม่ต้องการให้เพิ่ม Micro SD ก็เป็นได้ เอาเป็นว่าใครอยากลองสมาร์ทโฟนเรือธงที่พรีเมี่ยม ฟีเจอร์จัดเต็ม กล้องถ่ายสวยเป็นพิเศษ Samsung Galaxy S6 edge ถูกใจแน่นอนท้าให้ลองครับ ราคาอยู่ที่ 27,900 บาท มีรุ่น 64GB ขายกับทางโอเปอเรเตอร์ด้วย รวมถึงสีเขียวเอเมอรัลพิเศษกับทาง AIS รีบจัดมาใช้กันด่วนๆ
















































