ระบบตัวเครื่อง / ประสิทธิภาพเครื่อง / ลูกเล่นพื้นฐาน

ระบบตัวเครื่อง / ประสิทธิภาพเครื่อง / ลูกเล่นพื้นฐาน
Galaxy S Wi-Fi ใช้สเปคเครื่องคล้ายๆ กับ Galaxy S รุ่นแรก โดยใช้ระบบ Android 2.2 เป็นระบบหลัก พร้อมกับ TouchWiz 4 เป็น UI ครอบทับลงไป หน้า Widget สามารถเพิ่มได้สูงสุดเจ็ดหน้า หน้าจอเมนูแบบไอคอนเรียง พร้อมกับไอคอนหลักสี่ไอคอนในแถวล่างสุด สามารถปรับแต่งตำแหน่งไอคอนได้ รองรับการแสดงหน้าจอในแนวตั้งและแนวนอน เลือกปรับแต่งพื้นหลังหน้าจอ พร้อมกับเพิ่มไอคอนลัดได้ ระบบ Notification พร้อมลูกเล่นลัดในการตั้งค่าการเชื่อมต่อ สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อลากหน้าจอลงมา

การปรับแต่ง Galaxy S Wi-Fi สามารถลงบรรดา App ต่างๆ ที่ใช้งานในโทรศัพท์มือถือได้เกือบทั้งหมด รวมถึงรูปแบบการจัดวางต่างๆ ไม่ต่างจาก Android ฝั่งโทรศัพท์ หากเคยใช้งาน Android มาบ้าง ก็ไม่ต้องปรับตัวมากนัก หรือถ้าใช้เป็นครั้งแรก เมื่อคุ้นเคยกับตัวเครื่อง สามารถไปเล่น Android ตัวอื่นในตระกูล Samsung ได้คล่องขึ้นเช่นกัน

ถึงจะไม่มีโทรศัพท์ให้ใช้งาน แต่ลูกเล่นรายชื่อในระบบก็มีให้ใช้งานเหมือนเดิม ช้อมูลรายชื่อสามารถดึงจาก Google Contact มาใช้งานได้ การจัดการรายชื่อ จะเรียงตามหมวดอักษร การบันทึกรายชื่อใหม่ สามารถทำได้เหมือนสมุดโทรศัพท์ในมือถือ ไม่ว่าจะเรื่องรายละเอียดการใส่ ชื่อ / เบอร์โทรศัพท์ / ข้อมูลที่อยู่ / E-Mail ทำได้ครบถ้วนเช่นกัน


ระบบ E-Mail ในเครื่อง นอกจาก G-Mail ที่เป็นมาตรฐานเครื่องแล้ว ใน Touchwiz มีลูกเล่นสำหรับตั้ง E-Mail อื่นๆ ตั้งค่าง่ายๆ เพียงแค่ใส่ User / Password จากนั้นตัวเครื่องจะโหลดการตั้งค่ามาให้ใช้งาน ตัวกล่องจดหมาย มีมุมมองที่รวมกล่องจดหมาย (กรณีมีมากกว่าหนึ่งเมล์) รวมถึงแยกดูกล่องจดหมายในแต่ล่ะเมล์ได้ และสามารถตั้ง Push Mail เป็นช่วงเวลาที่ต้องการได้

ในส่วนประสิทธิภาพเครื่อง เมื่อทดลองกับ App Quadrant Standard คะแนนที่ได้ อยู่ที่ 977 คะแนน ถือว่าทำออกมาเร็วกว่า Galaxy S ตัวแรกอยู่เล็กน้อย

ในส่วนกราฟฟิค เมื่อทดลองกับ App Neocore เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานสามมิติ คะแนนที่ได้ อยู่ที่ 58.6 fps ถือว่าทำได้โอเค พอจะนำไปเล่นเกมที่ใช้กราฟฟิคได้แบบรับไหวอยู่พอสมควร

การรองรับ Mutitouch เมื่อทดสอบด้วย Mutitouch Tester หน้าจอ Capacitive ของ Galaxy S Wi-Fi ทำได้สี่จุดแบบลื่นๆ

การใช้งาน Galaxy S Wi-Fi ถือว่าใช้งานได้ง่าย ด้วยหน้าตาของ Touchwiz ที่ดูไม่ซับซ้อน รวมถึงเรียนรู้ได้ไม่ยาก เพราะหน้าตาเมนูการใช้งาน โดยรวมแล้ว เหมือนกับที่พบได้ใน Galaxy Tab 7 หรือ Galaxy รุ่นกลางถึงล่าง ที่ยังใช้Android 2.2 อยู่ หน้าจอของเครื่อง การตอบสนองของ Galaxy S Wi-Fi ถ้าไม่ใช่คนที่จับความรู้สึกเก่งๆ จะรู้สึกว่ามันใช้งานได้โอเค แต่ถ้าเป็นคนที่เคยเล่นมือถือเร็วๆ ไม่ว่าจะมือถืออะไรก็ตาม จะรู้สึกได้ว่า Galaxy S Wi-Fi ยังมีจังหวะหน่วงให้เห็นค่อนข้างเยอะอยู่ หาก ROM เครื่องมีการปรับแต่งดีกว่านี้ น่าจะเห็นผลเรื่องการใช้งานที่ดีขึ้น
การตอบสนองในภาพรวม ถือว่ารับได้ แต่ยังช้าไปสักนิด หากการอัพเดท Android 2.3 ในอนาคตที่กำลังจะตามมา ขอให้มุ่งเน้นการทำให้การตอบสนองทำได้เร็ว มีจังหวะหน่วงที่น้อยลง รวมถึงการควบคุม ที่ตอบสนออย่างเป็นธรรมชาติกว่าที่เป็นอยู่ เท่านี้ก็ลงตัวต่อการใช้งานในภาพรวมแน่นอน