เกริ่นนำ (2/2)

รูปทรงและการออกแบบ
ทุกคนที่ได้เห็นตัวจริงของ Galaxy S Wi-Fi ในครั้งแรก จะต้องอุทานออกมาก่อนว่า “นี่มัน Galaxy Cooper (หรือไม่ก็ Galaxy S II ) ขยายร่างชัดๆ” เพราะด้านหน้าเครื่อง แบบมองหน้าตรง ดูยังไง ก็เหมือน Galaxy Cooper ที่โดนไฟฉายขยายส่วนของโดเรมอนแน่นอน พอหยิบมาหมุนตัวดูรอบเครื่อง ฝาหลังแบบคลุมมาถึงแกนกลางแบบพลาสติกสีขาวเงาๆ ให้อารมณ์เหมือนยืมแนวของ Galaxy Tab 7 มายำกับด้านหน้าสไตล์ Cooper แบบที่ ถ้านำไปหลอกคนที่ไม่ได้ตามมือถือ หรือเทคโนโลยี ก็จะนึกว่า Samsung ออกมือถือหน้าจอห้านิ้วมาขายแล้ว งานนี้ ถ้าคิดในแง่อุปกรณ์พกพาจอ 5 นิ้ว ที่มีในตลาด Galaxy Wi-Fi ถือว่าหน้าตายังมาทางมือถือ เพราะตัวอื่น หน้าตาไปทาง Tablet มากกว่า มาดูแต่ล่ะส่วนกันดีกว่า

ด้านหน้า
ด้านหน้าของเครื่อง ไล่จากบนลงล่าง บนสุดตรงกลางจะเป็นช่องลำโพงสนทนา มุมขวาด้านบน เป็นกล้องด้านหน้า ถัดลงมาจากช่องลำโพงด้านบน เป็นพิมพ์ยี่ห้อ Samsung สีเงิน ถัดลงมาเป็นหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive LCD ความละเอียด 480×800 ขนาด 5 นิ้ว

ถัดลงไปล่างสุด เป็นชุดปุ่มควบคุมการใช้งาน โดยปุ่มซ้าย เป็นปุ่ม Options เสริมในเมนูต่างๆ ปุ่มขวาเป็นปุ่มถอยกลับ หรือออกจากหน้าจอนั้นๆ ปุ่มกลางเป็นปุ่มเมนู รวมถึงเรียกดูการทำงานของ App ที่เปิดทั้งหมด

ด้านหลัง
ด้านหลังเครื่อง บนสุดด้านซ้าย เป็นกล้องถ่ายรูป 3 Megapixel พร้อมแฟลชแบบ LED หนึ่งดวง ด้านล่างของกล้อง เป็นลำโพงของเครื่อง ถัดลงมาตรงกลาง เป็นพิมพ์รุ่น Galaxy S Wi-Fi 5.0 ถัดลงไป เป็นพิมพ์ยี่ห้อ Samsung และมุมล่างซ้าย เป็นลำโพงเครื่องอีกจุด

ด้านซ้าย
ด้านซ้ายเครื่องจะเรียบๆ มีแต่หัวมุมบน ที่มีช่องร้อยสายคล้อง

ด้านขวา
ด้านขวาเครื่อง ด้านบนจะเป็นปุ่มเปิด / ปิดเครื่อง รวมถึงไว้ล็อคหน้าจอ ถัดลงมาเป็นปุ่มปรับเสียง

ด้านบน
ด้านบนของเครื่องจะพบช่องใส่ Micro SD

ด้านล่าง
ด้านล่างของเครื่อง ตรงดลางเป็นช่องต่อสาย Micro USB ด้านซ้าย จะมีไมค์สทนา และซ้ายสุดเป็นช่องหูฟังแบบ 3.5 mm
วัสดุเครื่อง เป็นพลาสติก ให้สัมผัส ความรู้สึกต่างๆ แบบเดียวกับที่พบได้ตั้งแต่ Galaxy Tab 7 ในส่วนโครเมียมที่ล้อมหน้าจอหน้า หรือโครเมียมที่ล้อมตรงกล้อง เป็นพลาสติกชุบเงิน เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าใช้งาน Galaxy S Wi-Fi แบบเอาไปลุย วัสดุเครื่องค่อนข้างเสื่อมสภาพได้เร็วแน่นอน ไม่ว่าจะรอยขนแมวตามตัว ไปจนถึงสีลอกสีด่าง เพราะฉะนั้น วัสดุของเครื่อง ต้องรักษาความสะอาด และถนอมกันเล็กน้อย เพื่อให้ตัวเครื่องดูสวยยาวนานได้

งานประกอบเครื่อง ถึงวัสดุจะดูไม่น่าแข็งแรง แต่ภาพรวมแล้ว ช่องไฟงานประกอบส่วนต่างๆ ความแน่นหนา ถือว่าเรียบร้อย แข็งแรง ไม่มีจุดที่ดูไม่เรียบร้อย หรือเมื่อจับถือแล้ว รู้สึกไม่แน่นหนา การทำเครื่องแบบถอดฝาหลังไม่ได้ ทำให้สัมผัสของงานประกอบ ถือว่าแน่นหนา ไว้ใจได้ ชดเชยความรู้สึกของวัสดุพลาสติก ที่อาจดูน่ากังวลในแง่ความทนทาน

การจับถือตัวเครื่อง ตัวเครื่องที่ทำมาในแนวเดียวกับโทรศัพท์มือถือ ทำให้การใช้อุ้งมือข้างเดียวถือใช้งาน ถือว่าพอใช้ได้ แต่ไม่ดีเท่าที่ควร การใช้งานสองมือจะทำได้ลงตัวกว่า วัสดุตัวเครื่องแบบพลาสติกเงา ติดลื่นนิดๆ เวลาที่อุ้งมือมีเหงื่อ อาจทำให้เครื่องลื่นมากขึ้น ตัวเครื่องเมื่อถือนานๆ ไม่สร้างความรู้สึกหนักหรือล้าเมื่อใช้งาน แต่ถ้าใช้งานในบางอิริยาบถ อันนี้จะเริ่มเห็นผลว่าหนักกว่าการใช้มือถือทันที ในส่วนการพกพา ถ้าเป็นคนไม่ชอบหิ้วกระเป๋า หรือมีสัมภาระติดตัว การจับ Galaxy S Wi-Fi ลงกระเป๋ากางเกง ถือว่าค่อนข้างกินพื้นที่พอสมควร ถ้าเป็นคนพกกระเป๋าอยู่แล้ว Galaxy S Wi-Fi ดูจะเหมาะกับการนอนในกระเป๋ามากกว่า

โดยรวมแล้ว Galaxy S Wi-Fi ในแง่งานประกอบถือว่าทำได้เรียบร้อย แน่นหนา ชดเชยข้อด้อยวัสดุพลาสติก พลาสติกเคลือบโครเมียม ที่ดูแล้วยังไม่ให้ความน่าใช้ที่สุด ส่วนการจับถือ กับน้ำหนักที่ใช้ ถือว่าลงตัวกับการใช้งาน เพราะตัวเครื่องไม่ใหญ่มากถึงขั้น Tablet แต่ก็ใหญ่กว่ามือถืออยู่เล็กน้อย ความสะดวกใช้งาน ลงตัวกับการใช้สองมือมากกว่ามือเดียว แต่ความสะดวกพกพา อันนี้อาจต้องพึ่งพากระเป๋าแยกมากกว่าจะเก็บไว้ที่ตัวรวมกับ มือถือ กระเป๋าเงิน เพราะใช้พื้นที่พอสมควรอยู่