ความรู้สึกหลังใช้งาน
![]() หลังใช้แล้ว ผมยังไม่ค่อยรู้สึกแตกต่างเท่าไหร่ ระหว่าง Samsung Galaxy S Plus กับตัว Samsung Galaxy S รุ่นก่อน ที่เห็นได้ชัดก็คงจะเป็นตัว UI และแอพพลิเคชั่นบริการต่างๆ ที่มีมาให้เพียบพร้อมกว่าเดิม ประสิทธิภาพเครื่องที่ทดสอบมาแล้วเหนือกว่า แต่ด้านการใช้งานจริงๆ ก็ยังไม่รู้สึกแตกต่างกันมากครับ ผมยังคงชื่นชอบการออกแบบ และวัสดุ รวมถึงงานประกอบขัง Samsung Galaxy S Plus ที่ออกมาได้ดีเหมือนเคย ตัวเครื่องออกแบบมารูปร่างเหมือนเดิม จับถือได้ถนัดมือด้วย
![]() กับหน้าจอ Super AMOLED ผมยกให้เป็นคีย์ฟีเจอร์เทียบเท่ากับตัว CPU ระดับ 1.4 GHz ที่จะเอาออกมาตีตลาดสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ในกลุ่ม Single Core ครับ เพราะในโปรดักท์ไลน์ที่ใกล้เคียงกันนั้นก็มีเพียง Samsung Galaxy S ตัวแรกที่พอถูไถกันได้ ที่เหลือก็จะเป็นหน้าจอแบบ S-LCD ซะหมด และ CPU ไม่เกิน 1GHz ครับ ซึ่งหน่วยความจำก็สูงพอสำหรับเล่นไฟล์วิดีโอใหญ่ๆ ได้สบาย เพราะนอกจากจะมีหน่วยความจำภายใน 8GB ยังสามารถเพิ่ม microSD card ได้อีก 32GB ด้วยครับ ผมมองว่า Samsung Galaxy S Plus น่าจะดึงดูดความสนใจของผู้ใช้แอนดรอยด์ที่กำลังมอง Samsung Galaxy S II อยู่ได้เหมือนกัน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของความแรงในแบบ Single Core ที่น่าสนใจไม่น้อย
![]() ที่เหลือก็ได้แต่ลุ้นครับ ว่าจะเปิดตัวมาที่ราคาเท่าไหร่ จะฆ่าโปรดักท์ตัวเดิมๆ ของตัวเองอีกหรือไม่ หลังจากตัว Samsung Galaxy S II เปิดตัวมาแค่ 18,900 บาทเท่านั้น ทำเอาตัว Samsung Galaxy S ตัวท็อปต้องลดราคาเหลือเพียง 14,900 บาท และแอนดรอยด์โฟนตัวท้อปของอีกหลายค่ายคงจะหนาวๆ ร้อนๆ กันอย่างถ้วนหน้า หากราคาที่เปิดมา ไม่แพงไปกว่า 14,900 บาทมากนัก Samsung Galaxy S Plus ก็จะดูเป็นตัวเลือกรองจาก Samsung Galaxy S II ที่หลายๆ คนกำลังให้ความสนใจกันอยู่ได้มากครับ แต่หากเปิดราคาไม่เกือบเท่า S II งานนี้คงต้องคิดหนักกันเลยทีเดียว ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านสำหรับการติดตาม
![]() ขอขอบคุณ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลกทรอนิค จำกัด ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ |



