Samsung Galaxy S III กับความสามารถที่แอบแฝง

ChatON
โปรแกรม Chat ของทาง Samsung ที่ทำออกมาคล้ายๆลักษณะเดียวกับพวก Whatsapp หรือพวก Line คือ Chat ระหว่างกันส่งข้อความแนบไฟล์ต่างๆได้


S Voice
ระบบสั่งงานด้วยเสียงของตัวเครื่อง โดยสามารถสั่งการทำงานได้หลายอย่างทั้งเปิดเพลง, เปิดกล้อง, โทรออกหรืออื่นๆบนเครื่อง แต่ไม่สามารถคุยโต้ตอบเราได้เหมือนกับ Siri บน iOS แต่ว่าอันนี้ออกแนว Voice command มากกว่า โดยที่ช่วยให้ใช้งานเครื่องได้สะดวกขึ้น การเรียกโปรแกรมสามารถเรียกขึ้นมาได้ง่ายๆผ่านหน้า Lockscreen ด้วยการพูดว่า “Hi Galaxy” หรือกดปุ่ม Home 2 ครั้งในหน้าไหนก็ได้

ที่เด็ดก็คือเราสามารถอัดเสียงของเราเองเพื่อสั่งการทำงานได้เช่น เปิดกล้อง, เปิดเพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่นเพื่อสั่งการได้เช่น เล่นเพลงอยู่สั่งให้ stop หรือที่บอกไปก่อนหน้านี้เรื่องการถ่ายภาพพูดว่า “ชีสสส” มันก็จะถ่ายเอง เป็นต้น


S Suggest
โปรแกรมนี้ตามสูตรคือเป็นแหล่งรวมโปรแกรมของทาง Samsung ที่ทาง Samsung จัดขึ้นมาให้ว่าโปรแกรมไหนน่าใช้งานบ้าง ซึ่งเข้าไปดูจะไม่ค่อยต่างจาก HTC Hub ที่มีคนเข้าไป Like โปรแกรมว่าอันไหนดีน่าสนใจแล้วเราก็ไปเลือกลงได้ ซึ่งจะมีการทำลิงค์จาก Google Play Store ไว้ให้ในนี้เลย


S memo
สงสัยทาง Samsung จะติดใจโปรแกรม Note แบบเดียวกับบน Galaxy Note บวกกับ Galaxy S III นั้นก็จอใหญ่พอตัวก็เลยจัดเอาโปรแกรมนี้ใส่เข้ามาเลยขี้เกียจคิดใหม่ละ!! ความสามารถก็ไม่ต่างจากของบน Galaxy Note เลยคือสามารถใช้นิ้ววาดเขียนได้ เลือกหัวปากกาได้ อัดเสียงได้ ใส่ภาพ ใส่ Tag ลิงค์กับ S Planner ได้แต่มีการตัดพวกการใส่ Location ออกไป แต่ยังดีที่มีพวกฟังก์ชันเด็ดอย่างการเปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ (ภาษาไทยใช้ไม่ได้)

S Planner
โปรแกรมปฏิทินที่ดูหรูหราใหญ่โต ตัวหนังสือใหญ่แสดงผลได้ครบครัน สามารถเลือกพิมพ์นัดหมายโดยใช้นิ้วได้ด้วยการกดค้างที่วันที่ต้องการ เลือกดูได้หลายรูปแบบทั้งแบบวัน, สัปดาห์และ Agenda เป็นต้น

Dropbox
โปรแกรม Cloud service ที่ดังมาก และใครใช้ Samsung Galaxy S III จะได้พื้นที่เพิ่มพิเศษ 50GB (เริ่มต้น 2GB+48GB) ในเวลา 18 เดือนเลยทีเดียวเรียกว่าเก็บไฟล์ได้ยาวนานและเก็บได้เพียบ ไฟล์อะไรก็ได้ ทำให้การเปิดไฟล์ทำได้สะดวกโดยไฟล์พวกนี้เมื่อเราเก็บไว้ก็สามารถไปเลือกดูผ่านอุปกรณ์ตัวอื่นได้ เช่น คอมพิวเตอร์, Smartphone, tablet อื่นๆ เป็นต้น

S Beam
การประสานเทคโนโลยี NFC เข้ากับ Wi-Fi Direct ทำให้สามารถส่งไฟล์หากันได้แบบว่ารวดเร็วมาก โดยจะนำ NFC เป็นตัวนำในการเชื่อมต่อและใช้ Wi-Fi Directเป็นตัวส่งข้อมูล ที่ลองคือ 8 รูปที่ถ่ายจาก Galaxy S III ส่งไปอีกเครื่องโดยใช้การแตะกันของเครื่อง ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที ทดสอบโดยใช้ Galaxy S III กับ Galaxy S III ถือว่าเร็วทันใจมาก
การส่งไฟล์ขนาดใหญ่เป็น GB ก็ได้ใช้เวลาไม่นาน เพราะความเร็วของ Wi-Fi Direct มีความเร็วประมาณ 300 Mbps ที่ถือว่ามีความเร็วพอๆกับ USB 2.0 แต่ยังเป็นข้อจำกัดไปหน่อยว่าต้องใช้กับเครื่องรุ่นเดียวกัน (เพราะมีอยู่รุ่นเดียวในตอนนี้) แต่ถ้าใช้ Wi-Fi Direct อย่างเดียวผมก็ลองแล้วใช้กับ Galaxy S II ได้แบบสบายๆไม่ต้องเราเครื่องมาแปะกันด้วย