Samsung Galaxy S I9000

โดย shyboy | 18 มิถุนายน 2553 เมื่อ 05:35 น. | อ่าน 1,455

Samsung Galaxy S I9000
สมาร์ทโฟนไฮเอนด์ตัวพ่อ
Article By : platform ([email protected])

ผมเคยสังเกตตลาดมือถือโลกและไทยระหว่างปี 2001-2007 ค้นพบว่า Samsung ไม่เคยโดดเด่นในตลาดสมาร์ทโฟนระดับบนเลยแม้แต่น้อยทั้ง ๆ ที่ Samsung ประสบความสำเร็จกับตลาดมือถือฟีเจอร์โฟนระดับบนมากและก็พยายามบุกตลาดนี้บ้างแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร Samsung ทำอย่างไรก็ไม่อาจสู้ความยิ่งใหญ่ตระกูล Symbian ของฝั่ง Nokia หรือแม้กระทั่ง Windows Mobile ที่ Samsung ขอมีเอี่ยวก็ยังแพ้ผู้ผลิตที่ถนัดด้าน PDA Phone อีกด้วย

สมัยนั้นเอะอะก็ Symbian ไม่ก็ Windows Mobile อันเป็นระบบปฏิบัติการมือถือที่ร้อนแรงไม่ง้อใคร (เพราะไม่มีใครง้อ ไม่มีใครสร้างระบบปฏิบัติการใหม่ให้เป็นคู่แข่งที่ทัดเทียมกัน) แม้ Samsung เคยลงมาเล่นตลาดนี้ทั้งคู่แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาวนักโดยเฉพาะ Symbian ที่เราไม่เคยเห็นค่ายไหนทำแล้วประสบความสำเร็จเท่า Nokia ได้เลย ข้อนี้ไม่น่าแปลกใจนักเพราะ Nokia มีเอี่ยวกับ Symbian เต็ม ๆ ทำให้คู่แข่งไม่อาจพัฒนามือถือ Symbian ได้เร็วและจำนวนมากเท่ากับ Nokia ได้เลย

หรืออย่าง Windows Mobile ที่ Samsung ก็เคยดอดลงมาเล่นบ้างอันนี้ตกระกำลำบากยิ่งกว่าฝั่ง Symbian เสียอีกเพราะ Samsung ออกมาน้อยรุ่นมาก หนำซ้ำออกมาแต่ละรุ่นก็ไม่ได้ฮิตหรือขายได้อะไรมากนัก

ช่วงนั้น Samsung จึงไม่อาจคาดหวังครองความเป็น 1 ในผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนได้ มองมุมไหนก็ยังไม่เห็นวี่แวว Samsung จะชนะคู่แข่งผู้นำสมาร์ทโฟนเลยแม้แต่น้อย นอกเสียจาก Samsung ต้องพัฒนาระบบปฏิบัติการเสียเอง

พูดง่ายแต่ทำยาก สมัยนั้นใครคิดที่จะพัฒนาระบบปฏิบัติการด้วยตนเองแล้วล่ะก็ต้องมีพวกเยอะเสียหน่อย ทั้งพันธมิตรจากผู้ผลิตมือถือ, เครือข่ายโทรศัพท์ทั่วโลก หรืออย่างน้อย ๆ ก็มีทุนทรัพย์และทรัพยากรมีค่าบางอย่างที่สามารถต่อสายป่านให้ยาวออกไปซึ่ง Samsung ยังไม่แข็งแกร่งระดับนั้นเลย

แต่แล้วความเปลี่ยนแปลงตลาดสมาร์ทโฟนครั้งยิ่งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนชีวิต Apple ได้ในปี 2007 จนทำให้ Samsung มีแรงบันดาลใจพัฒนามือถือไล่บี้ Nokia ได้นั่นก็คือการเปิดตัวสุดยอดทัชโฟนที่มีอินเตอร์เฟซสำหรับนิ้วมือสมบูรณ์แบบรายแรกของโลก แค่นี้เราก็ทราบแล้วล่ะครับว่ามันคือ iPhone ผลงานการสร้างสรรค์โดย Apple Inc. ที่พลิกชะตากรรมจากบริษัทคอมพิวเตอร์กลายเป็นบริษัทไอทีชั้นนำและยังกระโจนสู่สังเวียนผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนได้ภายใน 3 ปีอย่างไม่น่าเชื่อ

Apple สามารถฉีกกฏเกณฑ์ได้อย่างหนึ่งก็คือตนเองพัฒนาระบบปฏิบัติการเป็นของตนเองโดยไม่จำเป็นต้องหาพันธมิตรตีซี้ร่วม เพียงแต่อาศัยจุดขายความเป็นนวตกรรมโลกมือถือล้ำหน้ากว่ามือถือ ณ เวลานั้น 2-3 ก้าวที่ทุกคนตะลึงจริง ๆ แค่นี้ก็มีเหล่านักพัฒนาแอพพลิเคชั่นแห่กันซบอก iPhone กันทิวแถว

การมาของ iPhone ทำให้หลายคนปรามาสว่าอย่างไรก็สู้ความแข็งแกร่งตลาดบนของ Nokia N-series ไม่ได้หรอกนะ โอย iPhone หรอเด็ก ๆ แต่หารู้ไม่ว่าจังหวะการเปิดตัวที่เหมาะสมเอามาก ๆ ของ iPhone ทำให้ผู้ใช้มือถือที่เริ่มอิ่มตัวกับรูปแบบมือถือปุ่มกดเดิม ๆ ต่างพากันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหันไปหาทัชโฟนแนว iPhone กันเพียบ

จาก 1 ปีกลาย 3 ปี ทุก ๆ ปี Apple ก็พัฒนาตัวตลอดเวลา จึงไม่แปลกใจว่า iPhone จึงยังล้ำหน้าคู่แข่งไปประมาณ 1 ก้าวเสมอ ขนาดผู้นำตลาดมือถือโลกอย่าง Nokia เพิ่งพัฒนาไลน์สินค้าทัชโฟนหลังจาก iPhone ออกมาแล้ว 2 ปี

ปัญหาสำคัญของมือถือที่ริอาจจะเป็นคู่แข่ง iPhone ทุกรายคือระบบปฏิบัติการที่ยังห่างชั้นจาก iPhone หลายล้านปีแสง ผมไม่ต้องสาธยายมากแค่ผู้อ่านลองย้อนเวลากลับไปช่วงปี 2007-2008 ดูครับว่ามีมือถือรุ่นไหนที่สามารถเทียบเคียง iPhone สักรุ่นไหม ?

ผมตอบให้เลยก็ได้ว่าไม่มีครับ เหตุผลง่าย ๆ คือ ระบบปฏิบัติการที่บรรจุลง iPhone ถูกพัฒนาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะแม้จะเอาโครงสร้าง OSX มาใช้ก็ตาม ส่วนคู่แข่ง iPhone กลับยกระบบปฏิบัติการ ”เก่า” แน่นอนเกิดก่อนก็ย่อมเก่ากว่าและล้าสมัยกว่า iPhone มากสู้ด้วยกันไม่ได้หรอก และกว่าจะพัฒนามาสู้กับ iPhone ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ยิ่งนานวันก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม iPhone ถึงครองใจชาวสมาร์ทโฟนระดับบนลำดับต้น ๆ ชนิดที่ Nokia ไม่อาจจะปล่อยพิษสงเพื่อชิงบัลลังก์ได้ นี่คือปรากฏการณ์ของโลกมือถือที่เอาแน่นอนไม่ได้

แต่เชื่อหรือไม่ว่าระหว่างปี 2007-2009 เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Samsung เริ่มมีช่องทางในการเบียดยอดขายกับ Nokia ยักษ์อันดับ 1 ที่ยังชะล่าใจและปรับตัวช้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ถ้าในเมื่อกระแส iPhone Fever ได้ขนาดนี้ Samsung จึงบังเกิดไอเดียสารพัดดั่งที่จะเห็นจากพัฒนาทัชโฟนครอบคลุมแทบทุกตลาด โดยเรียงลำดับจากรุ่นไฮเอนด์ลงไปสู่ฟีเจอร์โฟนระดับล่างตามลำดับ ผลบังเกิดจริง ๆ ก็ตอน Samsung เปิดตัว Star เปิดตลาดมือถือระดับกลางอย่างจริงจังจนเปรี้ยงปร้าง

จุดเปลี่ยนที่สองที่ Samsung สามารถทำสมาร์ทโฟนได้เต็มไม้เต็มมือมากกว่าก่อนก็คือการกำเนิดระบบปฏิบัติการ Open Source ที่หลาย ๆ คนปรามาสไว้เช่นกันว่าไม่รอด แม้จะมี Google และพันธมิตรบานเบอะมาช่วยกันเข็นก็ตามนี้ ระบบปฏิบัติการนี้มีนามว่า Android

แค่เป็นระบบเปิดที่มีทีท่าว่าจะสวยงามโดยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงมากนัก แค่คิด Samsung ก็หวานหมูเสียแล้ว

ทำไมน่ะหรือ? ก็ยิ่ง Android บูมขึ้นมาล่ะก็นั่นก็เท่ากับทลายกำแพงกั้นระบบปฏิบัติการเจ้าเดิม ๆ ที่ไม่ค่อยพัฒนาก้าวกระโดดอย่าง Symbian และ Windows Mobile ที่ผูกขาดตลาดเสียนาน

และยิ่ง Apple เปิดตลาดสมาร์ทโฟนแบบทัชโฟนด้วยแล้วล่ะก็ Samsung ขอใช้โอกาสนี้ในการไต่เข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนอย่างเต็มภาคภูมิเสียทีในรูปแบบที่ Samsung จะต้องเริ่มต้นกับเทรนด์ใหม่ ๆ ไม่จมปลักกับสมาร์ทโฟนแบบปุ่มกดที่เจ้าตลาดเขาครองอย่างเหนียวแน่น

ถ้าอย่างงั้นก็นำพวก Windows Mobile มาใส่อินเตอร์เฟซใหม่เป็นของตนเองล่ะดีไหม?

 

งั้นเราขอย้อนกลับไปปี 2008 Samsung นำระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.1 แล้วมาสร้างสรรค์ตลาดสมาร์ทโฟนใหม่เป็นของตนเองในรูปแบบทัชโฟนเพียงแค่ออกแบบอินเตอร์เฟซใหม่ให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย (ขอบอกว่าเล็กน้อย ๆ จริง ๆ) รุ่นนั้นก็คือ i900 Omnia

รุ่นนี้โด่งดังและแจ้งเกิดตลาดสมาร์ทโฟนให้ Samsung อย่างเต็มภาคภูมิ (เสียที) เพราะนั่น Samsung ได้รับอานิสงค์ตลาดทัชโฟนที่ iPhone สร้างกระแสขึ้นมานั่นเอง

แต่ใช่ว่าความสำเร็จของ i900 Omnia จะทำให้ Samsung ประสบความสำเร็จท้วมท้นในปีถัดมา แม้ยอดขาย Omnia 2 ตลาดโลกจะโตไปได้เรื่อย ๆ มันยังแรงไม่พอที่จะทำให้ลูกค้าจดจำได้ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือคู่แข่งสมาร์ทโฟนออกมาเยอะมากขณะที่ฟีเจอร์ Omnia 2 ก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่ากันเลย แถมยังมีสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian นั่นคือรุ่น i8910HD ทำตลาดแจมด้วย แต่ใช่ว่าจะขายดีมากมายอะไรนัก

ล่าสุดปี 2010 กระแสน้องโรบอตสีเขียวเจ้า Android มาแรงเสียเหลือเกิน แต่กว่าจะรอระบบปฏิบัติการ Windows Phone 7 ที่มีรูปสวยเป็นทรัพย์เปิดตัวปลายปีนี้เห็นที Samsung อาจจะเหี่ยวไปเสียก่อน แถมตระกูล Galaxy ก็ยังต้องการมือถือระดับไฮเอนด์สุด  ๆ

Samsung ไม่รอช้าให้ถึงข้ามปีส่ง Galaxy S สุดยอด Android ที่ยัด (ควรจะใช้คำว่ายัดคงไม่ผิดอะไร) ฟีเจอร์ที่เชื่อว่าน่าจะโดนใจชาว Android บ้าง อย่างน้อย ๆ ก็ยังติดตั้งหน้าจอระดับเทพ Super AMOLED ที่สู้แดดได้ 5 เท่าเมื่อเทียบกับจอ AMOLED ปกติ

แต่อย่างอื่นล่ะมันจะเจ๋งจริงหรือ แล้วยิ่ง iPhone 4 กำลังรอสวนอยู่เจ้า Galaxy S จะสู้ได้ไหมเห็นทีต้องติดตามชมกันล่ะครับ

About Author

shyboy

shyboy

Partners