เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ และได้รับความนิยมสูงมากถึงมากที่สุดสำหรับ Samsung Galaxy Note 5 เรือธงรูปงามที่พลิกโฉมสมาร์ทโฟนซีรีย์ Galaxy Note อีกครั้งกับบอดี้โลหะ Slim Metal Design ประกบกระจกหน้าหลังงามๆ แบบเดียวกับ S6 พร้อมปรับปรุงปากกา S Pen ใหม่ที่ทำงานได้ฉลาดกว่าเก่า ประสบการณ์การใช้งานยอดเยี่ยมกว่าเดิม โดยสเปคเครื่องก็ประสิทธิภาพสูงหายห่วง
รอบนี้ Samsung Galaxy Note 5 เปิดราคามาได้โอเค 25,900 บาท หากเป็นปีก่อนๆ คงต้องบ่นกันหน่อยล่ะว่าแพง แต่พอได้เห็นได้จับตัวเครื่องแล้วต้องบอกว่าสมน้ำสมเนื้อ!! หรืออาจจะชินกับราคาของ Galaxy S6 edge ที่เปิดมาแพงเอาเรื่องก็เป็นได้นะ
สเปคเครื่อง Galaxy Note 5
– จอแสดงผล Super AMOLED 5.7″ Quad HD 2560 x 1440 (518ppi)
– ขนาด 153.2 x 76.1 x 7.6mm หนัก 171 กรัม
– ชิปเซ็ต Exynos 7420 Octa core (2.1GHz Quad + 1.5GHz Quad), 64 bit, 14 nm process
– RAM 4GB, ROM 32GB (รุ่นที่จำหน่ายในไทย) / ROM 64GB (UFS 2.0)
– กล้องหลัก 16MP OIS f1.9, กล้องหน้า 5MP f1.9
– ระบบ Android 5.1.1 Lollipop + TouchWiz
– แบตเตอรี่ 3,000 mAh
– ปากกา S Pen พร้อม Air Command เวอร์ชั่นใหม่
– ที่สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint)
– รองรับ Fast Charge และ Wireless Charging ที่ชาร์จเร็วกว่าเดิม
สำหรับ Galaxy Note 5 ตอนที่เปิดตัวนั้นมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ดำ Black Sapphire, ขาวมุก White Pearl, ทอง Gold Platinum และ เงิน Silver Titanium ซึ่งรุ่นที่นำเข้ามาขายไทยจะมี 2 สีคือ ทอง Gold Platinum และ เงิน Silver Titanium เท่านั้นครับ สีอื่นยังไม่มีวี่แวว
เรือธงรุ่นนี้เปืดตัวที่ราคา 25,900 บาท สำหรับรุ่น ROM 32GB ส่วนรุ่น ROM 64GB ราคา 29,900 บาท เอาจริงๆ ตอนนี้ก็มีโปรโมชั่นส่วนลดจากทางโอเปอเรเตอร์มากมาย บางรายลดเหนาะๆ 4,000 บาท แรงกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ซื้อ Note 5 ราคาสองหมื่นต้นได้เลย
แกะกล่อง Galaxy Note 5
กล่องแพ็คเกจมาแนวเดิมครับ ขนาดพอดีเครื่องเรียบๆ มีบอกชื่อรุ่นกับความจุของหน่วยความจำ ตัว Galaxy S6 edge หรือ S6 edge+ เองก็เป็นแบบนี้ ภายในมีตัวเครื่องสวยๆ ของ Galaxy Note 5 อยู่ ต้องเอาเครื่องออกก่อนเพื่อมาดูว่าภายในกล่องมีอะไรบ้าง
ภายในกล่องนอกจากตัวเครื่องก็มีอแดปเตอร์ชาร์จไฟพร้อมสาย Micro USB ที่รองรับ Fast Charge ด้วย และมีชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรนั่นเอง แพ็คเกจมาดูดีครับ
ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 5 ก็เหมือนแฝดคนละฝากับ Galaxy S6 edge+ เพราะรายแรกโค้งที่กระจกหลัง ส่วนรายหลังโค้งที่กระจกหน้าเป็น Dual edge ซึ่งสเปคเครื่องแทบจะเป็นตัวเดียวกันเลยดีกว่า แตกต่างกันที่เรื่องของฟีเจอร์ S Pen และ Dual-edge screen
ด้านหน้าแนวเดิมเป็นกระจกหน้าจอมีเซ็นเซอร์ พร้อมเลนส์กล้องเซลฟี่ 5 ล้านพิกเซล และช่องลำโพงสนทนา แล้วก็ไฟแจ้งเตือนต่างๆ ใต้หน้าจอเป็นปุ่มโฮมที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ พร้อมด้วยปุ่ม Multitask และ Return แบบสัมผัส
หน้าจอแทบจะไร้ขอบเลย ทำให้ตัวเครื่องดูเล็กลงจากรุ่นก่อนๆ บอดี้สลิมกว่าเดิมพอสมควร หน้าจอเป็น Super AMOLED 5.7″ Quad HD ที่แสดงผลได้คมกริป สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลายแบบเพื่อการใช้งานที่เหมาะสมกับแต่ละคน แสงสว่างหน้าจอสู้แดดได้ดี มุมมองก็เยี่ยมด้วย ส่วนระบบสัมผัสตอบสนองแม่นยำว่องไวหายห่วง
ด้านข้างดูเรียวๆ บางๆ เพราะขอบข้างด้านฝาหลังเป็นกระจกโค้งๆ เหมือนหน้าจอ Galaxy S6 edge เลย ขอบโลหะสวยๆ มีปุ่มควบคุมเสียงอยู่ด้านซ้าย และปุ่มพาวเวอร์อยู่ด้านขวา
ด้านล่างมีพอร์ท Micro USB, ช่องหูฟัง, ลำโพงเสียง, ไมโครโฟน และช่องเก็บปากกา S Pen ที่เป็นแบบสปริงกดเด้งออกมาให้ใช้งาน ไม่ต้องงัดแงะ ด้านบนถาดใส่ซิมกับรูไมโครโฟนที่สอง ถาดนั้นจะต้องใช้ที่จิ้มถาดซิมซึ่งมีแถมให้ในกล่องแล้วนะ ซิมเป็นแบบ Nano SIM
ด้านหลังเงางามอย่างที่บอก เป็นกระจกโค้งสวยๆ พร้อมแผ่นฟิล์มอีกชั้นด้านในเพื่อให้แสงตกกระทบแล้วเงางามเป็นกิมมิค มีเลนส์กล้องพร้อมแฟลช และเซ็นเซอร์ Heart rate
ซอท์แวร์ภายใน Samsung Galaxy Note 5 มาพร้อม Android 5.1.1 Lollipop ที่ตกแต่งด้วย TouchWiz UI หน้าตาอันคุ้นเคยและใช้งานง่าย ฟีเจอร์ต่างๆ ของ UI ออกแบบมาลงตัวน่าจะถูกใจคนใช้ส่วนใหญ่ครับ ทั้งรูปแบบไอคอน ถาดแจ้งเตือนที่มี Quick settings ปรับแต่งได้ และพวกระบบมัลติทาสก์ที่ทำออกมาดูดีเคลื่อนไหวสมูธครับ
ตัว UI สามารถเปลี่ยนธีมได้หลากหลายแล้วครับ ส่วนตัว Multitask สามารถเปิดแอพพลิเคชั่นแบบ Multi-window ได้ รวมถึงการเปิดในมุมมองแบบ Popup Window ที่ทำให้เล่นได้มากกว่า 2 หน้าต่างพร้อมๆ กันด้วย เปิดทั้ง LINE, Facebook และ Instagram ได้พร้อมๆ กันเลย
Samsung Galaxy Note 5 ยังมีเซ็นเซอร์พิเศษต่างๆ ครบถ้วน โดยมี Heart rate มาให้ด้วยเช่นกันครับที่ด้านหลังรวมอยู่กับไฟแฟลช อื่นๆ ก็มีพวกฟีเจอร์ของ Gesture motion ต่างๆ อย่างรับสายอัตโนมัติเมื่อแนบหู คว่ำโทรศัพท์เพื่อปิดเสียง หรือใช้มือปัดที่หน้าจอเพื่อแคปเจอร์ภาพก็ตาม
ระบบการเชื่อมต่อของ Galaxy Note 5 จัดเต็มครบๆ ครับ รองรับ 4G LTE เป็นซิมเดียว ไม่รองรับ Micro SD ฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง WiFi a/b/g/n/ac Dual-band, WiFi Direct, WiFi Hotspot รวมถึง Bluetooth 4.2 รองรับ NFC และ USB OTG ด้วย ด้าน GPS ก็รองรับ A-GPS, GLONASS และ Beidou ด้วย ทุกอย่างใช้งานได้อย่างดีไม่มีปัญหาเลยครับ
บราวเซอร์เล่นอินเตอร์เน็ตนั้นก็มีทั้งตัวปกติรองรับ HTML5 และ Google Chrome ซิงค์ข้อมูลกับ Google Account ได้ การแสดงผลยอดเยี่ยมบนหน้าจอแบบ Quad HD ที่แสดงผลได้สีสันสดใส คมกริป ประสิทธิภาพเยี่ยมเปิดได้เต็มที่ครับ คือใช้งานได้อย่างเต็มที่ครับ เปิดหลายหน้าต่างก็สบายๆ เลย
เล่นโซเชียลต่างๆ ได้เต็มที่เลยครับ ใช้งานได้ทุกแอพพลิเคชั่นด้านโซเชียลเน็ตเวิร์กบนสโตร์ ซึ่งพิเศษหน่อยก็ตรงที่มันเปิดหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ด้วยฟีเจอร์ Multi-Window หรือ Popup Window นั่นแหละ ใครอยากได้แอพฯ อะไรก็โหลดกันจาก Google Play Store ได้เลย
ปากกา S Pen จัดเป็นคีย์ฟีเจอร์ของ Galaxy Note 5 เลยครับ ซึ่งถูกปรับปรุงมาใหม่ให้ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้นเพียง 74ms พร้อมด้วยฟีเจอร์ Air Command แบบใหม่ ใส่ทางลัดต่างๆ เพิ่มเติมได้ และช่องปากกาก็ออกแบบมาใหม่ให้เรียบเนียนขึ้น กดก้นปากกาให้เด้งแล้วดึงออกมาได้เลย

Air Command แบบใหม่ทำออกมาดูดีขึ้นเป็นสัดส่วนกว่าเดิม เหมือนเปิดมาหน้าใหม่ครับ ของเดิมมี 4 ไอคอนให้ใช้งาน นี่มีแค่ 3 แต่เพิ่มช่องว่างอีก 3 ให้ใส่ทางลัดต่างๆ สามารถเลือกเอาไอคอนแอพพลิเคชั่นที่ชอบเรียกใช้บ่อยๆ หรือชอบใช้กับ S Pen มาใส่ไว้ได้ อื่นๆ ก็ตั้งค่าเปิด/ปิดฟังก์ชั่นได้แบบยืดหยุ่นเลยนะ


ฟีเจอร์ใหม่ๆ ก็มี Screen off Memo ฟีเจอร์ที่เอาไว้จดโน้ตด่วน แค่ชักปากกาออกก็จดได้เลย เวลานึกไอเดียดีๆ ได้ก็ดึงปากกามาจด หรือจะลองเล่น Record sketching บันทึกขั้นตอนการวาดภาพของเราได้ทีละช็อตๆ บน S Note นั่นเอง

ด้าน Smart Select ถูกปรับปรุงมาใหม่ไฉไลกว่าเดิม อย่างแรกเลยที่ชอบคือสามารถเซฟเป็นภาพลง Gallery ได้แล้วนะ ปกติจะต้องไปใส่ไว้ใน Scrapbook เท่านั้นสร้างความหงุดหงิดวุ่นวายเวลาอยากจะเอามาใช้งานเป็นที่สุด ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบการจับ และมีฟีเจอร์ Auto sharps ซึ่งมันสามารถจับภาพเป็นจุดๆ หลายจุดในภาพเดียวได้ คล้ายๆ กับ Magic wand บน Photoshop ได้ด้วยครับ

Screen write ก็ปรับปรุงมาใหม่ โดยเพิ่มฟีเจอร์ Scholl capture ที่แคปหน้าจอยาวๆ อย่างหน้าเว็บไซต์ได้ เลื่อนเป็นหน้าๆ โดยกดที่ Capture more ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ แล้วก็สามารถเขียนโน้ตลงในภาพได้ตามปกติก่อนจะแชร์หรือเอาไปใช้งานได้
อื่นๆ ก็ยังเป็นฟีเจอร์คงเดิมครับ จะเอามาวาดภาพสวยๆ หรือใช้งานควบคู่กับธุรกิจต่างๆ ก็ทำได้ลงตัวหลากหลายวิธีครับ เหมือนผู้ช่วยคนใหม่จะว่างั้นก็ได้ครับ

ประสิทธิภาพเครื่องบอกเลยว่าแจ่มสุดเวลานี้สำหรับซัมซุงแล้วครับ ชิปเซ็ตเป็น Exynos 7420 พร้อม RAM 4GB LPDDR4 และหน่วยความจำภายในเป็นแบบ UFS 2.0 ขนาด 32GB/64GB เขียนอ่านเร็วดั่งใจนึก ฟาดคะแนนไปเหนาะๆ 65,000 คะแนนแรงเหลือๆ เลยทีเดียว ในแง่การใช้งานก็น่าประทับใจครับ
เอามาใช้งานดูหนังก็ทำได้เยี่ยมเลย หน้าจอใหญ่ ภาพคมกริป มุมมองหน้าจอเยี่ยม ทำงานบนเครื่องประสิทธิภาพสูง เล่นไฟล์ Full HD สบายๆ ลื่นๆ โหลดไว ตัวเครื่องเล่นก็รองรับพวก .mkv หรือไฟล์แบบ 4K ก็เล่นได้ครับ ระบบเสียงก็ยังถือว่าโอเคนะ
เล่นเกมส์บอกได้เลยว่าแทบทุกเกมส์ โหลด Real Racing 3 มาซิ่งเพลินๆ ภาพกราฟฟิคไหลลื่นดีมาก คาดว่าพวกเกมส์ 3 มิติดังๆ คงเล่นได้สบายๆ ไม่ระคายเคืองประสิทธิภาพเครื่องแน่นอน
แบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Note 5 แอบดีใจตอนได้ยินข่าวลือว่ามันจะมีแบตขนาด 4,000 mAh แต่สุดท้ายก็มาหักอกกันได้ แบตมาแค่ 3,000 mAh ถ้วนๆ ถอดเปลี่ยนไม่ได้ครับ แต่ลองใช้งานแล้วประสิทธิภาพถือว่าดีกว่าที่คาดเอาไว้ ตัวเครื่องมีการจัดการด้านพลังงานได้ดีนะ คือใช้งานหนักๆ เอาจริงก็ลดลงพอสมควร แต่ใช้งานทั่วไปผมใช้อยู่ได้บางวันก็เกือบข้ามวันนะ 9-12 ชั่วโมง แต่ช่วงเล่นเกมส์หนักๆ 6-7 ชั่วโมงก็ร่วงได้เหมือนกันครับ
กล้องถ่ายภาพจะเห็นได้ว่าสเปคเหมือนกับตัว Galaxy S6 ที่ใช้เลนส์ 16 ล้านพิกเซล F1.9 เหมือนกัน กล้องหน้าก็ 5 ล้านพิกเซล F1.9 เช่นกันครับ โดยตัวกล้องหลักมี OIS ด้วย ซึ่งตรงนี้ทางซัมซุงบอกไว้เลยว่ากล้องน่ะถ่ายที่มืดได้ดี และโฟกัสได้ไวกว่าเก่ามาก!! รอบนี้ออกแบบมายังเลนส์นูนอยู่หน่อยแต่ไม่เยอะเท่ากับ Galaxy S6 ส่วน UI กล้องก็ทำงานได้รวดเร็วไร้ที่ติ ส่วนการเรียกฟีเจอร์กล้องก็ง่ายๆ กดปุ่ม Home สองทีขณะปิดหน้าจออยู่ก็เปิดกล้องได้ในเสี้ยววินาทีครับ
ฟีเจอร์กล้องเพียบ!! เอาสะดวกก็โหมด Auto ซึ่งปรับให้อย่างชาญฉลาดจริง ถ่ายภาพยังไงก็สวย จะย้อนแสง จะถ่ายที่มืดได้หมด มีฟีเจอร์ Real-time HDR ที่แสดงผลให้เห็นก่อนที่ถ่ายเลย รวมถึงโหมด PRO ที่สามารถปรับเปลี่ยนพวก White Balance ได้ตามที่ต้องการ รวมถึงพวกโหมดสี, ระยะโฟกัส, ISO, ชัตเตอร์สปีด และการชดเชยแสง

ฟีเจอร์อื่นๆ ก็จะมีพวก Selective focus, Panorama หรือ Food shot ซึ่งดาวน์โหลดฟีเจอร์กล้องเพิ่มเติมกันได้ครับ ตัว Galaxy Note 5 มีให้โหลดครบทุกฟีเจอร์เลย
ภาพปกติ
ภาพกลางคืน
คุณภาพของภาพถ่ายบอกเลยว่าสวยจับใจนะ ภาพที่แสดงตอนจะถ่ายกับตอนที่กดชัตเตอร์ไปแล้วคนละเรื่องเลย ภาพออกมาดูดีกว่าที่เห็น – -” เหมือนซอฟท์แวร์ประมวลผลออกมาให้คมๆ ชัดๆ ครับ ภาพถ่ายกลางคืนก็ทำได้ดี ต้องโฟกัสวัดแสงดีๆ ภาพออกมาสวยแน่นอน
สรุป Samsung Galaxy Note 5 คือเรือธงที่น่าเป็นเจ้าของมากกกก เอาตรงๆ ผมรู้สึกชอบรุ่นนี้มากกว่าตัว Samsung Galaxy S6 edge+ ที่เปิดราคามาแรงกว่าเสียอีก ฟีเจอร์มันได้ใช้งานหลากหลายกว่าด้วยปากกา S Pen บอดี้ก็สวยกันคนละแบบครับ ตัว S6 edge+ นั้นขายเรื่องของจอ Dual edge ที่เหลือสเปคแทบเหมือนกันหมด รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ด้วย ดังนั้น Note 5 จึงดูจะถูกใจผมมากกว่าครับ
Samsung Galaxy Note 5 ยังคงราคาอยู่ที่ 25,900 บาท แต่ก็ทำโปรโมชั่นกับทางโอเปอเรเตอร์เป็นส่วนลดหนักๆ หรือซื้อพร้อมแพ็คเกจเจ๋งๆ มากมาย แนะนำว่าให้ลองสอบถามตามโอเปอเรเตอร์ต่างๆ ดูก่อน รวมถึงพวกโปร Cash Back ของบัตรเครดิตด้วย ช่วง Thailand Mobile Expo 2015 Showcase ที่ผ่านมาต้องบอกว่าจัดหนักจริงๆ นะ ^^
















































