Samsung Galaxy Nexus I9250

โดย admin | 21 ธันวาคม 2554 เมื่อ 01:13 น. | อ่าน 1,422

รูปทรง และการออกแบบ


Galaxy Nexus ด้านตัวเครื่อง “ไร้ปุ่ม โดดเด่นด้วยความโค้ง”

Galaxy Nexus มาพร้อมสัดส่วน 135.5 x 67.9 x 8.9 มม. เป็นโทรศัพท์สูงผอมบางมาก น้ำหนักแค่ 135 กรัม ตัวเครื่องถูกออกแบบมาคล้ายๆกับ Nexus S คือมีความโค้งของเครื่องรวมถึงหน้าจอก็โค้งไปด้วยสวยงามเลยทีเดียว ตัวเครื่องเองด้านบนจะบางและไล่ลงมาล่างจะเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ มีส่วนโคงด้านล่างเหมือนเดิมและการมีส่วนโคงที่ว่านี่ช่วยให้เข้ากับมือได้ดีขึ้นมาลื่น ฝาหลังเองก็จะช่วยให้ไม่ลื่น แต่เท่าที่ผมลองนี่มันลื่นกว่า Samsung รุ่นอื่นๆอย่าง Galaxy S II เป็นต้น อาจจะเพราะฝาหลังยังทำได้ไม่หนืดพอ

วัสดุรอบๆเครื่องก็อย่างว่า Samsung พลาสติกจัดเต็มเลย แต่การประกอบแน่มาก โดยรวมแล้วพลาสติกแบบนี้ก็ดูหรูหราได้เหมือนกันเวลาจับแล้วรู้สึกดีไม่ต่างจาก Galaxy S II เลย

หน้าจอของ Galaxy Nexus มาที่ขนาด 4.65 นิ้วแบบ Capacitive Super AMOLED ความละเอียดแบบ HD ที่ 1280×720 พิกเซล ตาม Spec บอกชัดว่ามีความละเอียดพิกเซลที่ 326 ppi แต่จริงๆแล้ว Galaxy Nexus หรือจะบอกง่ายๆว่าส่วนใหญ่อุปกรณ์ของ Samsung ทั้งหมดจะใช้เป็นเทคโนโลยี PenTile (Sub-Pixel มีแค่ 2 ปกติต้องใช้เป็น 3) ทำให้ถ้าเทียบจริงๆ Galaxy Nexus มีขนาด ppi แค่ 200 ppi เท่านั้นเรียกว่าห่างกับ Retina Display ของ iPhone 4/4S อีกหลายขุมนัก แต่ดูโดยรวมแล้วหน้าจอก็ถือว่าความละเอียดสูงมากๆแล้วหากมองด้วยตาเปล่าๆ ใกล้ๆภาพก็ยังดูเนียนสวยอยู่แต่ก็ยังสู้ iPhone ไม่ได้

หน้าจอ Super AMOLED HD ที่มีบน Galaxy Nexus นี้ก็แสดงผลได้ดีจริงๆสมชื่อ Samsung สีดำก็ดำแบบสนิทลึกมากพอเป็นสีหรือแสงก็สว่างมากเลยทีเดียว บวกกับความละเอียดหน้าจอที่สูงทำให้แสดงผลโดยรวมแล้วต้องบอกว่าผลออกมาทำได้ดีเยี่ยมจริงๆ

ที่สำคัญเลยก็คือ Galaxy Nexus นั้นมาพร้อมกับ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ทำให้มันไม่มีปุ่มควบคุมแล้วการทำงานจะเหมือนกับ Honeycomb Tablet ทั่วๆไปคือมีปุ่มแบบ Virtual แสดงผลด้านล่างแทน ซึ่งกินหน้าจอไป 5 มม. หน้าจอใช้จริงๆก็จะหดลงมาเหลือราวๆ 4.3 – 4.4 นิ้วจาก 4.65 นิ้ว โดยปุ่มทั้ง 3 เรียงกันจากซ้ายไปขวาก็คือปุ่ม Back, Home และ Task Button (ปุ่ม Menu จะแสดงผลก็ต่อเมื่ออยู่ในโปรแกรมต่างๆแต่จะอยู่ด้านมุมขวาบนหรือขวาล่างอันนี้แล้วแต่โปรแกรมนั้นๆ)

ด้านหน้าของตัวเครื่องนอกจากหน้าจอ 4.65 นิ้วแล้วส่วนบนจะมี Sensor อย่าง Ambient light และ Proximity ไว้คุมแสงและใช้งานในระหว่างคุยโทรศัพท์หรือ Gesture ต่างๆ ถัดมาจะมีกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลซึ่งสามารถทั้งถ่ายภาพหรือวีดีโอก็ได้โดยที่ระบบ Auto Focus และแน่นอนมีลำโพงเอาไวคุยโทรศัพท์ ส่วนด้านล่างนั้นนอกจากจะมีปุ่มแบบ Virtual ที่บอกไปแล้ว ด้านล่างที่เหลือก็จะมีไฟ Notification กลมๆกระพริบช้าๆเมื่อมีพวกข้อความต่างๆ/มีสายไม่ได้รับ/แบตเตอรี่อ่อน

ด้านบนของตัวเครื่องต้องบอกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่คือไม่มีทั้งปุ่มและช่องเสียบหูฟังเลยเรียบๆและเป็นส่วนที่บางและสวยที่สุดของเครื่องเลยก็ว่าได้

ด้านล่างของเครื่องเนื่องจากด้านบนไม่มีอะไรเลยแต่มันถูกย้ายมาด้านล่างหมดก็คือช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และช่องเชื่อมต่อ MicroUSB ที่เอาไว้ชาร์ตหรือต่อคอมพิวเตอร์และช่องไมค์ไว้สนทนา

ด้านขวาของเครื่องมีปุ่ม Power, Lock/Wake อยู่ตำแหน่งบนตามสไตล์โทรศัพท์ Samsung ในเกือบจะทุกๆรุ่น ถัดมาจะมีขาทองแดง 3 ขาเอาไว้เชื่อมต่อกับ Dock ถ้าซื้อมาใช้งาน

ด้านซ้ายของเครื่องมีปุ่ม Volume Rocker เพิ่ม/ลดเสียงอย่างเดียว

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องขนาดความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash อยู่ด้านบนตรงกลางมุมบนขวาจะมีไมค์ตัดเสียงซ่อนอยู่ ด้านล่างจะมีลำโพง Speaker/ฟังเพลง/เสียงอื่นๆ

ฝาหลังแกะออกมาได้ง่ายมากด้านบนมีร่องให้แกะออกมาได้ดึงง่ายและฝาหลังก็ตามระเบียบบางได้ใจมากและหักได้ง่ายๆถ้าคิดจะหักมัน เหมือน Galaxy S II เลยแต่เอาจริงๆแล้วฝาหลังนี่มันยืนหยุ่นได้มาก ถ้าไม่ไปหักไปงอมันมากก็ไม่หักหรอกครับ การใส่ฝาหลังก็ทำได้ไม่ยากเหมือนการแกะ ด้านในยังคงเก็บรายละเอียดได้ดีเหมือน Galaxy S II และ Galaxy Note มุมบนขวามีช่องใส่ซิมไม่จำเป็นต้องถอดแบตเตอรี่ก่อน แต่ตัวเครื่องนั้นไม่สามารถใส่ MicroSD Card ได้นะครับโดยความจุปกติก็อยู่ที่ 16GB เท่านั้น

แบตเตอรี่ที่ให้มามีขนาด 1,750 mAh ถือว่ามากพอสมควรแต่ขนาดหน้าจอก็ใหญ่ตามไปด้วยก็ต้องมาทดสอบกันอีกทีว่าจะใช้งานได้ยาวนานเท่าไร

About Author

admin

admin