ระบบเสียง

ระบบเสียงของ Samsung Galaxy Mega 6.3 นั้นผมว่าลำโพงของเครื่องและการปรับแต่งเสียงทำออกมาได้ค่อนข้างดี สมกับเป็น Samsung ซึ่งทำเรื่องเสียงได้ค่อนข้างดีมากๆในช่วงหลังๆ ทั้งเสียงเพลงหรือเสียงริงโทนต่างๆค่อนข้างดังและน่าประทับใจ เสียงชัดไม่แตกครับ การฟังเพลงผ่านหูฟังเท่าที่ทดสอบดูพบว่าเสียงค่อนข้างนุ่มและดัง ซึ่งถ้าว่ากันในเรื่องรายละเอียดแล้วอาจจะไม่ได้เทพมากนักแต่ก็ถือว่าอยู่ในมาตรฐานที่ดีอันนึงครับ

สิ่งที่ขัดใจในการฟังเพลงมากที่สุดของเครื่องนั่นก็คือ Gesture ที่คว่ำเครื่องแล้วเพลงหยุดเล่นเอง อันนี้ผมว่ามันแปลกๆ แค่คว่ำเครื่องก็เพลงหยุด แต่ลำโพงของเครื่องอยู่ด้านหลัง เวลาฟังเพลง ถ้าเปิด Gesture นี้อยู่จะทำให้คว่ำเครื่องหงายลำโพงขึ้นมาเวลาฟังเพลงทำไม่ได้ ก็เป็นเรื่องแปลกครับไม่เข้าท่าซะเลย (คว่ำเครื่องบนอากาศก็ดับนะครับ)





เมนูเพลงบน Mega 6.3 แบ่งเป็น 2 โปรแกรมมีส่วนของ Play Music ของ Google และ เพลง ของทาง Samsung เอง ทั้ง 2 โปรแกรมหน้าที่เหมือนกันคือ เอาไว้เล่นเพลงทั้ง 2 โปรแกรมแตกต่างกันในเรื่องของรูปร่างหน้าตาโปรแกรม ส่วนในเรื่องของฟังก์ชันนั้นตัวโปรแกรมเพลงของ Samsung มีลูกเล่นที่หลากหลายกว่าทั้ง Music square ที่เลือกเพลงอัตโนมัติตามอารมณ์ที่เราต้องการ, SouldAlive ที่ปรับแต่งโหมดเสียงให้ตรงตามต้องการและโหมดเปิดเพลงอัตโนมัติ เป็นต้น
GPS, แบตเตอรี่และความสามารถอื่นๆ

ระบบ GPS ของ Samsung Galaxy Mega 6.3 ทำได้ค่อนข้างดี ใช้เวลาไม่นานก็สามารถค้นหาตำแหน่งที่แม่นยำได้ โดยเฉลี่ยใช้เวลาแค่ 10 วินาทีเท่านั้น มีระบบเข็มทิศทุกอย่างพร้อม สามารถเอาไว้ค้นหาสถานที่หรือนำทางได้

โปรแกรม Google Maps พออัพเดทเป็นเหมือนของ iOS แล้วเจ๋งขึ้นพอสมควร ทั้งการค้นหาเส้นทางที่ทำได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงรูปแบบ Interface ที่ดูดีสวยงามขึ้น นอกจากนี้ก็ยังสามารถเลือกแสดงผลการจราจรในกรุงเทพและดูแผนที่แบบดาวเทียมได้ทันทีครับ

แบตเตอรี่ของ Mega 6.3 มีมาให้ขนาด 3,200 mAh ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร แต่ก็เหมาะสมกับหน้าจอขนาดใหญ่แบบนี้ ซึ่งจากการที่ทดสอบใช้งานดูพบว่าแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้จริงราวๆ 1 วันทำการหรือเอาจริงๆก็ประมาณ 8-10 ชั่วโมง ถ้าเล่นทั่วๆไป แต่ถ้าเล่นหนักๆหน่อยก็น่าจะเหลือราวๆ 6-7 ชั่วโมงครับ ในภาพรวมต้องบอกว่าแบตเตอรี่ของ Mega 6.3 นั้นใช้ได้

การมาพร้อมหน้าจอที่ใหญ่จึงมีการใส่ความสามารถ One hand operation เหมือนกับ Galaxy Note 2 เข้ามาด้วย ทำให้สามารถใช้งานโทรศัพท์และเครื่องคิดเลข ได้ง่ายขึ้นมาก


Keyboard ที่ติดมากับเครื่องต้องบอกว่าเป็นคีย์บอร์ดธรรมดาๆของ Samsung ที่มีมาปกติอยู่แล้ว ตัว Keyboard เองสามารถปรับเป็นขนาดเล็กและสามารถเลื่อนไปมาได้ทำให้เปลี่ยนรูปแบบลักษณะการพิมพ์ได้ นอกจากนี้ยังมีการพ่วงความสามารถ Handwriting recognition มาให้ครบเครื่อง ใช้ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งทั้ง 2 ภาษาสามารถเขียนเป็นประโยคได้เลยไม่จำเป็นต้องทีละตัวอีกต่อไปครับ




ความสามารถพิเศษบนเครื่องสไตล์ Samsung อันนี้ที่จริงทาง Samsung ได้ใส่เข้ามามากพอสมควรไม่ว่าจะเป็น
– Air view ไว้เลือกดูภาพหรือ Preview ภาพ/ข้อความ/วีดีโอ ได้ทันทีโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ
– Smart Stay ที่จะไม่ดับหน้าจอถ้าเรามองหน้าจออยู่
– S Beam เอาไว้ส่งไฟล์กับ Android ด้วยกันผ่านเทคโนโลยี NFC+Wi-Fi Direct ทำให้ส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
– Smart Alert การแจ้งเตือนด้วยการสั่นหลังจากการหยิบเครื่องขึ้นมาจากพื้น
– Direct Call และคว่ำเครื่องเพื่อปิดเสียงหรือเพลงได้ทันทีครับ


Samsung WatchOn ส่วนโปรแกรมนี้เองไว้ควบคุมอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆในบ้าน เช่น TV, Set Top Box, เครื่องเล่น DVD, Blu-ray, AV, Projector และ DLNA โดยทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็นห้องครับ ทำให้ง่ายต่อการตั้งค่ากับอุปกรณ์ต่างๆครับ


Group Play ส่วนนี้เองไว้แชร์การเล่นเพลง, ภาพ, เอกสารและเกม กับ Samsung Galaxy รุ่นอื่นๆที่รองรับความสามารถนี้ได้ เหมือนกับของ Galaxy S4 เลยครับ