ปนะสิทธิภาพและ User Interface



Samsung Galaxy Mega 5.8 มาพร้อมกับ Android 4.2 Jelly Bean เรื่องหน้าตา Interface ยังใช้เป็น TouchWiz UX เหมือนกับของ Galaxy S4 ทำให้มีความสามารถไม่ต่างกันทั้งเรื่องสีสันและเรื่อง Widget ส่วนเรื่องความเร็วยังคงไหลลื่นและดูน่าใช้งาน บวกกับความง่ายและไม่ซับซ้อน ซึ่งยังคงความสามารถของ Android เอาไว้แบบเดิม


หน่วยประมวลผลของเครื่องใช้เป็น CPU Dual-Core 1.4GHz (Cortex-A9) โดยเป็น CPU จาก Broadcom BCM28155 และใช้ GPU เป็น Videocore IV เหมือนกับตัว Samsung Galaxy Grand เลยครับ ตรงนี้เองทำให้มันดูไม่โดดเด่นเท่าไรนัก เหมือนแค่ปรับ Galaxy Grand ให้จอใหญ่กว่าเดิมเท่านั้น


RAM ที่ติดตามกับเครื่องตาม Spec บอกว่า 1.5GB แต่ว่าเอาจริงๆแล้วเหลือให้ใช้งานแค่ 303MB เท่านั้น แถม RAM ในระบบจริงๆก็เหลือให้แค่ 1GB เท่านั้นหายไปหลาย MB อยู่เหมือนกัน แต่ในภาพรวมยังสามารถใช้งานได้ไหลลื่นไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย การเปิดโปรแกรมต่อเนื่องใช้งานไปเรื่อยๆก็ไม่ได้รู้สึกเลยว่ามันช้าหรือมันหน่วงจนแบบว่ารับไม่ได้

หน่วยความจำภายในมีให้มา 8GB ซึ่งเหลือให้ใช้งานจริงประมาณ 4.5GB ซึ่งก็ถือว่าไม่มากไม่น้อยพอที่จะใช้งานทั่วๆไปได้ นอกนั้นถ้าจะนำไฟล์วีดีโอหรือเพลงลงไปก็ใช้เป็น microSD card แทนครับ
สัญญาณโทรศัพท์และระบบการเชื่อมต่อ



Samsung Galaxy Mega 5.8 เป็น Smartphone 2 ซิม ใช้งานเป็น microSIM ทั้งคู่ การทำงานเป็นแบบ Dual-Active เลยครับ ทำให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 SIM เวลาโทรเข้ามาพร้อมกัน 2 เบอร์ก็จะรับรู้อีกเบอร์ที่โทรเข้ามาอีกซิมได้ทันที ตัวเครื่องที่รองรับ 2 ซิมนี้เองทำให้เป็นข้อแตกต่างที่ทำให้มันดูเหนือกว่า Mega 6.3 พอสมควร ส่วนเรื่องการจับสัญญาณโทรศัพท์ของ Galaxy Mega 5.8 ต้องบอกเลยว่าจับได้ในระดับกลางๆ แต่ค่อนข้างที่จะเสถียรมากเลยทีเดียว โดยซิมที่ทดสอบใช้เป็นค่าย TrueMove H ครับ
* ทั้ง 2 SIM สามารถเลือกใช้ 3G ได้ทีละซิม

การจับสัญญาณ Wi-Fi ดูแกว่งเล็กน้อยแต่ไม่มาก แต่ก็พบปัญหา Drop ของสัญญาณเหมือนกันถ้าเอามือจับเครื่อง และที่จริงแล้วมันยังรับสัญญาณได้ค่อนข้างอ่อนกว่ารุ่นอื่นที่วางข้างๆกันอีกด้วย ซึ่งโดยรวมทำให้ผมมองว่า Wi-Fi คือจุดอ่อนของเครื่องเหมือนกันครับ