Samsung Galaxy J2 วางขายอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มี 3 สีคือ ขาว/ดำ/ทอง สวยๆ เก๋ๆ ราคาเพียง 4,990 บาท ซึ่งรองรับ 4G LTE และระบบสองซิมด้วย ทั้งยังใช้หน้าจอแบบ Super AMOLED สวยๆ อีกด้วยนะ โดยยังชูจุดเด่นกล้องหน้าเซลฟี่ได้สวย 8 ระดับด้วย จัดว่าน่าสนใจไม่เบาในตลาดล่างครับ
สำหรับ Samsung Galaxy J2 มาพร้อมหน้าจอแบบ Super AMOLED 4.7″ qHD (540 x 960 พิกเซล) ใช้ชิปเซ็ต Exynos 3475 Quad-core 1.3 GHz พร้อมด้วย RAM 1GB, ROM 8GB รองรับ Micro SD โดยจะใช้ซอฟท์แวร์ตัวใหม่ระบบ Android 5.1.1 Lollipop ตกแต่งด้วย TouchWiz UI
ส่วนกล้องนั้นเป็นเซ็นเซอร์ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล Auto focus กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล มีโหมด Beauty face ปรับได้ 8 ระดับ ส่วนระบบเชื่อมต่อก็ครบๆ รองรับ 4G LTE พร้อมระบบสองซิมการ์ด มีวิทยุ FM และรองรับ USB OTG ด้วยครับ ด้านแบตเตอรี่ความจุ 2,000 mAh
– Super AMOLED 4.7″ qHD
– Exynos 3475 Quad-core 1.3 GHz
– RAM 1GB, ROM 8GB รองรับ Micro SD
– Android 5.1.1 Lollipop ตกแต่งด้วย TouchWiz UI
– กล้องหลัก 5MP Auto-focus พร้อมแฟลช
– กล้องหน้า 2MP + Beauty face 8 ระดับ
– รองรับ 4G LTE, Dual SIM, USB OTG
– แบตเตอรี่ 2,000 mAh
สำหรับ Galaxy J2 ถือเป็นน้องใหม่สุดของตระกูลครับ หลังจากมีทั้ง Galaxy J1, J5 และ J7 ออกมาก่อนหน้าแล้ว รุ่นนี้บอกได้เลยว่าสเปคคุ้มครับ ราคาเปิดมาแค่ 4,990 บาท แต่รองรับ 4G และระบบสองซิม พร้อมด้วยหน้าจอคุณภาพอย่าง Super AMOLED อีกด้วย!
Samsung Galaxy J2 ขนาดเล็กกระทัดรัดสุดในสามรุ่นที่ถ่ายมาให้ดู พกพาง่าย หน้าจอสดใสเหมือนกันครับ น้ำหนัก และขนาดถือพอเหมาะไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ด้วยหน้าจอ 4.7″ qHD บอดี้บางกระชับ
หน้าตาของเครื่องทั้งสามรุ่นต้องบอกว่าคล้ายกันหมดอาจมีจำผิดจำถูก ให้จำที่ขนาดครับ แต่สำหรับ Galaxy J2 จะแตกต่างจากรุ่นพี่ทั้งสองรุ่นตรงที่ไม่มีไฟแฟลชกล้องหน้านั่นเอง มีแค่เลนส์กล้องกับเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมลำโพงสนทนา ใต้หน้าจอเป็นปุ่ม Home แบบฮาร์ดแวร์ พร้อมด้วยปุ่ม Multitask และ Return
ขอบข้างนี่เหมือนกันเป๊ะครับ ขอบโครเมียมโค้งมน ด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมเสียง ด้านขวาปุ่มพาวเวอร์ และร่องงัดฝาหลัง ตอนปิดฝาหลังนี่กดให้สนิททุกมุมนะครับ ตามในรูปผมแปะไม่สนิท ฮ่าๆ
ขอบบนและล่าง Galaxy J2 แตกต่างจากสองรุ่นพี่หน่อยคือย้ายเอารูหูฟังมาไว้ด้านบนครับ ด้านล่างจะมีแค่รูไมโครโฟน และพอร์ท Micro USB ลักษณะมีเขี้ยวโค้งๆ บนและล่างด้วย
ด้านหลังแตกต่างกันชัดเจนหน่อยตรงที่ฝาหลังมีสกรีน 4G เข้าไปด้วย และเนื้อฝาหลังเป็นลายหนังหน่อย ส่วนรุ่นพี่ทั้งสองรุ่นเป็นผิวด้านสีมุกครับ มีเลนส์กล้องหลักพร้อมแฟลช และช่องลำโพงหลักด้วย
ฝาหลังงัดจากด้านข้าง ภายในมีแบตเตอรี่ พร้อมช่องใส่ Micro SIM1 และ Micro SD รวมถึง Micro SIM2 ด้วย
หน้าจอเป็น Super AMOLED 4.7″ qHD 540 x 960 พิกเซล ขนาดกำลังดี แต่เป็นหน้าจอที่ให้สีสันได้สด สวยสมชื่อ หน้าจอไม่มีปรับแสงอัตโนมัติ แต่มีโหมด Outdoor สำหรับใช้งานกลางแจ้ง ซึ่งจะเร่งแสงแบ็คไลท์สูงขึ้นทำให้ใช้งานได้สะดวกดีครับ มุมมองหน้าจอก็ดี ระบบสัมผัสแม่นยำตอบสนองไว
ซอฟท์แวร์ภายในไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ เป็น Android 5.1.1 Lollipop ตกแต่งด้วย TouchWiz UI เหมือนเดิม ทุกอย่างทำออกมาดูดีแบบมือถือระดับกลางๆ ฟีเจอร์ต่างๆ เพียบพร้อมดี UI เคลื่อนไหวตอบสนองโอเคเลย Multitask สามารถปิดทีเดียวหมดได้ Notifications ก็มี Quick settings ปรับแต่งได้ตามที่ชอบ และหน้าจอหลักก็ใส่ Widgets ต่างๆ ได้
ระบบเชื่อมต่อ Galaxy J2 ถือว่าให้ฟีเจอร์มาคุ้มค่ากับราคาเพียง 4,990 บาทนะ รองรับ 4G LTE และมีระบบสองซิมการ์ดด้วย ซึ่งเป็นแบบ Dual SIM Always ON การเชื่อมต่อข้อมูลมีระบบ Smart network switch สลับเปลี่ยนระหว่าง data กับ WiFi ได้เมื่อการเชื่อมต่อแบบใดมีประสิทธิภาพมากกว่า ใครไม่ชอบก็ปิดได้ อื่นๆ ก็มี WiFi Direct, Hotspot และ Bluetooth 4.1 รวมถึง USB OTG ด้วยนะ!! อ้อมีวิทยุ FM Radio ด้วยล่ะ
บราวเซอร์เล่นเน็ต Galaxy J2 ก็ทำงานได้ดีกับ Google Chrome เปิดหลายหน้าต่างได้ โหลดได้ไวโอเคครับ การตัดคำ หรือเล่นภาพเคลื่อนไหวถือว่ายังพอทำได้ ตัวเครื่องสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้จาก Google Play Store ด้วย
ด้านโซเชียลเน็ตเวิร์กเล่นได้ครบเลยทั้ง Facebook, LINE และ Instagram รวมถึงอื่นๆ ที่สามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้อีกเพียบ เท่าที่ลองใช้งานมายังไม่เจอปัญหาใดๆ ครับ
ประสิทธิภาพเครื่องถือว่าพอใช้ครับ Samsung Galaxy J2 ใช้ชิปเซ็ตรุ่นล่างอย่าง Exynos 3475 เป็น Quad-core 1.3GHz และยังเป็น 32-bit อยู่ ใช้ชิปประมวลผลกราฟฟิคเป็น Mali-T720 ซึ่งประสิทธิภาพยังไม่ได้สูงมากนัก ทำออกมาให้ใช้งานได้ดีบนระบบของเครื่อง RAM 1GB, ROM 8GB แต่รองรับ Micro SD เพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 128GB ทดสอบ AnTuTu บนหน้าจอ qHD ทำคะแนนได้ระดับ 2 หมื่นถือว่าใช้ได้
เอามาเล่นเกมส์อาจจะยังไม่ได้ใช้งานดีมากนัก แต่เล่นได้ครับอย่างเกม Dream League Soccer ภาพไม่ได้สมูธเหมือนรุ่นใหญ่ แต่ไม่ได้กระตุกจนเล่นไม่ได้ ถือว่าเล่นได้เพลินๆ เลยนะบนหน้าจอสวยๆ และมือถือราคาเพียง 4,990 บาท
ดูหนังก็เหมือนกัน ไฟล์ HD 720p เล่นได้สบายๆ หรือจะดูจาก YouTube ก็ถือว่าสะดวกสำหรับยุคนี้ เพราะเครื่องรองรับ 4G LTE ด้วย ส่วนตัวเดี๋ยวนี้ผมชอบดูหนังออนไลน์นะ ไม่ต้องมาโหลดให้เสียเวลาดูกันสดๆ ทั้งบน iFlix หรือบริการดูหนังออนไลน์อื่นๆ
แบตเตอรี่ของ Galaxy J2 ความจุ 2,000 mAh สำหรับมือถือเครื่องเท่านี้ หน้าจอไม่ใหญ่มากก็ถือว่าพอเหมาะพอควร เพราะตัวเครื่องรองรับ 4G LTE และระบบ Dual SIM Always ON ด้วย เท่าที่ลองใช้งานมาแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้นานพอสมควรครับ บางครั้งอยู่ได้ราวๆ 12 ชั่วโมง ใช้หนักๆ ก็ 7-8 ชั่วโมงครับ มีระบบ Ultra power saving ให้ใช้งานด้วย อยู่ได้นานเลยทีเดียว
กล้องถ่ายภาพรุ่นนี้ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล Auto focus และมี LED Flash ครับ คุณภาพกลางๆ นะมี Touch focus, Face detection ด้วยครับ โหมดต่างๆ ก็มีแบบพื้นฐานมาให้
UI ทำงานเรียบๆ ไม่ซับซ้อน และเคลื่อนไหวได้เร็วโอเคเลย มีพวกโหมด Panorama, Brust shot และ Sport รวมถึงโหมด PRO ด้วย แต่จะปรับได้แค่ White balance, ISO และการชดเชยแสง ตัวกล้องสามารถตั้งเวลาถ่ายได้ ใส่เอฟเฟ็คต์สีต่างๆ ได้เช่นกัน
ตัวอย่างภาพจากกล้อง
กล้องหน้าเป็นเลนส์ 2 ล้านพิกเซล รุ่นนี้ไม่มีแฟลชมาให้ แต่ก็ให้โหมด Face detection มาให้ 8 ระดับปรับเอาตามความต้องการได้เลย สวยฟรุ้งฟริ้งถูกใจสาวๆ แน่นอนครับ
สรุปแล้ว Samsung Galaxy J2 คือสมาร์ทโฟนทางเลือกสำหรับตลาดล่างที่น่าสนใจมากกก ราคาแค่ 4,990 บาท แต่ได้ฟีเจอร์ดีๆ รองรับ 4G LTE ด้วย หน้าจอก็สวยแบบ Super AMOLED ไม่ใช่ไก่กา การใช้งานโดยรวมถือว่าดีพอตัวครับ เหมาะสำหรับทุกวัยที่อยากสัมผัส 4G ในราคาไม่เกิน 5 พันบาท ลูกเล่นต่างๆ ไม่ต่างจากรุ่นพี่อย่าง J5 มากนักครับ เอาเป็นว่าอยากให้ไปลองเล่นเครื่องจริงกันก่อนที่ Samsung Brand Shop หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายต่างๆ มีให้เล่นแน่นอนครับ
จุดเด่น
– หน้าจอสวยแบบ Super AMOLED
– รองรับ 4G LTE และ Dual SIM Always ON
– กล้องหน้าปรับสวย 8 ระดับ
– รองรับ USB OTG และ Micro SD
– ราคาเปิดตัว 4,990 บาท






































