กล้องถ่ายภาพและวิดีโอ


ตัวกล้องถ่ายภาพของ Samsung Galaxy Core นั้นมีเลนส์ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash รองรับ Auto Focus, Touch Focus, Face detection และตรวจจับรอยยิ้มครับ ซึ่งตัวอินเตอร์เฟซนั้นจะเหมือนๆ กับซัมซุงสมาร์ทโฟนตัวอื่นๆ เรียบๆ แต่ฟังก์ชั่นเพียบครับ มีโหมดถ่ายปกติ ถ่ายต่อเนื่อง พานอราม่า สไมล์ช็อต และแชร์ภาพให้คู่หูที่เป็นซัมซุงกาแล็คซี่เหมือนกันด้วย นอกจากนี้ยังติดกล้องหน้า VGA มาให้ใช้งานด้วย


ฟังก์ชั่นกล้องตอบสนองได้ดี ทำงานไม่ซับซ้อน ปรับแต่งอะไรได้สะดวกเข้าใจง่ายดีครับ สามารถย้ายฟังก์ชั่นที่ชอบใช้ออกมาไว้เมนูด้านนอกได้ด้วยการแตะไอคอนค้างแล้วลากไปใส่ด้วยครับ
ตัวอย่างภาพถ่าย
คุณภาพของภาพสำหรับกล้อง 5 ล้านถือว่าใช้ได้เลย เพียงแต่ไม่ได้คมชัดมากเท่าไหร่ การถ่ายใต้แสงไฟนีออนดูเหมือนภาพจะดูฟุ้งๆ ทำให้สีดูอ่อนลงไปหน่อยครับ แต่กลางแจ้งภาพออกมาได้ดีพอสมควร

การถ่ายวิดีโอ Samsung Galaxy Core รองรับการถ่ายระดับ 480p @ 30 fps ครับอินเตอร์เฟซก็ดูเหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง ซึ่งสามารถปรับความละเอียด ปรับแสง และตั้งเวลาถ่ายได้ด้วย ซึ่งคุณภาพของวิดีโอที่ได้ก็จัดว่าดีนะครับ ภาพดูสมูทดี แต่ความละเอียดจะไม่สูงเท่านั้นเอง สีสันก็น่าอใจนะ
ผลทดสอบประสิทธิภาพและแบตเตอรี่

ตัวเครื่องใช้ชิปเซ็ต Snapdragon S4 ซีพียู dual-core 1.2 GHz มี RAM 1GB และรันบน Android 4.1.2 ซึ่งผลทดสอบก็ไม่ได้หวือหวา แต่จัดว่าอยู่ในข่ายของสมาร์ทโฟนที่มีพลัง ทำงานได้ดีครับ ที่ลองใช้มาก็ไหลลื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร ใช้งานหนักได้ดีด้วยซ้ำไป ยกเว้นแอพฯ ใหญ่ๆ จะหน่วงบ้างนิดหน่อยครับ

ส่วนแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Core นั้นมีขนาด 1,800 mAh ซึ่งที่ลองใช้งานมาก็ถือว่าทำงานได้ปานกลาง ไม่ถึงกับทนทานถูกใจ แต่ก็ไม่ได้วูบไวจนน่าปวดหัว สืบเนื่องมาจากตัวเครื่องเองก็รองรับระบบสองซิมการ์ดออนไลน์พร้อมกัน แล้วยังรองรับ 3G ทั้งสองซิมด้วยอีกต่างหากครับ ลองใช้งาน 1 วันเต็มๆ อยู่ได้ราวๆ 9 ชั่วโมง ก็ร้องเสียบแบตแล้ว เน้นใช้เล่นแชท กับโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นหลัก และมีลองถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอดูบ้างครับ ส่วนใหญ่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน 3G ตลอดเลยครับ โดยรวมแล้วก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว





