Samsung Galaxy Cooper S5830

โดย shyboy | 30 มกราคม 2554 เมื่อ 01:23 น. | อ่าน 1,718

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์


บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์

รายละเอียด
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง : 112.4  x 59.9 x 11.5  มม.
น้ำหนัก 113 กรัม
หน้าจอสัมผัส TFT  Capacitive 320 x 480 พิกเซล 16 ล้านสี ขนาด 3.5 นิ้ว
รองรับ HSDPA, 7.2 Mbps
รองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n พร้อม DLNA
รองรับ Bluetooth 2.1
หน่วยความจำภายใน 158 MB รองรับ microsd สูงสุด 32 GB
CPU Qualcomm QCT MSM7227-1 Turbo 800 MHz processor
กล้องถ่ายภาพ 5 ล้านพิกเซล แบบ Auto Focus พร้อมไฟ LED
รองรับ A-GPS
แบตเตอรี่ 1,350 มิลลิแอมแปร์

เมื่อเราลองเปรียบเทียบสเปคกับ Samsung Galaxy 3 แทบจะบอกได้เลยว่าดีกว่าทุก ๆ ด้านเมื่อเปรียบเทียบราคาขายเริ่มต้น โชคดีนะที่เหล่าบรรดา Galaxy 3/5 ลดราคาลงแล้วไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาตีราคากันเอง เห็นอย่างนี้ใคร ๆ ก็ต้องซื้อ Samsung Galaxy Cooper กันแทบทั้งนั้นแหล่ะครับ

คราวนี้เรามาลองเปรียบเทียบกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง LG Optimus One กันบ้าง ขอบอกไว้เลยว่าสูสีใช้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสเปคหน้าจอ, ฮาร์ดแวร์บางประการ ยกเว้น CPU ของ Samsung Galaxy Cooper ที่แรงกว่า LG 200 MHz นอกนั้นก็เซม ๆ

โดยรวมเหมือนกับว่า Samsung Galaxy Cooper ดีกว่านิดนึง แต่เมื่อเปรียบเทียบราคาจำหน่ายแล้ว Samsung กลับมีราคาแพงกว่าคู่แข่งอย่างเห็นชัด ก็แสดงว่า LG น่าจะดำเนินกลยุทธ์ได้ถูกทางมากขึ้นกว่าที่เป็นมา (แต่ก็ไม่แน่ว่า LG จะตกม้าตายตอนท้ายก็ได้)

 

หน้าจอ TFT
ผมเชื่อว่าความละเอียดหน้าจอ 320×480 พิกเซลน่าจะได้รับความนิยมในสมาร์ทโฟนหรือทัชโฟนระดับ 1 หมื่นบาทแทนที่ความละเอียด 240×480 พิกเซล ในด้านความละเอียดที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับขนาดของหน้าจอที่จำเป็นต้องขยายขึ้นเล็กน้อย

Samsung Galaxy Cooper ยังคงใช้หน้าจอชนิด TFT ยอดนิยมตามเคย ดังนั้นจึงอย่าไปเปรียบเทียบหน้าจอตระกูล AMOLED ทั้งหลายนัก เพราะขานั้นให้สีสันที่สดใสสว่างซาบซ่ากว่ามากมายยิ่งนัก ถ้าถามว่าจำเป็นไหมสำหรับสมาร์ทโฟนระดับหมื่นกลาง เรากล้าตอบว่าไม่จำเป็นเท่าไร แม้สีสันหน้าจอ TFT จะไม่จี๊ดจ๊าดมากมายอะไรนัก

จุดด้อยสำคัญของหน้าจอ Samsung Galaxy Cooper คือการไม่สู้แสงแดดเอาเสียเลย จะบอกว่ามือถือ TFT ยุคนี้หลายรุ่นไม่ค่อยสู้แสงแดดเท่าไรนัก คงเพราะเนื้อที่หน้าจอเยอะทำให้ต้องแบกภาระไฟพื้นหลังมากกว่ามือถือรุ่นเก่า ๆ

 

ระบบปฏิบัติการ
หายากนะสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ใช้ Android 2.2 Froyo เนี่ย ผมไม่แปลกใจนักถ้าใครหลายคนจะซื้อ LG Optimus One เพราะคุณสมบัติตรงนี้ แต่ช้าแต่ บัดนี้ Samsung ก็จัด Froyo ให้กับ Samsung Galaxy Cooper เรียบร้อยจากโรงงานเลย

คำถามก็มีอยู่ว่าทำไมมือถือ Android หลายยี่ห้อมักสร้างมือถือออกมามากมายนักชนิดว่า เปิดตัวเหมือนดอกเห็ดแทบจะไม่มีการสืบสานเจเนเรชั่นกันมากนัก ยกเว้นมือถือรุ่นนั้นจะประสบความสำเร็จมากจนต้องขอยืมชื่อนั้นมาใช้บ้าง แต่เอาเถอะมันก็เป็นไปตามวัฎจักร

แม้บางสิ่งบางอย่างของ Android 2.2 Froyo หลายคนยังมองเป็นรูปธรรมไม่ชัดนัก แต่ทีมงาน Google ก็พยายามปรับปรุงให้มันใช้งานได้ด้วยดี อาทิ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น 2-5 เท่า, รองรับการประมวลผล Cloud Computing มากขึ้น, บราวเซอร์อันยอดเยี่ยม, รองรับ Adobe Flash 10.1 และ Adobe Air, อ๊ะ สามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นบน MicroSD Card ได้ด้วย (เฮ้อทำได้เหมือน Symbian ซะที), สามารถแชร์อินเตอร์เน็ตให้เพื่อนคุณผ่าน Wi-Fi, อัพเดทแอพพลิเคชั่นของเราอัตโนมัติ

ถ้าจะเอาให้โดนเลย ผมว่าความรวดเร็วการใช้งานขึ้นก็น่าจะเป็นจุดที่ทำให้คนสนใจพอสมควร จากการทดลองใช้งานก็ถือว่าน่าพอใจใช้ได้

ส่วนอินเตอร์เฟซของมันก็ยังใช้มุข TouchWiz 3.0 ครอบทับ แต่น่าสังเกตว่า Samsung พยายามจะไม่ครอบทับทุกสัดส่วน บางรายการยังใช้ Engine ของ Android อยู่จนทำให้เราแอบคิดไปว่า ในอนาคต Android อาจจะปรับปรุงอินเตอร์เฟซจนคู่ค้าไม่ต้องพัฒนาอินเตอร์เฟซทับก็ได้

โปรดสังเกตหน้า Homescreen จะไม่มี Widget ของ Samsung เลยเป็นไอคอนของ Android หมด แม้กระทั่งเมนูลึก ๆ ก็ยังดู แอนดร๊อย แอนดรอย นักแล

หากใครที่อยากใช้เมนูลัดตามแบบฉบับ Android แล้วล่ะก็เพียงแค่กดซอฟท์คีย์ซ้าย แล้วเมนูลัดมันจะโผล่จากด้านใต้หน้าจอเอง ส่วนเมนูลัดแบบ Pop-Up บางเมนูก็เพียงแค่แตะหน้าจอค้างเอาไว้เท่านั้นตามสไตล์ TouchWiz 3.0 ของ Samsung

 

การใช้งานการโทร
การใช้งานโทรศัพท์ของ Samsung Galaxy Cooper แทบจะย่อส่วนการใช้งานจาก Samsung Galaxy S เลย คือไม่มีปุ่มรับสาย/วางสาย แยกออกจากกันเลย สงสัยเพื่อความไฮซ้อ เสียงริงโทนมือถือก็ถือว่าดังใช้ได้เลย เสียงสนนทนาชัดแจ่มไม่มีปัญหา

 

สมุดโทรศัพท์
ความสะดวกของมือถือ Android อยู่ตรงที่การใช้งาน Sync ไปยังเซิร์ฟเวอร์ทันทีทำให้คุณสำรองรายชื่อคุณได้ง่าย ๆ อีกทั้งข้อดีสุด ๆ ของมันคือการเชื่อมต่อกับระบบ Social Hub เพียงแค่คุณต้องไปตั้งค่าการเชื่อมต่อเท่านั้น แค่นี้คุณก็สามารถผูก Facebook ไว้กับรายชื่อของเพื่อน ๆ ได้ หากผูกสำเร็จมันจะแสดงรายละเอียดของเพื่อนเพิ่มเติมเช่น อีเมล์หรือภาพที่เคยอัพโหลดไว้

 

ข้อความ
หน้าตาอินเตอร์เฟซเมนู SMS/MMS อ่านได้ดีพอสมควรซึ่งมันจัดเรียงกันแบบ Conversation รวบรวมข้อความตามผู้ส่งนั้น ๆ ได้ สิ่งที่ขอชมเชยก็คือการเลือกใช้ฟอนต์ที่อ่านง่ายสบายตา แม้ขนาดตัวอักษรจะไม่ใหญ่นักก็ตาม

เมื่อเราดูข้อความแล้วก็สามารถกรอกข้อความโต้ตอบกันได้ สามารถใส่มีเดียไฟล์หรือรอยยิ้มได้ง่าย

ส่วนข้อความอีเมล์นั้นคุณต้องเข้าไปที่เมนูอีเมล์แยกต่างหาก วิธีใช้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณใส่ชื่อ Email Address เข้าไปพร้อมรหัสผ่านมันจะ Detective เมล์เราอัตโนมัติ หรือจะให้ดีก็ใช้บริการจาก Gmail ก็ได้

About Author

shyboy

shyboy

Partners