Samsung E900

โดย shyboy | 27 กันยายน 2549 เมื่อ 18:35 น. | อ่าน 1,919

Second Opinion with Samsung SGH-E900 : Extremely Simple, Exciting Sound

shyboy : [email protected]

(บทความนี้นำมาจากนิตยสาร SmartPhonez ฉบับเดือนสิงหาคม 2549)


ทั่วๆ ไปเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้


ย้อนกลับไปปลายปี 2548 จนกระทั่งถึงขณะนี้ การทำตลาดของแบนด์ค่ายโทรศัพท์มือถือซัมซุง ค่อนข้างเงียบหายไปในตลาดบ้านเราพอสมควร ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ทำให้บางส่วนของกำลังซื้อโทรศัพท์รุ่นสูงๆ หายไป นี่เป็นโจทย์ของค่ายโทรศัพท์มือถือหลายแห่งที่ต้องรักษายอดขายให้ได้ในระดับเดิม สำหรับซัมซุงประเทศไทยนั้นมองปัญหาที่เกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่นเรื่องราคาตัวผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายอยู่ค่อนข้างสูง ทางซัมซุงประเทศไทยแก้ปัญหาโดยการเริ่มออกขายโทรศัพท์มือถือที่ราคาต่ำกว่า 4,000 บาทหลายรุ่น แต่ดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ของซัมซุง และอีกจุดหนึ่งคือการนำจุดแข็งของโทรศัพท์มาเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคมากขึ้น

 

Samsung E900

จุดเด่นนั้นก็คือการดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม บาง โฉบเฉี่ยวและทันสมัย นี่เป็นจุดเริ่มต้นของซัมซุงประเทศไทยที่จะมาทำตลาด Hi-End อีกครั้งในต้นเดือนสิงหาคม 2549 นี้ โดยจะนำโทรศัพท์มือถือแบบ Ultra Slim และ Hi Camera ในระดับราคา 12,900 – 18,900 บาทบุกตลาดอีกครั้ง อันได้แก่รุ่น D830, D840, D900 และ E900 เป็นต้น และหนึ่งใน Flagship ของซัมซุงคือ Samsung SGH-E900 ได้มาอยู่ที่ทีมงานและจะนำมา Review ให้ท่านผู้อ่านชมครับ

 

Samsung E900

Samsung SGH-E900 เป็นโทรศัพท์รุ่นแรกของซัมซุงที่ปุ่มควบคุมเป็นระบบสัมผัส (Touch-Sensitive Buttons) แต่ไม่ใช่เจ้าแรกของโลก โดยก่อนหน้านี้ทาง LG ออกโทรศัพท์มือถือปุ่มควบคุมระบบสัมผัสมาแล้วคือรุ่น KG800 มีนิกเนมว่า “Chocolate” ได้รับรางวัล 2006 IF Design Award in Germany ในสาขา innovative design เป็นเครื่องการันตีในการออกแบบ แต่กลับถูกคู่ต่อสู้เบอร์เดียวกันแก้เกมโดยการเพิ่ม Feature เด่นๆ ให้กับ E900 ที่เห็นได้ชัดคือ กล้องดิจิตอลขนาด 2 Megapixels, สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้

 

Samsung E900

“ความน่าสนใจของ Samsung E900 หนีไม่พ้นก็คงเป็นการออกแบบที่ดูหรูหรา น่าค้นหา น่าสัมผัส ยามที่ไม่ได้ใช้งานตัวเครื่องจะดำสนิท มีเพียงโลโก้, หูฟังและขอบปุ่มควบคุมทิศทางที่เป็นสีเงินมันวาวตัดกับความดำของมัน” นี่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่ Samsung เป็นผู้นำ นั่นเป็นจุดเด่นเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Nokia ที่ตอนนี้มาเน้นความสามารถด้าน Multimedia Phone มากขึ้น, Motorola เน้นไปทางความบางของโทรศัพท์บวกกับเน้นสีสันของผลิตภัณฑ์ จะเห็นได้จากหลายรุ่นที่จะวางขายเร็วๆ นี้ที่มีหลายหลายสีให้เลือกซื้อมากขึ้น, SonyEricsson เน้นเรื่องกล้องที่จะพัฒนาถึงขั้นนำ Cyber shot มาใส่ลงในโทรศัพท์มือถือ อย่างรุ่น K790i และเป็นผู้นำด้าน MP3 Phone จุดนี้เองจะเห็นได้ว่าตอนนี้แต่ละค่ายโทรศัพท์ใหญ่ๆ เริ่มเห็นจุดที่ตนเองถนัดในการพัฒนาและต่อยอดมากขึ้น เหมือนกับว่าผู้ผลิตต้องหาความเชี่ยวชาญที่ตนเองถนัดในการพัฒนาสินค้าป้อนให้ผู้บริโภคได้เลือก นั่นหมายถึงผู้บริโภคจะได้ประโยชน์และสามารถตัดสินใจในการเลือกซื้อได้ง่าย และตรงใจมากขึ้น

 

Samsung E900

รูปลักษณ์ภายนอก

เครื่องที่ได้นำมาทดสอบนั้นเป็นเครื่องต้นแบบ (Prototype) ทำให้เรื่องของโทรศัพท์มือถือที่นำมาทดสอบนั้นยังเป็นปัญหาอยู่เล็กน้อยด้านซอฟท์แวร์ อุปกรณ์มาตรฐานที่คาดว่าจะมาพร้อมกับตัวเครื่องที่วางจำหน่ายในบ้านเรา น่าจะมีดังต่อไปนี้

           ตัวเครื่อง

           แบตเตอรี่ แบบ Li-ion

           สายชาร์จ

           ชุดหูฟัง

           สายเคเบิ้ลที่เชื่อมต่อทีวี

           คู่มือการใช้งาน

 

ราคาที่ทางซัมซุงประเทศไทยนั้น ตั้งไว้ไล่เลี่ยกับคู่แข่งอย่าง LG Chocolate ประมาณ 12,900 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ทางซัมซุงคาดหมายว่าจะสามารถดึงยอดขายจาก LG ได้อย่างแน่นอน เพราะถ้าเทียบ Feature เครื่องต่อเครื่องแล้ว Samsung กินขาดครับ

 

ทีนี้เรามาดูรูปลักษณ์กันบางนะครับ สำหรับเจ้า E900 หลายๆ ท่านคงนึกถึง Slide up รุ่นก่อนๆ ของซัมซุง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของโทรศัพท์ในปัจจุบันไปแล้ว ด้วยรูปทรงที่มีขนาดพอประมาณ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แต่จะหนากว่า LG Chocolate นิดหน่อย ด้านหลังเป็นพลาสติกเคลือบมันวาว เพิ่มความหรูหรามากขึ้น

 

Samsung E900

ด้านหน้า

ตัวเครื่องด้านหน้าออกแบบมาเป็นสีดำมันวาว ซึ่งด้านบนสุดจะเป็นส่วนของลำโพงสนทนา ขอบหูฟังด้านบนใช้สีเงินมันตัดความดำของตัวเครื่อง เช่นเดียวกับตัวอักษรยี่ห้อ SAMSUNG ที่อยู่ใต้จอแสดง ทำให้ดูเด่นชัดเจน เนื้อที่จอแสดงผลมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับตัวเครื่อง ถัดลงมาจากหน้าจอนับว่าเป็นไฮไลด์ของรุ่นนี้ ก็คือ ปุ่มกดระบบปุ่มสัมผัส ที่เมื่อเวลาไม่ได้ใช้งาน ไฟแสดงสถานะของปุ่มจะมืด แต่ถ้าหากสไลด์ตัวเครื่อง ไฟบนปุ่มระบบสัมผัสจะติด ซึ่งผู้ใช้จะสามารถกดเพื่อใช้งานได้

 

Samsung E900

บนตัวเครื่องจะมีปุ่มสัมผัส 7 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มซอฟท์คีย์ซ้าย, ซอฟท์คีย์ขวา, ปุ่มวางหู / เคลียร์หมายเลข และปุ่มรับสาย ปุ่มที่กล่าวมานั้นจะติดสว่างตลอดในเวลาที่ใช้งานเวลาปกติ ส่วนปุ่มเล่น / หยุด, ปุ่มเลื่อนเพลงไปทางซ้าย และปุ่มเลื่อนเพลงไปด้านขวา จะติดสว่างเฉพาะการใช้งาน Music Player เท่านั้น แต่เป็นน่าสังเกตว่า ปุ่มกดบังคับทิศทางนั้นไม่ได้เป็นปุ่มระบบสัมผัส ทางซัมซุงให้เหตุผลว่า เวลาใช้งานจริงจะไม่สะดวกในการบังคับทิศในเมนูต่างๆ จุดนี้ผู้อ่านที่เคยทดลองใช้ LG Chocolate จะเป็นผู้ตัดสินใจได้เลยว่าเป็นจริงอย่างที่ทางซัมซุงว่าหรือไม่

 

Samsung E900

ลองหันมาดูที่ด้านข้างของเครื่องที่ด้านซ้ายมือจะเห็นปุ่มสีดำด้าน 2 ปุ่มเรียงเป็นแนวตั้ง ไว้ใช้สำหรับปรับระดับเสียง ในหน้าจอปกติ ปุ่มกดดังกล่าวใช้สำหรับปรับระดับเสียงของปุ่มกด ส่วนในขณะใช้สาย จะเป็นการปรับระดับเสียงสนทนา นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นปุ่มสำหรับกดปิดเสียงในขณะที่มีผู้โทรเข้า

 

Samsung E900

หันมามองด้านขวามือด้านบนสุดจะเป็นหูคล้องสายรัดข้อมือ ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิด / ปิดเครื่อง และไว้เปิดปุ่มการใช้งานเครื่อง หากตัวเครื่องไม่ได้สไลด์ค้างไว้ ถัดมาเป็นปุ่มเปิดการใช้งานกล้องดิจิตอลและ Music Player ซึ่งปุ่มทั้ง 2 เชื่อมต่อติดกัน ด้านล่างสุดเป็นช่องเสียบสายชาร์จและช่องเสียบหูฟัง ซึ่งช่องเสียบนั้นเป็นแบบใหม่ ใช้กับสายชาร์จรุ่นเก่าไม่ได้ (เป็นเพราะการออกแบบที่เสียบสายชาร์จให้บางลงเพื่อรับกับตัวเครื่องที่ขนาดบาง) ท้ายเครื่อง (ส่วนก้น) เป็นรูไมโครโฟน ข้างๆ เป็นช่องใส่หน่วยความจำภายนอกเพิ่มเติม แบบ Micro SD

 

Samsung E900

ด้านหลังส่วนของฝาครอบแบตเตอรี่เป็นพลาสติกมันวาว กินเนื้อที่กว่า 80 เปอร์เช็นต์ของด้านหลังเครื่องทั้งหมด พิมพ์อักษรลึกลงไปบนฝาหลัง คำว่า SAMSUNG และ samsungmobile.com ซึ่งเป็นเว็บไซด์ของซัมซุงที่ให้ผู้ใช้เข้าไปค้นหารายละเอียดของเครื่อง ด้านล่างสุดเป็นช่องลำโพงเสียงเรียกเข้า เป็นพลาสติกเนื้อสีด้าน สังเกตได้ว่าฝาครอบของมือถือรุ่นนี้จะใส่จากด้านบนไปด้านล่างไม่เหมือนกับรุ่นอื่นๆ คงเป็นเพราะเวลาใส่ฝาครอบแบตเตอรี่ ต้องดันเครื่องซึ่งจะทำให้สไลด์ของตัวเครื่องเปิดออกไปด้วย เมื่อถอดฝาหลังออก จะเห็นช่องใส่ซิมการ์ด ผู้ใช้ต้องสอดซิมจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน

 

Samsung E900

ลองมาดูแผงปุ่มกดยามสไลด์เครื่องบ้างครับ เมื่อสไลด์เครื่องขึ้นจะเห็นปุ่มกดทั้งแผงเป็นสีดำด้าน ใช้โลหะสีเงินเป็นแนวกันด้านแนวตั้งของปุ่มกด เพิ่มความหรูหราของตัวเครื่องมากอีกขึ้น และหากสังเกตให้ดี บริเวณขอบด้านล่างจะมียางกันกระแทกตัว ในเวลาที่ผู้ใช้สไลด์ตัวเครื่องลง ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องได้เยอะเลยครับ

 

Samsung E900

เกือบลืมกล่าวถึงกล้องถ่ายภาพเลยครับ กล้องถ่ายภาพจะซ่อนไว้หลังตัวเครื่องด้านหน้า ซึ่งจะเห็นตอนที่ผู้ใช้สไลด์เครื่องออก โดยตัวเลนส์กล้องจะอยู่ด้านซ้ายมือสุด ตรงกลางจะเป็นโครเมียมทรงเหลี่ยมเอาไว้สำหรับเล็งถ่ายภาพตัวเอง และด้านซ้ายมือสุดเป็นดวงไฟแฟลชขนาดใหญ่ ให้แสงค่อนข้างสว่างมากเลยทีเดียว

 

Samsung E900

สำหรับความรู้สึกภายนอกของเจ้า E900 นั้น มีขนาดพอเหมาะกับมือ วัสดุที่นำมาประกอบเป็นเครื่องดูหรูหรา การสไลด์ตัวเครื่องทำได้โดยเอานิ้วโป้งดันปุ่มบังคับทิศทาง ซึ่งค่อนข้างเลื่อนขึ้นได้ง่าย ปุ่มที่อยู่บนแป้นตัวเลขถือว่ากดง่าย ไม่ลำบากสำหรับคนนิ้วมือใหญ่อย่างผม ^ ^ แต่จะลำบากตอนที่ใช้งานส่วนของระบบปุ่มสัมผัสที่มันช่างไม่เหมาะกับผมเหลือเกิน เพราะถ้าใช้งานในส่วนของ Music Player ปุ่มสัมผัสส่วนของการเล่นเพลง มีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้การใช้งานไม่ค่อยสะดวก และการตอบสนองของระบบปุ่มสัมผัสยังไม่รวดเร็วเท่ากับปุ่มกดแบบธรรมดา ส่วนนี้ฝากให้ผู้พัฒนาแก้ไขด้วยนะครับ

About Author

shyboy

shyboy

Partners