ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Plantronics จัดการเปิดตัวหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่สองตัวคือ Voyager 5200 เน้นเสียงคมชัดด้วยไมค์ 4 ตัว และ BackBeat Go3 หูฟังบลูทูธทรงสปอร์ต เล็กน้ำหนักเบา แต่เสียงเทียบเท่าหูฟังขนาดใหญ่ วันนี้มีโอกาสได้มาแนะนำกันสักหน่อย หลังได้ลองใช้งานมาสักพักใหญ่ๆ ครับ
Plantronics Voyager 5200 รุ่นนี้มีราคาอยู่ที่ 4,590 บาท ตอนนี้เริ่มวางจำหน่ายไปแล้ว โดยจะมีชาร์จเคสแยกขายต่างหากในราคา 1,590 บาท ด้วย เดี๋ยวเรามาลองดูกันว่าสวยน่าใช้แค่ไหน ก่อนอื่นดูคุณสมบัติหลักๆ กันก่อน
คุณสมบัติเด่น Plantronic Voyager 5200
– ไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมเทคโนโลยี DSP ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ยอดเยี่ยม
– WindSmart เทคโนโลยีแบบ 6 เลเยอร์ ตัดเสียงลมรบกวนให้เสียงคมชัดสุด
– ระบบเสียงแบบ HD
– เคสเก็บหูฟังพร้อมชาร์จเจอร์ในตัว ทำใหใช้งานได้ถึง 14 ชั่วโมง (จำหน่ายแยก)
– มีปุ่ม Voice control ในตัว กดง่าย กดค้างเรียก Siri ได้เลย ขณะคุยใช้เป็นปุ่ม Mute
– มี Smart sensor, Audio alert, Voice answer
– กันระอองน้ำได้ เคลือบ P2i Nano-coating
– มีแจ้งสถานะแบตเตอรี่บนสเตตัสบาร์ของ iOS และ Android (Plantronics Hub App)
กล่องแพ็คเกจดูหรูหราหลายชั้นหน่อย มีฝาเปิดมาเป็นกล่องพลาสติกใส ต้องเปิดตัวดึงใส้ออกมาอีกรอบ ภายในก็จะมีตัวหูฟัง, สาย Micro USB สำหรับชาร์จแบต, ยางหูฟังสำหรับเปลี่ยนขนาด และคู่มือการใช้งานต่างๆ
ตัวหูฟังเป็นสีดำด้าน วัสดุดูดี มีเคลือบ P2i Nano-coating กันระอองน้ำได้ดี ระวังอย่าไปทิ้งไว้ในรถร้อนๆ เป็นเวลานาน ตัวหูฟังสีลอกหลุดได้เหมือนกันแม้จะทนขนาดไหน
รุ่นนี้มีไมโครโฟน 4 ตัวเลยทีเดียว ระบบตัดเสียง DSP ชั้นยอด พร้อม WindSmart เทคโนโลยีแบบ 6 เลเยอร์ ตัดเสียงลมได้แจ่มสุด คือเวลาเราออกไปข้างนอก อยู่ที่คนพลุกพล่าน เสียงเอะดังปลายสายเราก็ยังได้ยินเสียงเราชัดเจนแบบไม่มีเสียงรบกวนเลยล่ะ ที่ผมลองอยู่ในผับบาร์เพลงเสียงดัง ปลายสายได้ยินเสียงเพลงแค่เบาๆ แต่เสียงเราดังชั้นเลยนะ
สันขอบตัวหูฟังมีปุ่มพาวเวอร์แบบเลื่อน มีพอร์ทสำหรับชาร์จกับ Docking Case และพอร์ท Micro USB สำหรับเสียบชาร์จแบตเตอรี่
คอหูฟังสามารถหมุนได้ 180 องศา คือใช้กับหูซ้าย หรือหูขวาก็ได้ ตัวยางหูฟังทำเป็ยเขี้ยวล็อคพลาสติกอย่างดี ไม่ได้เป็นยางสวมกระจอกๆ นะ ไม่งั้นมีหลุดหายกันบ่อยๆ
ก้านไมโครโฟนก็หมุนได้ 180 องศา ใช้สลับไปหูซ้ายกับหูขวา บนก้านไมโครโฟนมีปุ่น Mute / Voice Control สีแดง และที่สันด้านหลังก้านไมค์จะมีปุ่มโทร และกดค้างเป็นปุ่มเชื่อมต่อบลูทูธ
สวมใส่สบายทั้งหูซ้ายและหูขวาครับ น้ำหนักเบา ตัวหูฟังล็อคกับหูได้ดี ใส่ทั้งวันก็ไม่รำคาณครับ แต่ต้องเปลี่ยนยางหูฟังให้ได้ขนาดที่เข้ากับใบหูหน่อย
เคสสำหรับ V5200 เป็นกล่องสวยๆ หรูหรา ชื่อ Portable Power สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ สามารถเป็นพาวเวอร์แบงค์ในตัวด้วย สามารถชาร์จตัวหูฟังให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้นครับ และเก็บให้เป็นระเบียบได้
หน้าตากล่องเคสจะมีรูด้านบนชิดฝั่งขวาสำหรับวางตัวหูฟังชาร์จภายนอกได้ เปิดฝาด้านในมีร่องสำหรับเก็บหูฟังขนาดพอดิบพอดี มีปุ่มเช็คระดับพลังงาน และพอร์ท Micro USB สำหรับชาร์จไฟด้วย
เสียบชาร์จได้สองแบบ ตั้งภายนอกไว้สำหรับพร้อมหยิบใช้งานตลอดเวลา เก็บใส่กล่องเวลาพกไปไหนมาไหนเป็นระเบียบและปกป้องตัวหูฟังด้วยครับ เวลาต้องการใช้งานค่อยหยิบออกมา
ตัวเคสสำหรับ V5200 นี้มีขายแยกครับ ราคา 1,590 บาท ใครสนใจต้องจัดการซื้อเพิ่มเอานะจ๊ะ
Plantronics Voyager 5200 มีแบตเตอรี่ทนทานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง สแตนด์บายได้ยัน 9 วัน ลองใช้งานแล้วทำได้จริงนะครับใกล้เคียงเลย คือหากไม่ได้ใช้งานอยู่ได้เป็นสัปดาห์เลย หรือใช้งานต่อเนื่องก็ได้ยาวๆ 6-7 ชั่วโมงจริงครับ ต่อกับแอพพลิเคชั่น Plantronics HUB มีบอกระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้บนแอพฯ และถาดแจ้งเตือนด้วย
Plantronics ยังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ เพื่อใช้สำหรับตั้งค่าจัดการต่างๆ รวมถึงอัพเดทซอฟท์แวร์ของตัวหูฟังด้วย โดยมีทั้งบน Google Play Store และ App Store ของ Apple ด้วย แอพฯ ชื่อว่า Plantronics Hub ดาวน์โหลดกันได้เลย รองรับเกือบทุกรุ่น เปลี่ยนภาษาได้หลากหลายด้วย
ตัวแอพพลิเคชั่นสามารถใช้ค้นหาหูฟังได้ด้วย ทั้งส่งเสียง และค้นหาตำแหน่งบนแผนที่ได้ด้วย มีบอกเวลาเชื่อมต่อล่าสุด ขาดการเชื่อมต่อเมื่อกี่นาทีที่แล้วอะไรทำนองนี้ ช่วยให้ค้นหาได้ง่าย
สำคัญสุดของแอพพลิเคชั่นคือใช้อัพเดทตัวหูฟังนี่แหละ ตั้งค่าพวกการใช้งานต่างๆ ได้หลากหลาย ปรับเปลี่ยนตามชุดหูฟังที่เชื่อมต่อครับ หน้าตาแอพพลิเคชั่นถือว่าใช้งานง่ายเลยนะ ไม่ซับซ้อน เวลาเชื่อมต่ออยู่จะมีแจ้งสถานะเวลาที่สามารถใช้งานได้บนถาดแจ้งเตือน
สรุปการใช้งาน Plantronics Voyager 5200
– น้ำหนักเบาสวมใส่สบาย ไม่หน่วงหู คล่องตัวได้ทั้งวัน
– กันระอองน้ำ ระอองฝน ลุยได้ เปียกก็แค่รีบเช็ดออก
– เสียงใสและคมชัดมากๆ ด้วยไมค์ 4 ตัว ตัดเสียงชั้นยอด อยู่ไหนก็คุยสะดวกปลายทางแฮปปี้
– ระบบตัดเสียงลมก็เจ๋ง นั่งวินมอไซค์ หรือตากพัดลมคุยโทรศัพท์ เสียงแทบไม่รบกวนเลย
– แบตเตอรี่อึดใช้ได้ คุยต่อเนื่องและใช้งานสแตนบายด์ได้ตลอดวัน ข้ามวันข้ามคืนเลยด้วย
– ใช้งานร่วมกับ Charger Case สวยๆ เก็บสะดวก ต่ออายุแบตเตอรี่ได้อีกมากพอสมควร
– เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้รวดเร็ว ระยะเชื่อมต่อก็ถือว่าไกลตามสเปค
Plantronics Voyager 5200 ตอนนี้วางจำหน่ายแล้วครับ 4,590 บาท ส่วนเคสขายแยกต่างหาก 1,590 บาท ใครสนใจอยากได้หูฟังบลูทูธคุณภาพเยี่ยม ใช้งานสะดวก และดูลุคหรูหรา จัดมาได้เลยถูกใจแน่นอน
และสำหรับช่วงนี้ใครที่ซื้อไป อย่าพลาดเข้าไปลงทะเบียนเพื่อต่อประกันกันเพิ่มได้ตามเงื่อนไขของทาง Plantronics นี้ได้เลยครับ Best quality Best care
























