รุ่นพี่ใหญ่สำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล R7 ของ OPPO ซึ่งรุ่นที่นำมาขายไทยจริงๆ จะมีสองรุ่นคือ OPPO R7 Lite และ OPPO R7 Plus นั่นเอง วันนี้เราจะมาลองเล่นรุ่นใหญ่กัน หลังจากได้ชมรุ่น R7 Lite กันไปแล้วครับ ซึ่งรุ่นนี้จะเน้นขนาดที่ใหญ่ หน้าจอคมชัด และเต็มไปด้วยฟีเจอร์พิเศษอย่าง Fingerprint รวมถึง VOOC Flash Charge ด้วย นอกจากจะชาร์จไวแล้ว แบตยังใหญ่ระดับ 4100 mAh เลยด้วย
OPPO R7 Plus เทียบกับ R7 Lite ขนาดแตกต่างกันพอสมควร แต่ดีไซน์ภาพลักษณ์จะออกมาแนวๆ เดียวกัน วัสดุแข็งแกร่งเหมือนๆ กันครับ ลองดูสเปคเครื่องกันก่อน
- หน้าจอ : AMOLED 6.0 นิ้ว Full HD
- ซีพียู : Snapdragon 615 Octa-core 1.5 GHz
- แรม : 3GB
- ระบบปฏิบัติการ : Android 5.1.1 (Lollipop)
- กล้องหลัง : 13 ล้านพิกเซล (Laser Auto focus)
- กล้องหน้า : 8 ล้านพิกเซล
- หน่วยความจำภายใน : 32GB รองรับ Micro SD
- เน็ตเวิร์ก : 4G LTE, Dual SIM, USB OTG
- แบตเตอรี่ : 4,100 mAh
สเปคเครื่องดูคล้ายๆ กับ OPPO R7 Lite แตกต่างกันที่หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นคมสวยขึ้น พร้อม RAM&ROM ที่มากกว่า รวมถึงกล้องที่มี Laser Auto Focus ทำให้โฟกัสภาพจับภาพได้ไวขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีแบตที่ใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัวครับ
ตัวเครื่องขนาดใหญ่กว่า Galaxy Note 5 นิดหน่อย แต่หน้าจอก็ใหญ่กว่าด้วยนะ ถือว่าใช้พื้นที่ด้านหน้าได้ดีกว่า ขนาดก็ไม่ได้หนามากอยู่ที่ 7.8 มิลลิเมตร
ด้านหน้าตัวเครื่องมีเลนส์กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมไฟ LED แจ้งเตือนต่างๆ ด้วย ใต้หน้าจอมีแค่โลโก้ OPPO ปุ่มอื่นๆ ไปใช้บนหน้าจอหมดแล้ว
หน้าจอเป็น AMOLED 6.0″ Full HD คมๆ สวยๆ และกระจกหน้าจอยังเป็นแบบโค้งมนสวยๆ ด้วย หน้าจอแสดงผลได้ดีเยี่ยมทั้งเรื่องสีสันและความสว่างครับ ใช้งานกลางแจ้งถือว่าโอเคเลย การสัมผัสหน้าจอก็ลื่นๆ แม่นๆ ตอบสนองได้ดีมากครับ มุมมองหน้าจอดีเยี่ยมจะมองข้างไหนก็ยังดูชัด
ด้านข้างขอบโลหะสวยๆ สีทองหรูๆ เลย มีปุ่มควบคุมเสียงอยู่ด้านซ้าย ด้านขวามีปุ่มพาวเวอร์ และถาดใส่ซิมแบบไฮบริด SIM1 – SIM2 หรือ Micro SD ซิมเป็นแบบ Nano SIM ครับ
ขอบบนมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และมีรูไมโครโฟนที่สอง ด้านล่างมีพอร์ท Micro USB และช่องไมโครโฟนหลัก
ด้านหลังมีเลนส์กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED แบบ Dual-tone โดยมีเลเซอร์โฟกัสที่ช่วยให้โฟกัสภาพได้ไวด้วย ช่องสี่เหลี่ยมที่เห็นเป็นสแกนลายนิ้วมือครับ
ตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเป็นแบบแตะซึ่งฉลาดขึ้น ไม่ต้องเปิดหน้าจอแค่แตะนิ้วลงก็เปิดหน้าจอพร้อมปลดล็อคได้เลย ถือว่าทำมาดีครับ ลองใช้แล้วแตะง่ายดีถูกใจ แต่บางทีการที่มันอยู่ข้างหลังก็อาจจะแตะลำบากกว่าปุ่ม Home นะ อันนี้แล้วแต่คนชอบจริงๆ
ซอฟท์แวร์ภายในเป็น Android 5.1.1 Lollipop ครอบด้วย ColorOS 2.1 เหมือนกับตัว OPPO R7 Lite เลย แต่แสดงผลได้สวยกว่าบนหน้าจอ AMOLED (คหสต) ระบบทำงานลื่นไหลได้ดีเลย ตัว UI ไม่มี App Drawer ใช้หน้าจอหลักล้วนๆ เอาจริงๆ ก็ใช้งานง่ายสะดวกดีครับ พวกแอพพลิเคชั่นเครื่องมือต่างๆ มีครอบคลุมทั้งหมด Notifications มี Quick settings ลากเลื่อนขยายหน้าต่างได้ ตัว Multitask แสดงผลสวยๆ ลบทีเดียวหมดได้ครับ
หน้าตา UI เหมือนกันหมด พวกแอพพลิเคชั่นเครื่องมือต่างๆ มีให้ครบ แต่ก็สามารถดาวน์โหลดอย่างอื่นเพิ่มเติมได้เพียบใน Google Play Store รวมถึงมี Theme Store ให้ดาวน์โหลดและเปลี่ยนธีมเครื่องแบบใหม่ๆ ได้หลากหลายด้วย หน้าจอหลักก็ใส่ Widgets ได้แบบตามใจ
OPPO R7 Plus ยังมีฟีเจอร์ด้านการจับภาพหน้าจอเพิ่มเติมเช่นเดียวกับตัว R7 Lite ด้วย โดยเป็น Super Screenshot แบบแคปเจอร์หน้าจอทั้งแบบปกติ หรือจะแบบลากเลือกพื้นที่เอาก็ได้ นอกจากนี้ยังแคปเจอร์แนวยาวอย่างหน้าเว็บได้ถึงขนาด 8 ภาพต่อกันอีกด้วยครับ เพียงกดปุ่ม Power + Volume Up ค้าง 2 วินาทีก็จะขึ้นเมนูเลย (ปกติแคปเจอร์หน้าจอใช้ Power + Volume Down)
ด้านเชื่อมต่อ OPPO R7 Plus มาเต็มรองรับ 4G LTE และ Dual SIM แบบไฮบริด เลือกเอาระหว่างใส่ SIM2 กับ Micro SD ส่วนอื่นๆ ก็มีทั้ง WiFi, Hotspot, WiFi Direct, Bluetooth 4.0 และรองรับ USB OTG ด้วย สามารถเสียบแฟลชไดร์ฟ OTG ได้เลยครับ ใช้งานผ่านพวกแอพพลิเคชั่น File Manager ทั้งหลาย โดยฟีเจอร์นี้มันเปิดปิดได้ด้วยนะใน Settings อีกอย่างคือฟีเจอร์ O-Cloud สามารถแบ็คอัพพวกรายชื่อหรือ SMS เก็บเอาไว้ได้ด้วย
บราวเซอร์ก็เช่นกัน OPPO R7 Plus ทำงานได้ดีเหมือนๆ กับรุ่นน้อง แต่ด้านการแสดงผลทำได้ดีกว่าเพราะจอใหญ่ ความละเอียดสูง รวมถึง RAM ที่มากกว่า โดยมีให้เลือกใช้สองบราวเซอร์คือของ Android และ Google Chrome ทั้งสองบราวเซอร์หน้าตาสะอาดใช้งานง่าย โหลดหน้าเว็บไวและแสดงผลได้ดีด้วย Multi-window ทำได้สองแบบ คือแบบแยกเป็นแอพพลิเคชั่น หรือจะเป็นแบบหน้าตางในแอพพลิเคชั่นเดียว ปรับเปลี่ยนใน Settings ของ Chrome ซึ่งรุ่นนี้จะใช้แบบ Multi-window ได้เสถียรกว่า เปิดได้มากกว่าครับ
ประสิทธิภาพเครื่องโอเคเลย เพียงแต่เป็นชิปเซ็ตตัวเดียวกับ OPPO R7 Lite แต่มี RAM มากกว่าเป็น 3GB แต่ด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่าความละเอียดสูงกว่าย่อมกินทรัพยากรเครื่องมากกว่าหน่อย ผลทดสอบ AnTuTu เลยต่ำกว่าครับ ได้แค่ 28,000 คะแนน แต่ในเรื่องของการใช้งานถือว่าเยี่ยมยอดเลย จัดว่าประทับใจนะ เครื่องทำงานไหลลื่น เปิดแอพพลิเคชั่นไว
ดูหนังนี่เพลินสุด ระดับ Full HD นั้น OPPO R7 Plus เล่นได้สบายๆ และหน้าจอใหญ่สวยสะใจมาก เรื่องเสียงถือว่าทำได้ดีเกินคาด เสียงมีมิติออกทุ้มเบสหน่อยใช้ได้เลยสำหรับลำโพงมือถือ
เล่นเกมส์ก็ลื่นโดนใจแม้จะเป็นเกมแบบ 3 มิติกราฟฟิคสูงๆ อย่าง Real Racing เล่นได้เพลินๆ ครับ
แบตเตอรี่ของ OPPO R7 Plus เป็นจุดที่ผมค่อนข้างประทับใจมากที่สุดครับ แบตขนาดใหญ่ 4,100 mAh ประสิทธิภาพเยี่ยมมากๆ แบตทนเพียงพอกับการใช้งานบนชิป Snapdragon 615 และหน้าจอ Full HD โดยมันใช้งานได้เป็นวันเลยทีเดียว คือใช้ไม่หนักมากมีข้ามไปสองวันครับ หากเล่นเยอะๆ ก็ราวๆ 14-18 ชั่วโมง ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ยูสเซอร์แบบฮาร์ดคอร์ที่เล่นหนักไม่ต้องห่วงไป OPPO R7 Plus มีฟีเจอร์ VOOC Flash Charge ด้วย ชาร์จเร็วมาก 15 นาทีขึ้นมาจาก 6% เป็น 31% อย่างรวดเร็ว
กล้องถ่ายภาพ OPPO R7 Plus มาพร้อมเลนส์กล้อง 13 ล้านพิกเซล ที่มีแฟลช LED แบบ Dual-tone และเพิ่มเทคโนโลยี Laser Auto focus เข้ามาช่วยในการโฟกัสภาพได้รวดเร็วใน 0.3 วินาที จับภาพได้รวดเร็วครับ โดยยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกหลากหลายเช่น HDR, Panorama และโหมดปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ รวมถึงโหมดถ่ายภาพ Ultra HD ที่จะได้ภาพคมชัดระดับ 25 ล้านพิกเซล โดยรวมพวกฟีเจอร์ตรงนี้ไม่ต่างจาก R7 Lite ครับ
ฟีเจอร์การถ่ายภาพแบบต่างๆ นอกจากที่มีมาให้ OPPO R7 Plus ก็สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมเอาได้อีกเพียบนะ ถ่ายภาพแบบ RAW ก็ได้ Time-lapse ก็มีครับ ส่วนกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลก็ฟรุ้งฟริ้งแบบเดิม ปรับโหมดต่างๆ ได้ไม่ต่างจากรุ่นก่อนเท่าไหร่
สรุปแล้ว OPPO R7 Plus จัดเป็น Phablet ขนาด 6 นิ้วที่เน้นเรื่องฟีเจอร์ลูกเล่นต่างๆ ทั้งสแกนลายนิ้วมือ และหน้าจอสวยๆ ขนาด 6.0″ รวมถึง ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นพวก Gesture Motion ต่างๆ หรือรวมถึงการเปลี่ยนธีมสีของ UI และ Font ต่างๆ ที่มีให้เลือกดาวน์โหลดเปลี่ยนแปลงได้อีกเพียบ คือ UI ค่อนข้างยืดหยุ่นดีเลย
สเปคเครื่องอาจไม่ได้สูงกว่า OPPO R7 Lite มากนัก เพราะใช้ชิปเซ็ตตัวเดียวกันครับ Snapdragon 615 เหมือนกัน แต่ไปเพิ่ม RAM เป็น 3GB ใส่สเปคหน้าจอให้เหมาะสม และฟีเจอร์กล้องที่โดดเด่นขึ้นนั่นเอง
แต่จุดที่ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่บน OPPO R7 Plus และรุ่นอื่นๆ ก็คือแป้นพิมพ์ OPPO Swype ที่ยังไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ จะเปลี่ยนภาพยังหาปุ่มลัดไม่เจอครับต้องแตะ Space ค้าง แนะนำให้โหลด Google Keyboard มาใช้ถูกใจกว่าแน่นอนเรียบๆ ง่ายๆ เดิมๆ เลย
OPPO R7 Plus จะวางขายในราคา 16,990 บาท Phablet ขนาด 6 นิ้ว ดูหนังสะใจ เล่นเกมส์เพลินๆ แบตหมดก็ชาร์จเต็มได้ในอึดใจเดียวด้วยเทคโนโลยี VOOC Flash Charge จัดเป็นรุ่นที่น่าสนใจไม่เบาในกลุ่มมือถือขนาด 6 นิ้ว ใครสนใจก็ลองพิจารณากันดูนะ










































