กล้องถ่ายภาพของ OPPO N1

สิ่งที่ทาง OPPO อยากเน้นที่สุดบน N1 ก็คือเรื่องของกล้อง ที่นอกจากจะมาพร้อมความละเอียด 13 ล้านพิกเซลแล้ว ยังมี LED Flash คู่ 2 สีคือขาวและส้ม ซึ่งจะยิงตามความเหมาะสม ถ้าถ่ายกล้องหลังจะยิง Flash แบบปกติ แต่ถ้าถ่ายเป็นกล้องหน้าก็จะยิงสีส้มให้ภาพของเราออกมาเนียนสวยงามยิ่งขึ้น เป็นต้น

ที่เด็ดสุดคือตัวเลนส์หมุนได้ 206 องศา ทำให้สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมุมยิ่งขึ้น คุณสามารถตั้งเครื่องแล้วหมุนมุมกล้องถ่ายภาพในมุมแปลกๆที่ Smartphone ไม่เคยทำได้ทันที แถมไม่ต้องพึ่งคนอื่นเพราะถ้าคุณมี O-Click ซึ่งเป็นรีโมทของเครื่องระยะไกล ทำให้สามารถถ่ายภาพได้แม้คุณปีนต้นไม้ขึ้นไปแล้วถ่ายรูปจากด้านล่าง การที่กล้องหมุนได้ยังช่วยให้กล้องหน้าและหลังมีความชัดทั้งคู่ (ก็มันตัวเดียวกัน) แถมกล้องหน้ายังใช้งาน Flash ได้ โดยการหมุนนี้เองทาง OPPO ทดสอบมาแล้วว่าสามารถหมุนได้กว่า 100,000 ครั้ง ถ้าคุณหมุนเฉลี่ย 20 ครั้งต่อวัน จะใช้งานได้มากถึง 8 ปี

ตัวเลนส์ยังถูกใช้ชื่อว่า N Lens พร้อมเทคโนโลยี Pure Image ที่พ่วงความสามารถทั้ง Hardware และ Software โดยมีเลนส์ 6 ชั้นพร้อม Blue glass filter และค่ารูรับแสง f/2.0 พร้อมหน่วยประมวลผลภาพของ OPPO ที่มีการปรับ WB, exposure และ focus ให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ OPPO N1 ยังมาพร้อมความสามารถในการถ่าย Slow shutter ยาวถึง 8 วินาที ถือว่ามากสุดในบรรดา Smartphone ในเวลานี้ ส่งผลให้ OPPO N1 ถ่ายภาพที่มีลูกเล่นที่สวยงามได้อีกมากมาย


โหมดกล้องของ OPPO N1 มีให้เลือกปรับไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นโหมดหลักๆ อย่างโหมดอัตโนมัติ, Smart scene, Portrait, landscape, Sport และกลางคืน ซึ่งก็ถือว่าโหมดหลักๆมีมากให้ครบ โดยสำหรับโหมดกลางคืนนั้นจากที่ทดสอบใช้งานดูพบว่าภาพที่ได้ออกมาจะค่อนข้างที่จะเบลอเล็กน้อย แต่แสงจะสว่างขึ้นออกไปทางฟ้าๆเล็กน้อยครับ

คุณภาพกล้องจากที่เล่นๆดูพบว่าตัวกล้องยังไม่ได้ดีตามที่คาดหวังเอาไว้ เอาเป็นว่ามันดีเทียบเท่ากับ Smartphone เรือธงรุ่นอื่นๆ แต่ไม่ได้ฉีกอะไรออกไปมากนัก ดังนั้นจัดได้ว่ากล้องอยู่ในระดับที่ดีในตลาด ผมเอาลองมาเทียบกับพวก Nexus 5 หรือ iPhone 5S ก็พบว่าเรื่องแสงบางสภาวะบน N1 ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยคือสว่างกว่าพอสมควร แต่ถ้าเป็นเรื่องการโฟกัสหรือพวกการปรับแสงตามจุดที่ต้องการยังทำได้ไม่ค่อยจะดีนัก ยังโฟกัสผิดตำแหน่งหรือบางทีโฟกัสไม่ติดเลย ส่วนใหญ่จะเป็นกับภาพกลางคืนที่มักจะโฟกัสไม่ติดเลย จุดนี้น่าจะต้องรอ Software แก้ไข แต่ถ้าเอามาถ่ายกลางวันถือว่าเป็นกล้องที่ดีและน่าพอใจตัวนึงเลยทีเดียว ถึงแม้จะสีออกมาเพี้ยนจากความจริงนิดหน่อยก็ตาม แต่มันดีตรงหมุนได้นี่แหละครับ โดยสรุปก็คือเป็นกล้องที่ดีแถมหมุนได้ แต่ในบางสภาวะ เช่น กลางคืน ก็ยังไม่ Work
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง OPPO N1

การมีรีโมทควบคุมอย่าง O-Click ทำให้เราสามารถถ่ายภาพในมุมต่างๆที่หลากหลายได้มากขึ้น นอกจากจะหมุนกล้องได้ ที่ก็ได้หลายมุมอยู่แล้ว คุณยังสามารถวางเครื่องไว้ที่ไหนก็ได้แล้วตั้งกล้องในมุมสูง คุณก็สามารถถ่ายภาพด้วย O-Click ได้ ก็ถือว่าเป็นกล้องที่เอามาเล่นสนุกได้ตัวนึงเลยละครับ

แฟลชของ N1 ใส่มาให้ด้วยกัน 2 สีคือขาวกับส้ม ซึ่งจะถูกใช้งานแตกต่างกันออกไปตามสภาวะแสง ทำให้ภาพที่ออกมานั้นไม่สว่างเว่อร์จนเบลอหรือสีเพี้ยน ส่งผลให้ถ่ายภาพระยะใกล้ในเวลากลางคืนได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นทาง OPPO ยังมีโหมดเติมแสงเข้ามาให้ด้วย หมายความว่ามนจะเปิดไฟแฟลชเพื่อเพิ่มแสงแล้วสามารถเลือกถ่ายภาพได้ เหมาะกับเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อยมากๆครับ แต่จากที่ทดสอบเล่นๆดูต้องบอกว่าในภาพรวมทาง OPPO ยังต้องปรับแต่งซอฟต์แวร์อีกพอสมควร เพราะว่าตอนถ่ายภาพกลางคืนนั้นแสงที่ปล่อยออกมาก็ถือว่าทำได้ดีแต่ก็ยังดูธรรมดาๆ หากเทียบกับรุ่นอื่นๆที่ไม่ได้มีแฟลชแบบพิเศษแบบนี้ ยังไงคงต้องรอการแก้ไขกันต่อไปครับ
กล้องวิดีโอ

ถ่ายได้สูงสุด 1080p สามารถเลือกโฟกัสตามจุดได้ในระหว่างถ่ายวีดีโอ สามารถถ่ายภาพนิ่งในระหว่างการถ่ายวีดีโอได้ปกติ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวีดีโอในโหมด HDR และ Slow motion ได้อีกด้วย
ตัวอย่างวีดีโอ 1080p จากกล้องของ OPPO N1
คุณภาพวีดีโอตรงนี้ขอบอกว่าไหลลื่นดี แต่ยังมีบางจังหวะในระหว่างถ่ายนั้นแสดงให้เห็นถึงการกระตุกของตัวโปรแกรม แสดงให้เห็นว่าตัว Software ยังทำได้ไม่ดีพอ ส่วนการโฟกัสและการปรับแสงต่างๆทำได้โอเคแล้ว ระบบเสียงก็สามารถรับได้ค่อนข้างไกลและดังชัดเจนดีครับ


ระบบ GPS ของเครื่อง ลองทดสอบผ่าน Google Maps พบว่า มันทำหน้าที่ได้เร็วมาก สามารถค้นหาตำแหน่งแบบเกือบแม่นยำคือตีวงเหลือประมาณ 10-20 เมตร ในเวลา 2-3 วินาที โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Wi-Fi ช่วยอะไรทั้งนั้น และตามหาตำแหน่งที่ชีดเจนของเราภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที ถ้าอยู่กลางแจ้ง แต่ถ้าอยู่ในที่ร่มจะใช้เวลาประมาณ 2 นาทีครับ
O-Touch

ชื่อนี้หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้คงผ่านตามาบ้าง ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆมันก็คือ Touchpad เหมือนกับของ Notebook ที่เราใช้กันอยู่นั่นแหละครับ เพียงแต่มันถูกนำมาไว้ด้านหลังของ OPPO N1 เพื่อสั่งการทำงานของตัวเครื่องโดยที่ไม่ต้องแตะหน้าจอนั่นเอง

หลายคนคงเดาได้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง แน่นอนมันต้องปัดเลื่อนซ้าย-ขวา หรือเลื่อนขึ้น-ลง ได้เวลาดูหน้าเว็บหรืออ่านไลน์ (ใช้ได้เกือบทุกโปรแกรม) แต่ในความจริงแล้ว O-Touch มันมีความสามารถมากมายกว่านั้น เช่น
1. แตะค้างและปล่อยที่ O-Touch จะเป็นการถ่ายภาพทันที (ในขณะอยู่ในโหมดกล้อง) ทั้งนี้ถ้าแตะที่ O-Touch 2 ครั้ง จะเป็นการเข้าสู่โหมดกล้องทันทีด้วยครับ
2. แตะค้างที่ O-Touch ในระหว่างอยู่หน้าเฉพาะ ถ่ายภาพหรือฟังเพลง อย่างหน้าถ่ายภาพแค่คลิก 1 ทีก็จะเป็นการเปิดกล้องและแตะอีกทีเพื่อถ่ายภาพ ส่วนมุมเฉพาะของเพลงอันนี้เวลาแตะค้างเพลงก็จะเล่นเอง

ที่จริง O-Touch ยังทำได้มากกว่านี้ และน่าจะมากขึ้นไปอีกในอนาคต แต่หลักๆก็เอาไว้คุมเครื่องกับควบคุมภาพหรือเพลง แต่นอกจากนี้เราสามารถตั้งค่าให้แตะที่ O-Touch และเปิดโปรแกรมอะไรก็ได้ด้วยครับ
O-Click


อีก 1 อุปกรณ์เสริม ที่เป็นเหมือนรีโมทใช้ร่วมกับเครื่อง รูปแบบก็กลมๆ ขอบๆ มีร่อง 2 ด้าน ซึ่งสามารถเอาไปคล้องกับพวงกุญแจต่างๆได้ ใช้ถ่านนาฬิกาเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งตรงนี้ถ้าหมดทาง OPPO น่าจะต้อง Support กันไป ส่วนเรื่องความสามารถก็มีหลากหลาย ถึงแม้มันจะมีแค่ปุ่มเดียวก็ตาม มันสามารถเป็นรีโมทกล้องที่เวลาตั้งกล้องไว้แล้วก็กดถ่ายได้ผ่าน O-Click, ค้นหาโทรศัพท์ OPPO N1 โดยการกดปุ่ม 2 ครั้ง ก็จะมีเสียงเตือนดังมาจากเครื่อง นอกจากนี้ยังมีเสียงแจ้งเพือนเวลาข้อความเข้าและแจ้งเตือนเมื่อมันถูกเอาออกไปห่างจากเครื่องอีกด้วย ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่สะดวกดีครับ และจะแถมมากับแพ็คเกจตัวเครื่องเลยด้วย

แบตเตอรี่ของเครื่องมีให้มา 3,610 mAh ซึ่งก็ถือว่ามากพอสมควร เหมาะสมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว ตัวแบตเตอรี่ไม่สามารถถอดได้ จากที่ทดสอบใช้งานต้องบอกว่าแบตเตอรี่นั้นไม่ค่อยอึดเท่าไร แต่ก็ไม่ถึงกับแย่อยู่ในช่วงมาตรฐานทั่วๆไป ส่วนที่กินแบตเตอรี่มากที่สุดคือหน้าจอ ดังนั้นถ้าหากใช้งานเปิดจอทั้งวัน จะใช้งานได้ไม่นานนัก แต่เท่าที่ใช้ดูก็เน้นใช้งานทั่วๆไป ไม่ได้เปิดทั้งวัน แต่ออนไลน์ทั้งวัน ก็พบว่าใช้ได้ราวๆ 10-12 ชั่วโมงครับ ก็ถือว่าใช้ได้ครับ




















