หลังการมาของ OPPO Mirror 5 ที่เราได้รีวิวกันไปก่อนหน้านี้ เวลานี้ OPPO ส่งรุ่นน้องลงตลาดมาอีก 1 ตัวครับ นั่นก็คือ OPPO Mirror 5 Lite ที่ลดราคาลง ปรับสเปคลงอีกนิดหน่อย แต่รูปทรงยังสวยโฉบเฉี่ยวเหมือนเดิม นำฟีเจอร์ฝาหลังลายคริสตัลออกไปด้วย เปิดราคามาเพียง 5,990 บาท
OPPO Mirror 5 Lite มองผิวเผินยังเหมือนรุ่นพี่มากๆ ครับ ยกเว้นฝาหลังที่ไม่ได้ดูเลิศหรูเหมือนก่อน จุดที่ถูกปรับลดไปก็คือชิปเซ็ตที่ไม่ใช่ฝั่งมังกร เป็น MediaTek MT6582 Quad-core 1.3GHz แทนและลด RAM เหลือ 1GB พร้อมตัดฟีเจอร์รองรับ 4G ออกไปด้วย ทั้งหมดนี้ลดราคาลงไป 2,000 บาทครับ
สเปคเครื่อง OPPO Mirror 5 Lite
- หน้าจอ : IPS LCD 5 นิ้ว qHD (960 x 540 พิกเซล)
- ซีพียู : MediaTek MT6582 Quad-core 1.3GHz
- แรม : 1GB
- ระบบปฏิบัติการ : Android 5.1.1 (ColorOS 2.1.0i)
- กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล Auto-focus
- กล้องหน้า : 5 ล้านพิกเซล Beauty face
- หน่วยความจำภายใน : 16GB รองรับ Micro SD สูงสุด 128GB
- เน็ตเวิร์ค : Dual SIM, OTG
- แบตเตอรี่ : Non-removable Li-Po 2420 mAh
- ราคา : 5,990 บาท
ตัวเครื่องขนาดกำลังพอเหมาะพอควรเลย พกพาง่ายดีครับ เครื่องที่ขายจะมีสองสีคือ ขาว และดำ เครื่องที่เห็นกันนี้ขาวนวลน่าใช้มาก
ด้านหน้าเลย์เอาท์เหมือนเดิมเลยทีเดียว มีเลนส์กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมช่องลำโพงและเซ็นเซอร์ต่างๆ โดยจะมีไฟแสดงสถานะแบบ LED อยู่ด้วย และใต้หน้าจอมีปุ่มควบคุมแอนดรอยด์พื้นฐานเป็นปุ่มเมนู, หน้าแรก และย้อนกลับ ทั้งหมดเป็นแบบสัมผัสครับ
ด้านข้างขอบโลหะสวยๆ เหมือนเดิม เน้นเป็นสีออกทองครับ ซึ่งก็ยังดูแข็งแรงดี มีปุ่มพาวเวอร์อยู่ด้านขวา ด้านซ้ายมีเพียงปุ่มควบคุมเสียง ทั้งสองปุ่มออกแบบมาคุณภาพดีไม่หลวมไม่แข็งไป เหมือนรุ่นพี่เป๊ะๆ ครับ
ขอบบนเป็นแนวเดียวกับเฟรมเครื่องมาเลยโลหะสีทอง มีรูหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และด้านล่างมีพอร์ท Micro USB พร้อมด้วยรูไมโครโฟนหลัก
ด้านหลังอาจไม่สวยงามเท่ารุ่นพี่ที่มีลายคริสตัล แต่รุ่นนี้สีขาวเนียนๆ เคลือบมาดูดีครับ ยังสวยงามไม่ธรรมดา มีเลนส์กล้องหลัก 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ซึ่งฝาหลังนั้นแกะได้ด้วยนะครับ เป็นลักษณะเดียวกันเลย
ด้านซอฟท์แวร์ OPPO Mirror 5 Lite มาพร้อม Android 5.1.1 Lollipop ที่ตกแต่งด้วยอินเตอร์เฟส ColorOS 2.1.0i เวอร์ชั่นล่าสุด หน้าตาไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ยังคงไม่มี App Drawer ใช้หน้าจอหลักล้วนๆ ซึ่งสามารถจัดไอคอนแอพฯ เป็นกลุ่มๆ ได้อย่างอิสระครับ ใส่วิดเจ็ตต่างๆ ได้หลากหลาย และสามารถเปลี่ยนธีมสวยๆ ได้หลากหลายด้วย ดาวน์โหลดจาก Theme Store ได้เลย
ฟีเจอร์ที่แตกต่างจากค่ายอื่นๆ ก็ยังมีเรื่องของแคปเจอร์หน้าจอ (Screenshot) รุ่นนี้มีฟีเจอร์ที่ช่วยแคปเจอร์หน้าจอแบบเป็นพื้นที่ได้ ลากเฉพาะที่ต้องการ หรือแคปเจอร์หน้าจอยาวๆ ได้เลย เวลาดูหน้าเว็บไซต์อยากจะแคปเก็บไว้หน้ายาวๆ ทำได้ง่ายๆ เลยครับ
นอกจากนี้ก็มีพวก Gesture Motion ต่างๆ ทั้งแบบ Screen-off และ Screen-on เช่นวาดตัว O ขณะปิดจอเปิดกล้อง หรือวาดตัว V เปิดไฟฉาย หรือแตะหน้าจอสองทีเพื่อเปิดหน้าจอ รวมถึงแตะปุ่มโฮม 2 ครั้งเพื่อล็อคหน้าจอประมาณนี้ครับ

ลูกเล่นอื่นๆ ก็ยังมี Lockscreen magazine ที่จะเปลี่ยนหน้าจอล็อคให้แตกต่างมีสไตล์ขึ้น แสดงเป็นภาพถ่ายต่างๆ แบบแม็กกาซีนครับ มีอัพเดทอยู่เสมอด้วย ก็เก๋ไปอีกแบบนะ
หน้าจอเป็นแบบ IPS ขนาดกำลังดี 5″ qHD 960 x 540 พิกเซล สีสันแสดงผลได้สวยตามแบบพาเนลจอ IPS แต่ความสว่างหน้าจออาจจะดูทึบไปหน่อยครับ การใช้งานกลางแจ้งคือใช้ได้แต่มองแล้วมืดๆ ทึมๆ ไปนิด แต่โดยรวมถือว่าโอเคครับ ระบบสัมผัสก็แม่นยำดี

การใช้งานในที่ร่มที่แสงน้อยตัว OPPO Mirror 5 Lite มีโหมดหน้าจอแบบถนอมสายตามาให้ด้วย สามารถเปิดปิดได้ จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาครับ
ด้านการเชื่อมต่อของ OPPO Mirror 5 Lite ถูกตัดระบบ 4G LTE ออกไป แต่ก็ยังมี 3G HSPA+ และรองรับ Dual SIM เหมือนเดิมนะครับ อื่นๆ ก็ยังครบทั้ง WiFi, Hotspot, Direct และ Bluetooth โดยรุ่นนี้ยังรองรับ USB OTG เสียบแฟลชไดร์ฟโอนถ่ายไฟล์ต่างๆ ได้ด้วย ตัวเครื่องรองรับ Micro SD ด้วยนะ
ใช้เล่นเน็ตบราวเซอร์ทำได้ดีเยี่ยม มี Chrome ให้ใช้งาน ซึ่งหน้าจอความละเอียดต่ำ แต่ก็ใช้งานได้ดีนะ เดี๋ยวนี้เว็บไซต์ต่างๆ เค้ามี Mobile Site กันดูง่ายอยู่ครับ อีกอันเป็นของแอนดรอยด์ก็ทำงานได้ดีไม่แพ้กัน แต่ดูแล้ว Chrome เข้าใจง่ายกว่านะ
โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพิ่มเติมสามารถโหลดเอาผ่าน Google Play Store ได้เลยเพียบ มีทั้งแอพฯ ยอดนิยมต่างๆ แนะนำ หรือที่เพื่อนรีวิวให้ดาวเอาไว้ก็มาเด้งให้เห็น โดยมีแยกแอพฯ และเกมส์ ให้เลือกหาง่ายๆ ของฟรีมีเพียบลองโหลดมาเล่นกันได้เลยเครื่องนี้เอาอยู่
ด้านโซเชียลเน็ตเวิร์คเล่นได้ดีหมดเลย ไม่มีปัญหาหลุดๆ ช้าๆ หรือเจอบั๊กใดๆ ครับ ทั้ง Facebook, Twitter และ Instagram รวมถึงพวกแอพแชทต่างๆ อย่าง LINE หรือ WeChat อื่นๆ ก็สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้อีกเพียบ
ประสิทธิภาพเครื่อง OPPO Mirror 5 Lite ถูกปรับลดสเปคลงในส่วนของชิปเซ็ตซีพียู และ RAM ที่ลดลง โดยเป็นชิป MediaTek MT6582 Quad-core 1.3GHz พร้อม RAM 1GB หน่วยความจำนั้นมีขนาด 16GB เพิ่ม Micro SD ได้ ทดสอบ AnTuTu มาแล้วได้คะแนนอยู่ช่วง 2 หมื่น น้อยลงนิดหน่อยจากรุ่นก่อน ถือว่าทำได้ดี

ส่วนการทดสอบด้วย GeekBench คะแนนก็ไม่ได้สวยหรูมากนัก ในแบบ Single-core ทำได้ 359 ระดับเดียวกับ Nexus 7 และแบบ Multi-core ได้คะแนน 1177 เทียบได้ช่วง Moto G กับ Moto X ครับ ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร เพราะในแง่การใช้งานจริงๆ ถือว่าทำโอเคอยู่ จะมีปัญหาก็เพียงแรมน้อยไปนิด เปิดเยอะๆ มีกระตุกบ้าง
ใช้เล่นเกมส์ต่างๆ ต้องบอกว่าสเปคที่ลดลงนั้นไม่ได้สร้างความแตกต่างชัดเจนเท่าไหร่ เพราะเกมส์ที่ผมเล่นๆ อยู่มันก็สามารถเล่นได้ในระดับที่แทบไม่ได้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะ Edge of Tomorrow หรือ Dream League Soccer ครับ เล่นได้ลื่นๆ นะ
ดูหนังฟังเพลง OPPO Mirror 5 Lite ถือว่าใช้งานได้โอเคเลยนะ แม้ว่าหน้าจอความละเอียดจะไม่สูง แต่พวกหนังหรือวิดีโอระดับ HD 720p เล่นได้เพลินๆ หรือจะโหลด 1080p มาก็พอเล่นได้ครับ โหลดค่อนข้างไว
แบตเตอรี่ความจุเท่าเดิมเลย เป็น Li-Polymer 2,420 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้ ประสิทธิภาพถือว่าทำได้ดีขึ้นนะ เพราะไม่ได้ใช้งานผ่านระบบ 4G โดยลองใช้งานทั่วไปอยู่ได้เต็มวัน บางครั้งก็เน้นแชท LINE, Facebook และถ่ายรูปต่างๆ อยู่ได้ราวๆ 8-11 ชั่วโมง แล้วแต่ช่วงว่าเราใช้เยอะใช้น้อยแค่ไหน เอาเป็นว่าทำได้น่าพอใจเลยครับ มีโหมด Super Power saving มาช่วยชีวิตตอนแบตเตอรี่ใกล้หมดด้วย
กล้องถ่ายภาพ OPPO Mirror 5 Lite น่าจะเป็นตัวเดียวกันนะ เป็นเลนส์ 8 ล้านพิกเซล Auto-focus พร้อมแฟลช ตัวกล้องมีรูรับแสง F2.2 พิกเซลขนาด 1.4μ ซึ่งตัวกล้องนั้นก็จับภาพได้ไวดีพอสมควร และยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Pure Image 2.0+ ฟีเจอร์เพียบ ส่วนกล้องหน้านั้น 5 ล้านพิกเซล มีโหมด Beautify 3.0 ตกแต่งหน้าสวยใสได้ตามใจชอบเลย
ฟีเจอร์กล้องก็มีพวก HDR, Double Exposure ซึ่งตัว UI หน้าตาแบบเดียวกันดูคุ้นเคยดี กล้องตอบสนองไว ฟีเจอร์เยอะนะดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ด้วยแหละ ส่วนวิดีโออัดได้แบบ Full HD 1080p มีฟีเจอร์ Time-lapse ด้วย
สรุป OPPO Mirror 5 Lite เป็นทางเลือกราคาไม่แพงสำหรับคนที่อยากได้สมาร์ทโฟนหน้าตาดูดี วัสดุดูดี ขนาดกระชับมือพกพาง่าย และใช้งานได้ดี โดยรุ่นนี้ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 5,990 บาท ฟีเจอร์ที่ขาดหายจะมี 4G LTE เพียงอย่างเดียว อื่นๆ ก็ยังมีมาอำนวจความสะดวกครบๆ ครับ น่าสนใจไม่เบานะ
จุดเด่น
– แบตเตอรี่ประสิทธิภาพดี
– ตัวเครื่องสวย ขนาดกระชับ
– มีฟีเจอร์ Gesture motion ต่างๆ
– รองรับ Dual SIM Standby
– เพิ่ม Micro SD ได้
– รองรับ USB OTG
จุดด้อย
– หน้าจอใช้งานกลางแจ้งได้ไม่ดีพอ
– ไม่มี 4G LTE
– แบตเตอรี่ถอดไม่ได้
– RAM น้อยไปนิด




























