|
ผมบอกเอาไว้ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่า Nokia X2-01 นั้นรูปทรงดูค่อนข้างแปลกตาจาก QWERTY โฟนทั่วไป เพราะจะต้องมีขนาดกว้าง รูปทรงดูอ้วนๆ แบบภูมิฐาน แต่บน Nokia X2-01 กลับดูย้อนยุคไปสมัยที่โทรศัพท์มือถือมีขนาดใหญ่ ดูยาวๆ และยังกว้างเหมือนๆ กับ QWERTY โฟนตัวอื่นๆ ตัวเครื่องเป็นสีแบบทูโทน ด้านหน้าเป็นสีดำ และกรอบด้านข้าง กับด้านหลังจะเป็นสีแดงอโนไดซ์ทั้งหมดครับ เงางามเลยทีเดียว
ตัวเครื่องวัดโดยรอบได้ขนาด 119.4 x 59.8 x 14.3 มิลลิเมตร น้ำหนักรวมแบตเตอรี่แล้ว 107.5 กรัม ดูๆ แล้วถึงแม้จะดูขนาดใหญ่ และน้ำหนักก็ไม่ได้มากเกินไปครับ จับถือถนัดมือ แต่ใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ฟิตๆ คงจะไม่เหมาะเท่าไหร่นะผมว่า – -“ ส่วนวัสดุก็ดูไม่ค่อยแตกต่างจากรุ่นเล็กๆ ของโนเกียสักเท่าไหร่ครับ งานประกอบใช้ได้ พอร์ทต่างๆ ดูลงตัวครับ
ด้านหน้า
บริเวณด้านหน้าเน้นเป็นสีดำทั้งหมด ด้านบนสุดจะเป็นช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นโลโก้แบรนด์ Nokia และมีชื่อรุ่น X2 อยู่มุมซ้ายครับ ด้านล่างลงมาจะเป็นหน้าจอขนาด 2.4 นิ้วแบบไวด์สกรีน ถัดลงมาเป็นชุดแผงปุ่มคอนโทรลที่จะมีทั้งปุ่มซอฟท์คีย์สองข้าง (ซ้าย/ขวา), ปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่มวางสาย และปุ่มลัดเครื่องเล่นเพลงกับข้อความ SMS ตรงกลางก็เป็นปุ่มควบคุมแบบ 5 ทิศทางธรรมดาครับ
สุดท้ายเป็นแป้นพิมพ์แบบ QWERTY คีย์บอร์ด ที่ออกแบบมาแต่ละปุ่มดูขนาดใหญ่ มีสกรีนชัดเจนมากๆ แต่ในเครื่องทดสอบนี้ยังไม่มีสกรีนภาษาไทยนะครับ แต่ตัวจริงต้องมีสกรีนภาษาไทยให้แน่นอนครับ ใต้ปุ่มพิมพ์แบบ QWERTY ยังมีช่องลำโพงสนทนาอยู่ด้วยครับ
ด้านซ้าย
ด้านซ้ายนี้มีช่อง microSD card กับช่อง micro USB อยู่ด้วยกัน มีฝาปิดแบบเป็นแผ่นเดียวกันครับ
ด้านขวา
สำหรับด้านขวานั้นไม่มีพอร์ทอะไรเลย เรียบๆ แต่มีแกนกลางแบบดำด้านอยู่เช่นกัน
ด้านบน
เดี๋ยวนี้แทบจะทุกรุ่นของโนเกีย ที่มักจะวางพอร์ทต่างๆ ไว้บริเวณด้านบนเครื่อง ซึ่ง Nokia X2-01 ก็มีทั้งช่องเสียบชาร์จแบตเตอรี่ และช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร
ด้านล่าง
ส่วนด้านล่างมีเพียงช่องสำหรับสายคล้องโทรศัพท์ แต่ยังมีร่องสำหรับงัดฝาหลังด้วย
ด้านหลัง
ด้านหลังออกแบบด้วยสีอโนไดซ์งดงาม แบ่งเลย์เอาท์ด้านหลังให้เหมือนมีฝาหลังเป็นส่วนตรงกลาง แต่ที่จริงเป็นทั้งแผ่นครับ บนสุดจะเป็นเลนส์กล้องแบบ VGA ข้างๆ เป็นช่องลำโพงเสียง และมีโลโก้ Nokia แบบสลักสีเงินงามมาก ล่างสุดจะมีชื่อเต็มของรุ่น Nokia X2-01
ภายในฝาหลัง
ฝาหลังสามารถเปิดออกด้วยการงัดจากร่องส่วนล่าง และหากกดตรงกลางฝาหลังไว้จะงัดง่ายกว่าเดิมครับ ด้านในก็จะพบแค่แบตเตอรี่แบบ BL-5C มาตรฐาน แต่ใต้แบตยังมีช่องใส่ซิมการ์ดให้ครับ สังเกตมุมซ้ายจะมีตัวล็อคสำหรับใส่สายคล้องโทรศัพท์ ที่ไม่ว่าจะถอดหรือใส่ก็ต้องเปิดฝาหลังออกก่อนนั่นเอง
สรุปการออกแบบ
จะว่าแปลกก็แปลกจริง เพราะโทรศัพท์มือถือในตลาดปัจจุบันจะเน้นรูปลักษณ์ที่มีขนาดเล็กกระชับมือมากที่สุด แต่โนเกียกลับออกแบบมายาวกว่าเดิม ทั้งๆ ที่สามารถลดความยาวจากพื้นที่ของแป้น QWERTY ที่ดูเหมือนแต่ละปุ่มใน 4 แถวจะดูยาวกว่าปกติ แผงปุ่มคอนโทรลก็ใช้พื้นที่เยอะพอสมควร ตัวเครื่องจึงดูใหญ่ๆ ย้อนยุคไปหน่อย แต่มองไปมองมาก็สวยดีครับ กับด้านหลังที่เป็นสีอโนไดซ์ แถมออกแบบเป็นลักษณะโค้งมนทั้งฝาเลยด้วย งานประกอบใช้ได้ครับ โดยรวมแล้วก็เป็นอีกแนวที่บางท่านอาจจะชื่นชอบก็ได้ |