Nokia N8-00

โดย shyboy | 7 ตุลาคม 2553 เมื่อ 14:15 น. | อ่าน 1,952

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (2/3)


ระบบปฏิบัติการ Symbian^3

ระบบปฏิบัติการ Symbian เคยเป็นระบบที่คนเล่นมือถือและผู้ใช้มือถือทั่วไปยอมรับอย่างมากกกกกกกกกกกกกในช่วงระหว่างปี 2003-2007 ก็เพราะความใช้งานง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ในขณะนั้น อาทิ Windows Mobile ส่วนหนึ่งที่ใช้ง่ายกว่าเพราะ Symbian ถูกจำกัดให้ใช้งานสำหรับมือถือปุ่มกดเท่านั้น อีกทั้งพลังแห่ง “Nokia และพันธมิตร” ในช่วงนั้นก็ช่วยปลุกปล้ำ เอ้ย ปลุกปั้นร่วมหัวจมท้ายในช่วงต้นๆ แต่พอกลางจนถึงช่วงปลาย ไหง Nokia เอาไปรับประทานคนเดียวซะงั้น

อย่าแปลกใจนักเพราะ Nokia ได้เข้าซื้อกิจการของ Psion ผู้คิดค้นระบบปฏิบัติการ Symbian มานานตั้งแต่ปลายยุค 80 โอ้วนานมาก สมัยนั้นเขาไม่ได้ใช้ชื่อ Symbian นะครับน้องๆ เขาใช้ชื่อ EPOC เพิ่งจะมาแปรพักต์เป็น Symbian มาตั้งแต่ปลายยุค 90 และมาบูมสุดๆ กลางยุค 2000 แน่นอนผู้ที่สามารถกอบโกยความบูมไว้มากที่สุดก็ต้องเป็น Nokia

ไม่มีใครจะทำ Symbian ได้ประสบความสำเร็จเท่า Nokia เลยในโลกนี้ แม้กระทั่ง Symbian UIQ อีกรูปแบบหนึ่งสำหรับมือถือหน้าจอจิ้มเพื่อต่อกรกับ Windows Mobile ยังต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไป

ข้อดี Symbian ยุคนั้นนอกเหนือจากความใช้งานง่าย (ในสมัยนั้น) มีลูกเล่นต่างๆ น่าสนใจมาก อีกทั้งแอพพลิเคชั่นสำหรับ Symbian ยุคนั้นก็มีมหาศาล แถมยังล้วนแต่เป็นแอพฯที่แปลกตาแปลกใจมากกว่าที่เคยเห็นมา

Symbian OS เริ่มส่งสัญญาณว่าจะบูมแน่ก็ตอนพ้นปี 2001 เป็นต้นไป ปีที่ชัดเจนที่สุดก็คือปี 2003 อันเป็นมหาฤกษ์ที่มือถือเกือบทุกค่ายดังในยุคนั้นจะต้องมี Symbian ไว้แบรนด์ละ 1 รุ่น เพียงแต่ Nokia ค่ายใหญ่หน่อยก็มีไลน์สินค้าเยอะกว่าเขา

และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Symbian 6.0 เริ่มบูมในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นไหนสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่านี้เลย ทั้งไม่ซับซ้อนมากและแอพพลิเคชั่นเยอะ อีกทั้ง Symbian ยังมีประเพณีเปลี่ยนเวอร์ชันใหม่จาก 6.0 ไปเป็น 7.0 ไปเป็น 8.0 เฉลี่ย 1 ปีครั้งตามลำดับ

เป็นธรรมดาโลกที่ของอะไรมักจะขายดีติดอันดับ พ่อค้าส่วนใหญ่เขาก็ไม่กล้าเปลี่ยนอะไรเยอะๆ หรอกครับ Nokia ก็หนีไม่พ้นกฎข้อนี้และ Nokia เองคงไม่อยากได้ยินคำตำหนิจากลูกค้า Symbian รุ่นเก่าๆ ว่า “อะไรเนี่ย ออกมาไม่ทันไรมีเวอร์ชันใหม่ แถมยังอัพเกรดไม่ได้อีก แอพพลิเคชั่นเวอร์ชันใหม่ก็เล่นกับของเก่าไม่ได้” การที่ Symbian ไม่สามารถยืดหยุ่นในการอัพเกรดได้ นี่ก็เป็นจุดอ่อนสำคัญที่ Nokia ค่อยๆ พ่ายแพ้คู่แข่งหน้าใหม่ด้วยส่วนหนึ่ง

Nokia จึงเริ่มสตาฟตัวเองกับไว้ที่ Symbian 9.0 ในปี 2005 เป็นต้นไป หลังจากจึงออกแค่เวอร์ชันย่อยๆ ออกมารองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ เรื่อยมาจนถึงจุดอิ่มตัวในเวอร์ชัน 9.4 รองรับการใช้งานหน้าจอสัมผัสหรือที่รู้จักกันในนาม Symbian^1

ด้วยความที่ Nokia ต้อง Switch ตัวเองเข้าโหมด Playsafe เป็นเวลายาวนานถึง 3-4 ปีก็น่าจะทำให้ Nokia เก็บยอดขายไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้อง “ยกเครื่องใหม่” ดีเสียอีกยืดอายุเข้าไว้แล้วเก็บเงินเก็บกำไรไว้ใช้พัฒนาส่วนอื่นๆ ต่อดีกว่า

อนาคตของ Symbian จะไม่ลำบากถ้าไม่เจอ Apple iPhone ไปเสียก่อนในปี 2007 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนตลาดสมาร์ทโฟนครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปีจากรูปแบบมือถือปุ่มกดให้กลายเป็นสมาร์ทโฟนจอสัมผัสที่น่าใช้งานมากที่สุด ช่วงแรก iPhone ยังมียอดขายได้พอประมาณ แต่หลังจากที่เริ่มทำตลาดทั่วโลกอย่างแท้จริงนับวันก็ยิ่งแข็งแกร่งยากจน Nokia แทรกแซงตลาดบนได้อีกต่อไป

ดังนั้นข้อเสียเปรียบจากการที่ Nokia เลือกแช่แข็ง Symbian เอาไว้ก็คือล้าหลังและตามคู่แข่งที่สดใหม่กว่ามากๆ ไม่ทัน อีกทั้ง Nokia ยังเลือกกลยุทธ์ไม่กล้าต่อยอด Symbian ให้พลิกโฉมนำสมัย iPhone ภายใน 2 ปีที่แล้วซึ่งมาขยันกับ Meego คงไม่ทันกาลเสียแล้ว

หลังจากเดินเกมผิดพลาดในระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน Nokia ก็ต้องเร่งปรับตัวเองเพื่อให้มีสถานะโดดเด่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยการพัฒนา Symbian^1 ให้กลายเป็น Symbian^3 ที่มีหน้าตาและความสามารถเพิ่มขึ้นจนทันคนอื่นเขาบ้าง

เราไม่ทราบว่า Nokia ถือเคล็ดอะไรหรือไม่ที่ข้ามชื่อ Symbian^2 ไป คงเป็นเพราะว่าไหนๆ ก็ปรับปรุงให้ทันเพื่อนเขาเสียที คราวนี้มีความเปลี่ยนแปลงเยอะขึ้น (ที่เปลี่ยนแปลงเยอะในความหมายของ Nokia คือมันมีอะไรให้เปลี่ยนมากกว่า 3 จุดยังไงล่ะ) เลยข้ามช๊อตไปยัง Symbian^3 น่าจะดีกว่า

จุดเปลี่ยนหลายอย่างของ Nokia N8 ก็ไล่ตั้งแต่หน้าจอ Homescreen ที่เพิ่มเข้ามาเป็น 3 หน้า ณ จุดนี้อาจมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็นหลายๆ หน้าใน Symbian^4 ก็เป็นไปได้ หน้าจอ Widget สามารถปรับแต่งได้อิสระมี Widget ที่จำเป็นต่อการใช้งานเหมาะสม ไม่มากน้อยและน้อยจนเกินไป แต่ถ้าไม่ชอบใจก็สามารถดาวน์โหลด Widget เพิ่มเติมได้

การให้สัมผัสการกดไอคอนจากเดิมเราจะต้องกดถึง “2 ครั้ง” เพื่อจะเปิดแอพพลิเคชั่นนั้น แต่ Symbian^3 ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้วนะครับ เพียงแค่ใช้นิ้วแตะครั้งเดียวก็ได้แล้ว นี่คือคุณสมบัติการใช้งานขั้นพื้นฐานที่ Nokia ควรจะใส่มาให้ตั้งนานแล้ว

Symbian^3 นำข้อดีของระบบปฏิบัติการอื่นๆ มาใส่ในนี้ด้วย อาทิ การใช้งานเมนูลัด Pop-Up เพียงแค่แตะหน้าจอค้างเอาไว้ เหมือนกับ Android แม้แต่ Bada ก็ต้องเลียนแบบตามด้วยเพราะมันใช้งานได้ดีและง่ายดาย

คู่มือแนะนำการใช้งาน Symbian^3 ก็ถูกเปลี่ยนจากชื่อ Help กลายเป็น User Guide มีหัวข้อให้เราค้นหาแก้ข้อสงสัยหลายหัวข้ออยู่ จะว่าไปมันก็ไม่ค่อยแตกต่างจากของเดิมเท่าไรนัก ว่าไหม

ภาพกราฟิกและรายละเอียดทางกายภาพก็ถูกปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยให้ดูทันสมัยขึ้น คงจะเย้นตัวอักษรที่ยังคงใช้ Nokia Font เช่นเคย

ปรับปรุงระบบ Multitasking ให้ใช้งานง่าย เพิ่มขนาดหน้าจอแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้ กดปิดก็ง่ายขึ้นแค่กด X เท่านั้นเอง

ใครที่ชอบบ่นๆ ว่า Nokia ไม่ยอมใส่ฟีเจอร์ MultiTouch หรือ Pinch Zoom ให้เสียที จะบอกว่า Symbian^3 เขาใส่ฟีเจอร์นี้ให้มาแล้วนะครับ เย้ๆ Nokia ไล่ตามคู่แข่งได้ทันแล้ว (เสียที)

ส่วนใครที่ยังต้องการฟีเจอร์ Cut, Copy และ Paste แล้วล่ะก็ Symbian^3 ก็ยังให้คุณได้เช่นเดิมครับ รับรองไม่ผิดหวัง

แต่ข้อเสียที่ยังมีอยู่ชัดเจนคือ Nokia ยังไม่กล้าลดโครงสร้างเมนูย่อยเลย พอเรากด Options ก็มีความรู้สึกว่าของบางอย่างควรจะตัดออกไปก็จะดีไหมเอ่ย หรือไม่ก็โยกย้ายฟีเจอร์บางประการให้อยู่ในหมวดหมู่ที่ถูกต้องมากกว่านี้

ประสิทธิภาพการใช้งาน Symbian^3 ถือว่าใช้การได้ ความรวดเร็วในการตอบสนองอยู่ในระดับกลางๆ ดีกว่าฟีเจอร์โฟนที่เป็นระบบจอสัมผัสประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังสู้ iPhone ทุกตระกูล, Samsung Wave และ Samsung Galaxy S ยังไม่ได้ในภาพรวม แต่ก็ไม่ได้แย่มากเมื่อเทียบกับคำประณามหยามเหยียดของหลายๆ คน

แต่ก็น่าคิดนะถ้า Nokia เพิ่มสมรรถนะ CPU ให้อยู่ในระดับ 1 GHz ขึ้นไปมันจะพอสู้คู่แข่งได้อยู่บ้าง อย่างน้อยๆ ก็ในเรื่องสเปคกระดาษที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะมองกันแค่ตรงนั้น แต่เมื่อ Nokia N8 ติดตั้ง CPU ที่ความเร็วแค่ 600 MHz กว่าๆ เมื่อเปิด มันก็จะเกิดปัญหาไม่สามารถรันแอพพลิเคชั่น 3-4 ตัวพร้อมกันได้ อีกทั้งผมก็ประสบกับความอืดในบางครั้ง จนมีอาการหน่วงค้างบางครั้งด้วย

เราก็ขอพูดตามตรงว่า Symbian^3 ยังไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่สมบูรณ์แบบมากนัก เพียงแต่มันก็ปรับปรุงข้อด้อยต่างๆ จนใช้การได้ไม่น่าเกลียดแล้วล่ะ พอสู้กับคู่แข่งได้ แม้มันไม่ได้เหนือกว่า iPhone 4 หรือ Android เท่าไรนัก (แต่คงจะสู้ Android ที่ครอบด้วย TouchWiz 3.0 ของ Samsung ไม่ได้แน่ๆ ขานั้นเขาปรับปรุงให้ใช้ง่ายและน่าสนใจจริง)

คราวนี้เราก็หวังกับ Symbian^4 เอาไว้แล้วล่ะว่า Nokia ต้องทุ่มทุนสร้างอินเตอร์เฟซให้มัน “ตะลึง” กันไปข้างหนึ่งเลยจะดีกว่า ไหนๆ ก็ซุ่มพัฒนามานานเป็นปีเอาให้สะใภ้ เอ้ย Surprise ไปเล้ย

About Author

shyboy

shyboy

Partners