สรุป Nokia Lumia 925
จุดเด่น
– ตัวเครื่องผสมผสานระหว่าง อลูมิเนียม Unibody กับโพลีคาร์บอเนต
– ขนาดบางเพียง 8.5 มิลลิเมตร
– เลนส์กล้อง Carl Zeiss 8.7 ล้านพิกเซล เทคโนโลยี PureView Phase 2
– กล้องวิดีโอรองรับ OIS เปิดแฟลชถ่ายได้
– ไมโครโฟนมีระบบตัดเสียงรบกวน
– แผนที่มีระบบนำทางด้วยเสียงฟรีตลอดชีพ
– รองรับกับที่ชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย
– รองรับวิทยุ FM Radio
จุดด้อย
– แผ่นฝาหลังโพลีคาร์บอเนตเลอะง่าย
– ไม่รองรับ microSD card
– กล้องวิดีโอคมชัด แต่รองรับการบันเสียงแค่ Mono

สรุปหลังจากใช้งานมาร่วมๆ สองสัปดาห์ Nokia Lumia 925 ตอบสนองความต้องการของผมได้อย่างครบถ้วนครับ หน้าจอ AMOLED พร้อมเทคโนโลยี PureMotion+ สามารถปรับแต่งสีสันของหน้าจอได้เอง สีสันก็สวยสด ขนาดก็กำลังดี ที่สำคัญตัวเครื่องพกพาสะดวกกว่าเดิม ขนาดบางกำลังดีเลยทีเดียว น้ำหนักก็เบากว่า Lumia 920 พอตัวเลย
สเปคเครื่องไม่ได้สูงระบบ Quad-core แบบตลาดแอนดรอยด์สมาร์ทโฟน แต่ตัวเครื่องตอบสนองได้ดีไร้ที่ติครับ แบตเตอรี่ก็ถือว่าจัดการเรื่องพลังงานได้ดี แบตผมใช้งานได้ราวๆ 12-14 ชั่วโมงต่อวัน เปิดเชื่อมต่อ 3G และ WiFi เวลาอยู่ที่พัก เน้นทำงานด้านโซเชียล และการถ่ายภาพเป็นหลัก

อีกอย่างที่ถือเป็นจุดแข็งของ Windows Phone 8 ของโนเกียก็คือส่วนของแผนที่ HERE Maps ที่รายละเอียดค่อนข้างเยอะ และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ได้เลย ไม่ต้องมาโหลดใหม่ทุกครั้งที่ใช้งาน ส่วนระบบนำทางก็มีเสียงภาษาไทย พร้อมใช้ฟรีตลอดชีพอีกด้วย
แน่นอนว่ากล้องคือจุดขายของ Nokia Lumia 925 เครื่องนี้ มันถ่ายภาพได้สวยขั้นเทพจริง ลูกเล่น Nokia Smart Camera ก็ดูน่าสนใจ สามารถสร้างสรรค์ภาพได้หลากหลายครับ ส่วนใครอยากใช้ฟังก์ชั่นกล้องขั้นสูงหน่อยก็ยังมี Nokia Camera Pro ที่โผล่มากับอัพเดท LUMIA Amber นั่นแหละครับ การถ่ายภาพในที่มืดนั้น Lumia 925 ตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

โดยรวมแล้ว Nokia Lumia 925 ก็คือ Windows Phone 8 ที่ค่อนข้างดูดี สเปคเยี่ยม ความสามารถสูง โดยมันเปิดตัวในราคา 18,500 บาท ก่อนที่จะปรับลดลงเหลือ 16,500 บาท หลังจากขายได้ไม่ถึง 1 เดือนเลยด้วยซ้ำ การปรับราคาครั้งนี้น่าจะมาจากการที่โนเกียเตรียมเปิดตัว Nokia Lumia 1020 ในเร็ววันนี้นั่นเองครับ